Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 782/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ผู้เป็นเจ้าของรถยนต์และเป็นผู้ให้เช่าซื้อรถยนต์ย่อมมีหน้าที่ตามสัญญาเช่าซื้อที่จะต้องส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อแก่จำเลยผู้เช่าซื้อเพื่อให้จำเลยได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในรถยนต์ที่เช่าซื้อ รวมทั้งให้จำเลยสามารถขับรถยนต์นั้นได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย อันเป็นการให้จำเลยผู้เช่าซื้อได้ใช้ประโยชน์จากรถยนต์ที่เช่าซื้อตามวัตถุประสงค์ของสัญญาเช่าซื้อ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยมาตรา 537 และ 546 โจทก์จึงมีหน้าที่ในการจัดการจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงหมายเลขเครื่องยนต์ของรถยนต์ที่ตนเป็นเจ้าของอยู่ให้ถูกต้อง เพื่อให้จำเลยสามารถใช้รถยนต์ที่เช่าซื้อได้โดยไม่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายด้วย เมื่อจำเลยแจ้งให้โจทก์จัดการทะเบียนแก้ไขหมายเลขเครื่องยนต์แล้ว แต่โจทก์เพิกเฉย จำเลยจึงไม่ชำระค่าเช่าซื้อแก่โจทก์ตั้งแต่นั้นจำเลยย่อมมิใช่ฝ่ายผิดสัญญาโจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์ในราคา 213,012 บาท กำหนดชำระค่าเช่าซื้อเป็นรายเดือน เป็นเวลา36 เดือน เดือนละ 5,917 บาท มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันโดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ภายหลังทำสัญญาจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อให้แก่โจทก์ตั้งแต่งวดที่ 23 โจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว ต่อมาโจทก์ติดตามยึดรถยนต์คืนได้ในสภาพชำรุดและนำออกประมูลขายแล้วยังขาดราคารถยนต์อยู่อีกเป็นเงิน 44,500 บาทและโจทก์ขาดประโยชน์ที่ควรจะได้จากการนำรถยนต์ไปให้บุคคลอื่นเช่าเดือนละ 4,000 บาท เป็นเวลา 13 เดือน เป็นเงิน 52,000 บาทและในการทวงถามติดตามและสืบหารถยนต์จากจำเลยที่ 1 โจทก์ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปเป็นเงิน 2,000 บาท

ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินรวมจำนวน 98,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์หลอกลวงจำเลยที่ 1 ว่ารถยนต์ที่จำเลยที่ 1 เช่าซื้อมีสภาพใช้การได้ดี แต่หลังจากทำสัญญาเช่าซื้อแล้วจำเลยที่ 1 นำรถยนต์มาใช้งานได้เพียง 7 วันเครื่องยนต์ก็ใช้การไม่ได้ จึงส่งมอบรถยนต์ให้โจทก์ซ่อม โจทก์เปลี่ยนเครื่องยนต์ให้โดยนำเครื่องยนต์ที่ไม่ได้เสียภาษีมาใส่แทนจำเลยที่ 1 จึงไม่สามารถนำไปจดทะเบียนเปลี่ยนเครื่องยนต์ต่อเจ้าพนักงานได้โจทก์คิดค่าเปลี่ยนเครื่องยนต์จากจำเลยที่ 1เป็นเงิน 4,000 บาท จำเลยที่ 1 ชำระเบี้ยประกันให้แก่โจทก์เพื่อให้โจทก์นำรถยนต์ไปเอาประกันภัยไว้แก่บริษัทสินมั่นคงประกันภัย

จำกัด รวม 2 ครั้ง เป็นเงิน 20,925บาท หลังครบอายุประกันภัยจำเลยที่ 1 ชำระเบี้ยประกันให้แก่โจทก์ แต่โจทก์ไม่ดำเนินการให้และส่งเช็คของจำเลยที่ 1 คืนอ้างว่าเลขเครื่องยนต์ไม่ตรงกับทะเบียนรถยนต์ จำเลยที่ 1 แจ้งให้โจทก์แก้ไข แต่โจทก์เพิกเฉย จำเลยที่ 1 จึงไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดวันที่ 15 สิงหาคม 2535 และแจ้งให้โจทก์มารับรถยนต์กลับคืนไปแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน58,500 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์มีหน้าที่ในการจัดการจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงหมายเลขเครื่องยนต์ตามสัญญาเช่าซื้อหรือไม่ ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้อมิตซูมิชิจากโจทก์จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันโดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมรถยนต์ที่เช่าซื้อได้เอามีประกันวินาศภัยไว้หลังจากเช่าซื้อแล้วจำเลยที่ 1 ใช้รถยนต์ได้เพียง 7 วัน

