คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยรับจ้างซ่อมแซมอาวุธปืนแก็ปของผู้มีชื่อจำนวน 3 กระบอก อันเป็นการรับจ้างซ่อมสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจำเลยมีอาวุธปืนยาวประจุปาก(ปืนแก็ป) ชนิดประกอบขึ้นเอง ขนาดปากลำกล้อง 7 มิลลิเมตรลำกล้องยาว 120 เซนติเมตร ไม่มีหมายเลขทะเบียนและเลขเครื่องหมายประทับอาวุธปืนของเจ้าพนักงานประทับ ที่ใช้ยิงได้อาวุธปืนยาวประจุปาก (ปืนแก๊ป)ชนิดประกอบขึ้นเองขนาดปากลำกล้อง กว้าง 10 มิลลิเมตร ลำกล้องยาว105 เซนติเมตร ไม่มีหมายเลขทะเบียนและเลขเครื่องหมายประทับอาวุธปืนของเจ้าพนักงานประทับ ที่ใช้ยิงได้อาวุธปืนยาวประจุปาก (ปืนแก๊ป) ชนิดประกอบขึ้นเองขนาดปากลำกล้องกว้าง 17 มิลลิเมตร ลำกล้องยาว99 เซนติเมตร เครื่องหมายทะเบียนที่ปรากฏ
อบ 17/156ไม่สามารถใช้ยิงได้รวมอาวุธปืนที่จำเลยมีไว้ในครอบครองทั้งสิ้น 3 กระบอก โดยจำเลยไม่ได้รับอนุญาตเจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยอาวุธปืนแก๊ปจำนวน3 กระบอกดังกล่าว ลำกล้องปืนแก๊ป 5 ลำกล้อง กระบอกสูบ2 คู่ สว่าน 1 อัน ค้อนสำหรับตีเหล็ก 1 อัน ตะไบ 3 อันบุ้ง 1 อัน แผ่นทองเหลือง 2 แผ่น และเหล็กอุปกรณ์สำหรับประกอบอาวุธปืนแก๊ป 1 ชุด ซึ่งเป็นทรัพย์ที่จำเลยมีไว้และใช้ในการกระทำความผิด เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิดดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7,24, 72, 73 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91ริบของกลางจำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า
จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 7, 24, 72 วรรคแรก,73 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 เรียงกระทงลงโทษฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 1 ปี ฐานซ่อมแซมอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุก 2 ปี รวมจำคุก 3 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก1 ปี 6 เดือน ริบของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตปรับ 6,000 บาท ข้อหาซ่อมแซมอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 10,000 บาทรวมปรับ 16,000 บาท
จำเลยให้การรับสารภาพมีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่งคงปรับ 8,000 บาท อีกสถานหนึ่ง โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ภายในกำหนด 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29,30 ให้คุมความประพฤติจำเลยมีกำหนด 1 ปี โดยให้จำเลยไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก 3 เดือนต่อครั้งนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่าสมควรลงโทษจำเลยสถานหนักโดยไม่รอการลงโทษให้จำเลยหรือไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้โอกาสจำเลยโดยรอการลงโทษและคุมความประพฤติจำเลยไว้จึงเป็นวิธีการที่เหมาะสมแล้วศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่เพื่อให้จำเลยได้ฟื้นฟูจิตสำนึกอีกทางหนึ่งเห็นควรให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ด้วยอนึ่ง
สำหรับความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต โจทก์ได้บรรยายฟ้องว่า จำเลยมีอาวุธปืนซึ่งเป็นของผู้อื่นโดยเป็นอาวุธปืนไม่มีหมายเลขทะเบียนและอาวุธปืนมีหมายเลขทะเบียน รวมทั้งสิ้น 3 กระบอกไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท โดยจะต้องปรับบทลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 72 วรรคสาม ด้วย ดังนั้นการที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่ง และศาลอุทธรณ์ภาค 1 ยืนตามศาลชั้นต้นในส่วนนี้นั้นจึงไม่ถูกต้องและสำหรับอาวุธปืนยาวประจุปาก (ปืนแก๊ป) ชนิดประกอบขึ้นเองขนาดปากลำกล้องกว้าง 17 มิลลิเมตร
ลำกล้องยาว 99 เซนติเมตรเครื่องหมายทะเบียนที่ปรากฏ อบ 17/156 จำนวน 1 กระบอกนั้นเป็นอาวุธปืนที่มีทะเบียน ซึ่งความผิดของจำเลยเป็นความผิดในส่วนที่ไม่ได้รับอนุญาตให้มีและซ่อมแซมอาวุธปืนเท่านั้นอาวุธปืนดังกล่าวจึงมิใช่ทรัพย์สินที่มีไว้เป็นความผิดอันจะพึงต้องริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32และมิใช่ทรัพย์สินซึ่งได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33(1) การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ริบอาวุธปืนกระบอกดังกล่าวจึงไม่ถูกต้องอีกเช่นกันปัญหาทั้งสองประการข้างต้น แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์และฎีกาแต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขพิพากษาแก้เป็นว่า ในความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7, 72 วรรคหนึ่งและวรรคสามการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 72 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำเลยกระทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงานคุมประพฤติและจำเลยเห็นสมควรมีกำหนด 48 ชั่วโมง ภายใน 1 ปีคืนอาวุธปืนยาวประจุปากปืนแก๊ป) หมายเลขทะเบียนอบ 17/156 ของกลาง แก่เจ้าของตามที่ปรากฏชื่อทางทะเบียนนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1