Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7782/2560

พ.ศ. 2560 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยผิดสัญญาตามบันทึกข้อตกลงการหย่าและการจัดการแบ่งทรัพย์สินตามสัญญา ข้อ 2.3 ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามสัญญา ข้อ 2.3 ให้แก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่ได้ผิดสัญญา แต่โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ยอมโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามสัญญา ข้อ 2.1 ไม่ส่งมอบทรัพย์สินของบริษัท ท. จำกัด ตามสัญญา ข้อ 2.5 และไม่เข้าทำงานที่คลินิกของจำเลยโดยนัดคนไข้ไปรับการรักษาต่อที่คลินิกของโจทก์ ตามสัญญา ข้อ 5 ซึ่งตามสัญญา ข้อ 5 ระบุว่า โจทก์จะเข้าทำงานด้านทันตกรรม (งานจัดฟัน) ในคลินิกของจำเลยเป็นเวลา 5 ปี นับจากวันทำบันทึกข้อตกลงอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง ดังนั้น หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามคำให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์นัดคนไข้ทันตกรรม (งานจัดฟัน) ของจำเลยไปรับการรักษาต่อที่คลินิกของโจทก์จริง จำนวนคนไข้ที่จะรับการรักษาต่อก็ไม่มีหรือมีน้อยลง ทำให้โจทก์ไม่ต้องมาทำงานหรือทำงานน้อยลงจากที่กำหนดในสัญญา ย่อมทำให้ส่วนแบ่งรายได้ด้านทันตกรรม (งานจัดฟัน) ของจำเลยย่อมลดลง จึงเป็นกรณีที่โจทก์ประสงค์จะให้จำเลยมีรายได้จากส่วนแบ่งตามสัญญา ข้อ 5 น้อยลงหรือไม่ได้เลยหากไม่มีคนไข้ทันตกรรม (งานจัดฟัน) มาใช้บริการต่อที่จำเลย ฟ้องแย้งของจำเลยในส่วนนี้จึงมีมูลแห่งคดีเกี่ยวข้องกับฟ้องเดิมว่าฝ่ายใดผิดสัญญาตามบันทึกข้อตกลงการหย่าและจัดการแบ่งทรัพย์สินตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 วรรคสาม แม้การกระทำละเมิดมิใช่คดีแพ่งที่ฟ้องเกี่ยวกับครอบครัวก็ตาม แต่มูลความแห่งคดีเรื่องละเมิดเกี่ยวข้องกับฟ้องเดิมและเกี่ยวข้องกับฟ้องแย้งของจำเลยที่อ้างว่าโจทก์ผิดสัญญา ข้อ 5 จำเลยจึงฟ้องแย้งในส่วนละเมิดนี้ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 5927 ตำบลวังทองหลาง อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 132 ตารางวา พร้อมอาคารเลขที่ 583 ถนนประดิษฐ์มนูธรรม เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยให้แก่โจทก์ โดยชำระค่าธรรมเนียม ภาษี และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการจดทะเบียนดังกล่าวกึ่งหนึ่ง หากไม่ปฏิบัติให้ถือตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้จำเลยชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินค่าธรรมเนียมภาษีและค่าใช้จ่าย นับแต่วันที่โจทก์ชำระเงินแทนไปจนกว่าจำเลยจะชำระเงินคืนให้โจทก์จนครบถ้วน

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งขอให้บังคับให้โจทก์จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 47204 ตำบลศาลาธรรมสพน์ (บางระมาด) อำเภอตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 62 ตารางวา พร้อมบ้านเขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร ให้จำเลย และให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมการโอนและภาษีกึ่งหนึ่ง หากไม่ปฏิบัติให้ถือตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์ กับให้โจทก์ชำระค่าเก้าอี้ทันตกรรมกับเครื่องปั๊มลมสำหรับทันตกรรมแบบไม่ใช้น้ำมันแก่จำเลยเป็นเงิน 890,000 บาท และค่าเสียหายเป็นเงิน 5,000,000 บาท รวมเป็นเงิน 5,890,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องแย้งเป็นต้นไป