เครื่องยนต์เสียใช้งานไม่ได้จำเลยที่ 1 จึงส่งรถยนต์คืนให้โจทก์ โจทก์นำไปเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่โดยคิดค่าใช้จ่ายจากจำเลยที่ 1 ตามใบเสร็จรับเงินเอกสารหมาย ล.1 โจทก์มิได้แจ้งเจ้าพนักงานเพื่อให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงทะเบียนเลขเครื่องยนต์ให้ถูกต้อง จำเลยที่ 1 นำรถยนต์ดังกล่าวไปใช้และได้ชำระค่าเช่าซื้อกับเบี้ยประกันภัยให้แก่โจทก์ตลอดมาจนกระทั่งรถยนต์ที่เช่าซื้อเกิดอุบัติเหตุชนกัน จำเลยที่ 1 จึงส่งรถยนต์ไปให้บริษัทสินมั่นคงประกันภัยจำกัด ผู้รับประกันภัยซ่อม แต่บริษัทดังกล่าวไม่ยอมชำระให้โดยอ้างว่าหมายเลขเครื่องยนต์ไม่ตรงกับที่ทำสัญญาประกันภัยไว้จำเลยที่ 1 จึงทราบว่าโจทก์มิได้แจ้งขอเปลี่ยนแปลงหมายเลขเครื่องยนต์ให้ถูกต้อง

จำเลยที่ 1 ได้แจ้งให้โจทก์จัดการจดทะเบียนแก้ไขหมายเลขเครื่องยนต์ให้ถูกต้องหลายครั้งแล้วแต่โจทก์เพิกเฉย จำเลยที่ 1 จึงไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่วันที่15 สิงหาคม 2535 และแจ้งให้โจทก์รับรถยนต์กลับคืนไปเมื่อวันที่14 กันยายน 2536 เห็นว่า โจทก์ผู้เป็นเจ้าของรถยนต์และเป็นผู้ให้เช่าซื้อรถยนต์ดังกล่าวย่อมมีหน้าที่ตามสัญญาเช่าซื้อที่จะต้องส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อแก่จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อเพื่อให้จำเลยที่ 1 ได้ใช้หรือได้รับประโยชน์ในรถยนต์ที่เช่าซื้อรวมทั้งให้จำเลยที่ 1 สามารถขับรถยนต์นั้นได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย อันเป็นการให้จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อได้ใช้ประโยชน์จากรถยนต์ที่เช่าซื้อตามวัตถุประสงค์ของสัญญาเช่าซื้อด้วยทั้งนี้ ตามบทบัญญัติมาตรา 572 วรรคหนึ่ง

ประกอบด้วยมาตรา 537และ 546 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โจทก์จึงมีหน้าที่ในการจัดการจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงหมายเลขเครื่องยนต์ของรถยนต์ที่ตนเป็นเจ้าของอยู่ให้ถูกต้องเพื่อให้จำเลยที่ 1 สามารถใช้รถยนต์ที่เช่าซื้อได้โดยไม่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เมื่อจำเลยที่ 1แจ้งให้โจทก์จัดการทะเบียนแก้ไขหมายเลขเครื่องยนต์แล้ว แต่โจทก์เพิกเฉย จำเลยที่ 1 จึงไม่ชำระค่าเช่าซื้อแก่โจทก์ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2535 ดังข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาจำเลยที่ 1 ย่อมมิใช่ฝ่ายผิดสัญญา โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสองพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วุฒิ คราวุฒิ · บุญธรรม อยู่พุก · สถิตย์ ไพเราะ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7379/2543

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 572 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยมาตรา 537 และมาตรา 546 กำหนดให้โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อรถยนต์พิพาทมีหน้าที่ตามสัญญาเช่าซื้อที่จะต้องส่งมอบรถยนต์พิพาทแก่จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อ เพื่อให้จำเลยที่ 1 ได…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2763/2551

สัญญาเช่าทรัพย์แบบลีสซิ่งถือได้ว่าเป็นสัญญาเช่าทรัพย์อย่างหนึ่งที่โจทก์ในฐานะผู้ให้เช่าให้คำมั่นว่าจะขายทรัพย์ที่เช่าให้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้เช่าเมื่อครบกำหนดการเช่าแล้ว สัญญาดังกล่าวจึงมิใช่สัญญา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5379/2549

จำเลยเช่าซื้อรถยนต์บรรทุกใหม่ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนตาม พ.ร.บ.รถยนต์จากโจทก์ โดยจำเลยได้ชำระเงินค่าจดทะเบียนรถยนต์ที่เช่าซื้อให้โจทก์เพื่อให้โจทก์ไปดำเนินการจดทะเบียน ถือได้ว่าโจทก์กับจำเลยมีข้อตกลงกันใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6967/2545

สัญญาเช่า (โดยมีสิทธิเลือกซื้อ) ระบุว่า ห้างฯ จำเลยที่ 1 เช่ารถยนต์คันหนึ่งจากบริษัทโจทก์มีกำหนด 4 ปี ชำระค่าเช่าเป็นรายเดือน โดยจำเลยที่ 1 ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดการเช่าแต่มีสิทธิจะซื้อรถย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้