คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยและนายอนุสรณ์หรือกล้วย เทพหนูจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 10962/2542 ของศาลชั้นต้นร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และร่วมกันจำหน่ายโดยขายเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวแก่สายลับผู้ล่อซื้อในราคา400,000 บาท โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยพร้อมเมทแอมเฟตามีน รถยนต์และโทรศัพท์มือถือยี่ห้ออีริคสันเป็นของกลาง เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2540 จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 4 เดือน ในข้อหามีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 122/2540 ของศาลจังหวัดราชบุรี จำเลยกระทำความผิดคดีก่อนในขณะที่มีอายุเกินกว่าสิบเจ็ดปี และพ้นโทษคดีดังกล่าวมาแล้วกลับมากระทำความผิดคดีนี้อีก
ภายในเวลาห้าปีนับแต่วันพ้นโทษขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 97, 102 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32, 83 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง และเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมายจำเลยให้การรับสารภาพ และรับข้อเคยต้องโทษ พ้นโทษจริงตามฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง, 66 วรรคสองเมทแอมเฟตามีนของกลางที่จำเลยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายไปนั้นเป็นจำนวนเดียวกัน จึงเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียว ลงโทษประหารชีวิต ส่วนที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยนั้นเนื่องจากศาลลงโทษประหารชีวิตแล้วจึงไม่อาจเพิ่มโทษได้อีก ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 51
จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(2) คงจำคุกตลอดชีวิต ริบเมทแอมเฟตามีนของกลางจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยตลอดชีวิต เมื่อลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิตแล้ว จึงไม่อาจเพิ่มโทษได้อีก
จำเลยให้การรับสารภาพ มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง ให้เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 53 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 25 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า การที่จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียว ลงโทษประหารชีวิตแต่การลงโทษผู้กระทำความผิดอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทต้องใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่ผู้กระทำความผิด ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 การที่ศาลชั้นต้นมิได้พิพากษาให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายบทใด และศาลอุทธรณ์มิได้แก้ไขให้ถูกต้องเป็นการไม่ชอบ
ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง ปรากฏว่าความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนมีระวางโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษจำเลยในฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบานั้น เห็นว่า การที่จำเลยจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนของกลางซึ่งมีปริมาณมากถึง8,000 เม็ด คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เกินหนึ่งร้อยกรัม ต้องระวางโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสอง คือ จำคุกตลอดชีวิตหรือประหารชีวิตศาลอุทธรณ์วางโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิตเป็นโทษต่ำสุดที่บัญญัติไว้ในกฎหมายแล้ว และเมื่อคดีมีเหตุบรรเทาโทษเพราะจำเลยให้การรับสารภาพ ศาลอุทธรณ์ก็ลดโทษให้กึ่งหนึ่งโดยเปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นโทษจำคุก 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 53 แล้วลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 25 ปี อันเป็นการลดโทษในอัตราสูงสุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว จึงไม่อาจลงโทษจำเลยในสถานเบากว่านี้ได้ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"
ผลคำพิพากษา
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่งและวรรคสอง, 66 วรรคสอง, 102 อันเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ปรากฏว่าความผิดทั้งสองบทดังกล่าวมีระวางโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษจำเลยฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์