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 5927 ตำบลวังทองหลาง อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมอาคารเลขที่ 583 ถนนประดิษฐ์มนูธรรม เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยให้แก่โจทก์ พร้อมชำระค่าฤชาธรรมเนียม (ที่ถูก คือค่าธรรมเนียม) ค่าภาษีอากร และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ กึ่งหนึ่ง หากจำเลยไม่ไปดำเนินการให้ถือตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และให้โจทก์ดำเนินการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์บ้านเขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร พร้อมที่ดินโฉนดเลขที่ 47204 ตำบลศาลาธรรมสพน์ (บางระมาด) อำเภอตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ให้แก่จำเลยพร้อมชำระค่าธรรมเนียมการโอนและค่าภาษีกึ่งหนึ่ง หากโจทก์ไม่ปฏิบัติให้ถือตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์ คำขอตามฟ้องและฟ้องแย้งนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์แผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติในชั้นนี้โดยคู่ความไม่โต้แย้งคัดค้านว่า เดิมโจทก์มีชื่อตัวว่า ห. จดทะเบียนสมรสกับจำเลยเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2545 วันที่ 13 มกราคม 2552 โจทก์เปลี่ยนชื่อตัวเป็น ท. จำเลยเดิมชื่อตัวว่า ก. ต่อมาวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 เปลี่ยนชื่อตัวเป็น ธ. และเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2554 ได้เปลี่ยนชื่อตัวกลับมาใช้ชื่อตัวเดิมคือ ก. โจทก์และจำเลยประกอบอาชีพทันตแพทย์ โดยโจทก์เป็นทันตแพทย์จัดฟัน ส่วนจำเลยเป็นทันตแพทย์ทั่วไป เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2548 โจทก์และจำเลยร่วมกันก่อตั้งบริษัท ท. ซึ่งมีวัตถุประสงค์ให้บริการรักษาทางทันตกรรมโดยร่วมกันตั้งคลินิก

ท. ที่เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เป็นแห่งแรก หลังจากนั้นประมาณ 1 ถึง 2 ปี เปิดสาขาห่างจากคลินิกแห่งแรกประมาณ 300 เมตร ชื่อคลินิก ท. เป็นสถานประกอบการ มีจำเลยเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลที่คลินิก ท. เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2548 วันที่ 28 กรกฎาคม 2549 บริษัท ท. ได้ซื้อเก้าอี้ทันตกรรม ยี่ห้อกัลลิเวอร์มิลเลนเนียม 3 ตัว ราคาตัวละ 800,000 บาท และเครื่องปั๊มลมสำหรับทันตกรรมแบบไม่ใช้น้ำมัน 2 ชุด ราคาชุดละ 90,000 บาท 1 ตัว และเครื่องปั๊มลม 1 ชุด ที่พิพาทกันในคดีนี้รวมอยู่ในเก้าอี้ทันตกรรมและเครื่องปั๊มลมที่ซื้อมาดังกล่าว หลังจากเปิดคลินิก ท. ได้ 1 ปี ก็ปิดคลินิก ท. ต่อมาวันที่ 14 ตุลาคม 2552 โจทก์และจำเลยร่วมกันก่อตั้งบริษัท

อ. ซึ่งมีวัตถุประสงค์ให้บริการรักษาทันตกรรมโดยร่วมกันตั้งคลินิก อ. เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร มีโจทก์เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินกิจการที่สถานพยาบาลคลินิก อ. เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2552 และวันที่ 3 ตุลาคม 2554 ทนายความของจำเลยมีหนังสือถึงโจทก์อ้างว่า โจทก์มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวและอุปการะเลี้ยงดูหญิงอื่น จำเลยประสงค์จะหย่าและแบ่งทรัพย์สิน วันที่ 21 ตุลาคม 2554 โจทก์และจำเลยจดทะเบียนหย่ากัน ใบสำคัญการหย่า และสำเนาทะเบียนการหย่า โจทก์และจำเลยตกลงแบ่งทรัพย์สินกัน ตามบันทึกตกลงการหย่าและจัดการแบ่งทรัพย์สิน โดยสัญญาข้อ 5 ที่ว่าโจทก์จะไปทำงานที่คลินิก ท. เกิดจากโจทก์เป็นผู้เสนอเพื่อเป็นการต่อรองในการให้โจทก์ได้คลินิก

อ. และไม่ต้องชำระเงินบางส่วนที่จำเลยเรียกร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 5927 อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร พร้อมอาคารเลขที่ 583 ส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยให้แก่โจทก์ และให้โจทก์จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 47204 อำเภอตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร พร้อมบ้านที่เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร ให้แก่จำเลย คู่ความไม่อุทธรณ์ จึงยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า ฟ้องแย้งของจำเลยที่ขอให้ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดจากการที่โจทก์นัดคนไข้ทันตกรรม (งานจัดฟัน) ของคลินิก ท. ของจำเลยให้ไปรับการรักษาต่อที่คลินิก อ. ของโจทก์เกี่ยวกับฟ้องเดิมหรือไม่ และชอบที่จะเสนอฟ้องแย้งส่วนนี้ต่อศาลชั้นต้นได้หรือไม่

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยผิดสัญญาตามบันทึกข้อตกลงการหย่าและการจัดการแบ่งทรัพย์สินตามสำเนาที่แนบมาพร้อมฟ้องซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องโดยไม่ยอมโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามสัญญาข้อ 2.3 ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามสัญญาข้อ 2.3 ให้แก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่ได้ผิดสัญญา แต่โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาไม่ยอมโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างตามสัญญาข้อ 2.1 ไม่ส่งมอบทรัพย์สินของบริษัท ท. คือ เก้าอี้ทันตกรรม ยี่ห้อกัลลิเวอร์มิลเลนเนียม 1 ตัว และเครื่องปั๊มลมสำหรับทันตกรรมแบบไม่ใช้น้ำมัน 1 ชุด ตามสัญญาข้อ 2.5 และไม่เข้าทำงานที่คลินิก ท. ของจำเลยโดยนัดคนไข้ทันตกรรม (งานจัดฟัน) ไปรับการรักษาต่อที่คลินิก

อ. ของโจทก์ ตามสัญญาข้อ 5 ทำให้จำเลยขาดส่วนแบ่งรายได้จากคนไข้ทันตกรรม (งานจัดฟัน) เห็นว่า ตามสัญญาข้อ 5 ระบุว่า โจทก์จะเข้าทำงานด้านทันตกรรม (งานจัดฟัน) ในคลินิก ท. ของจำเลยเป็นเวลา 5 ปี นับจากวันทำบันทึกข้อตกลงตามที่กำหนดโดยบริษัท ท. อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง ซึ่งเป็นเวลาปกติเช่นเดียวกับก่อนที่จะมีการหย่าและตกลงแบ่งรายได้ 3 ใน 10 ส่วน ให้แก่คลินิก ท. และเมื่อรายได้ 2 ใน 10 ส่วนที่โจทก์ได้รับจาก 7 ใน 10 ส่วน มีจำนวนครบ 1,000,000 บาท โจทก์จะแบ่งรายได้จากเดิมเป็น 5 ใน 10 ส่วนจนครบกำหนดเวลา ดังนั้น หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามคำให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์นัดคนไข้ทันตกรรม (งานจัดฟัน) ของจำเลยให้ไปรับการรักษาต่อที่คลินิก

อ. ของโจทก์จริง จำนวนคนไข้ที่จะรับการรักษาต่อก็ไม่มีหรือมีน้อยลงทำให้โจทก์ไม่ต้องมาทำงานหรือทำงานน้อยลงจากที่กำหนดในสัญญา ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่าส่วนแบ่งรายได้ด้านทันตกรรม (งานจัดฟัน) ของจำเลยย่อมลดลง จึงเป็นการที่โจทก์ประสงค์จะให้จำเลยมีรายได้จากส่วนแบ่งตามสัญญาข้อ 5 น้อยลงหรือไม่ได้เลยหากไม่มีคนไข้ทันตกรรม (งานจัดฟัน) ที่มาใช้บริการต่อทำให้จำเลยเสียหาย อันเป็นการละเมิดต่อจำเลย ฟ้องแย้งของจำเลยในส่วนนี้จึงมีมูลแห่งคดีเกี่ยวข้องกับฟ้องเดิมว่า ฝ่ายใดผิดสัญญาตามบันทึกข้อตกลงการหย่าและจัดการแบ่งทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 วรรคสาม แม้การกระทำละเมิดมิใช่คดีแพ่งที่ฟ้องเกี่ยวกับครอบครัวก็ตาม แต่มูลความแห่งคดีเรื่องละเมิดเกี่ยวข้องกับฟ้องเดิมและเกี่ยวข้องกับฟ้องแย้งของจำเลยที่อ้างว่าโจทก์ผิดสัญญาข้อ 5 กรณีต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 5 จำเลยจึงชอบที่จะเสนอคำฟ้องแย้งในส่วนละเมิดต่อศาลชั้นต้นได้ ฎีกาของจำเลยประการแรกฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้โจทก์ชำระค่าเสียหายแก่จำเลย 1,577,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องแย้ง (วันที่ 27 ธันวาคม 2555) เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ กับให้โจทก์ชำระค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนค่าเสียหายเท่าที่จำเลยชนะคดีในส่วนนี้แทนจำเลยทั้งสามศาล โดยกำหนด ค่าทนายความในส่วนนี้ทั้งสามศาล 60,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมนอกจากนี้ในศาลฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กีรติ กาญจนรินทร์ · พิศล พิรุณ · สุรางคนา กมลละคร
ศาลล่าง
ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง - นางสาวดนยา ตังธนกานนท์
ศาลอุทธรณ์ - นางอุไรวรรณ กล้าประเสริฐ
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
ยชพ.12/2559
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ1946/2555
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ401/2557
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7504/2567

แม้การยื่นคำให้การในคดีผู้บริโภคจะไม่เคร่งครัดเช่นการยื่นคำให้การในคดีแพ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 ก็ตาม แต่การจะให้การรับหรือปฏิเสธคำฟ้องโจทก์ส่วนไหนอย่างไรย่อมเป็นเจตนาอิสระของคู่ความ พ.ร.บ.วิธีพิจารณา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5660/2567

คำให้การว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความนั้น ป.วิ.พ. มาตรา 177 มิได้บังคับว่าต้องระบุอ้างมาตราในกฎหมายด้วย แม้จำเลยทั้งสองระบุเลขมาตรา 193/33 (3) แต่เป็นกรณีตามมาตรา 193/33 (5) ก็เป็นเพียงการอ้างอนุมาตราผิดซึ่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4837/2567

สภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามคำฟ้องโจทก์ คือ โจทก์เป็นภริยาที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ผู้ตายโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์นั่งส่วนบุคคลทั้งสองคันซึ่งเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับผู้ตายให้แก่จำเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1589/2567

ตามคำให้การของจำเลยที่ 2 ที่ให้การว่า เดิมที่ดินส่วนที่จำเลยที่ 2 คัดค้านเป็นของ พ. ที่ขายให้จำเลยที่ 1 และ อ. โดยมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วบุคคลทั้งสองยกให้จำเลยที่ 2 จำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 900/2567

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินและบ้านพิพาท อนุญาตให้จำเลยอยู่อาศัยในที่ดินและบ้านพิพาทโดยไม่มีค่าตอบแทน ต่อมาโจทก์แจ้งให้จำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินและบ้านพิพาท แต่จำเลยเพิกเฉย จำเล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้