Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7820/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

อ. ลูกจ้างจำเลยรับรถยนต์ของโจทก์ไว้เพื่อทำการล้างอัดฉีดซึ่งเป็นกิจการของจำเลยการที่อ. มอบรถยนต์คันดังกล่าวให้ผู้อื่นไปโดยผู้นั้นไม่มีหลักฐานใบรับรถมาแสดงเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อเมื่อทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายจึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์และเป็นการกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยจำเลยจึงต้องร่วมรับผิดกับอ.ในผลแห่งละเมิดด้วยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา425

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน8 ร-5699 กรุงเทพมหานคร โดยเช่าซื้อจากบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ศรีมิตร จำกัด จำเลยที่ 1 ประกอบกิจการปั๊มน้ำมัน จำเลยที่ 2ประกอบกิจการรับประกันภัยรถยนต์และเป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวจากโจทก์ ซึ่งขณะเกิดเหตุอยู่ในระหว่างที่สัญญาประกันภัยมีผลบังคับใช้ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2532 เวลาประมาณ 8.30 นาฬิกาโจทก์ให้นายสุเทพ สุทธาภรณ์ นำรถยนต์คันดังกล่าวไปว่าจ้างให้จำเลยที่ 1 ล้างอัดฉีด ถ่ายน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ และน้ำมันเพลาท้ายพนักงานของจำเลยที่ 1 ออกใบรับรถให้แก่นายสุเทพไว้เป็นหลักฐาน ต่อมาในตอนเย็นวันเดียวกัน นายสุเทพนำใบรับรถไปขอรับรถยนต์คืนจากจำเลยที่ 1 แต่ปรากฎว่ามีบุคคลอื่นไปขอรับรถยนต์คันดังกล่าวออกไปแล้ว

เมื่อพนักงานของจำเลยที่ 1กระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ 1 ในฐานะนายจ้างจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์ และรถยนต์คันดังกล่าวสูญหายระหว่างการรับประกันภัยของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดใช้ราคารถยนต์และค่าเสียหายให้แก่โจทก์ด้วย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์จำนวน 405,850 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 354,750 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ให้การว่า ผู้ที่รับรถยนต์ของโจทก์ไว้ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุไว้จากโจทก์ แต่จำกัดวงเงินชดใช้เฉพาะการลักทรัพย์ไม่เกิน 200,000 บาท

รถยนต์พิพาทสูญหายไม่ได้เกิดจากการลักทรัพย์จึงไม่อยู่ในเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยที่จำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดต่อโจทก์ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงินจำนวน320,000 บาท แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะใช้เงินเสร็จ แต่ทั้งนี้ให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดไม่เกิน 200,000 บาทจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ใช้เงินจำนวน270,000 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบว่านายอู๊ดเป็นพนักงานของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้างจำเลยที่ 1การที่นายอู๊ดมอบรถยนต์คันดังกล่าวให้ผู้อื่นไปโดยผู้นั้นไม่มีหลักฐานใบรับรถมาแสดงเป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อเมื่อทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายจึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์การที่นายอู๊ดรับรถยนต์คันดังกล่าวไว้เพื่อทำการล้างอัดฉีดและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันชนิดต่าง

ๆ ภายในรถและมอบคืนให้แก่คนที่มาขอรับเป็นการกระทำในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1ในฐานะนายจ้างจึงต้องร่วมรับผิดกับนายอู๊ดในผลแห่งละเมิดด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 425 ฎีกาจำเลยที่ 1ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สถิตย์ ไพเราะ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · สมคิด ไตรโสรัส
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8203/2538

จำเลยที่ 2 นำรถยนต์โดยสารคันเกิดเหตุไปร่วมกิจการเดินรถกับจำเลยที่ 3 ในเส้นทางที่ได้รับสัมปทานจากทางราชการ โดยจำเลยที่ 3 ได้รับผลประโยชน์ตอบแทนจากจำเลยที่ 2 ร้อยละ 13 ของยอดรายได้ที่ยังไม่หักค่าใช้จ่าย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5910/2538

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้รับผิดในฐานะที่เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์คันเกิดเหตุ แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องและนำสืบว่าจำเลยที่ 1ขับรถยนต์คันดังกล่าวในฐานะอะไรหรือมีความสัมพันธ์อย่างไรกับ บ. ผู้เอาประกันภ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6628/2538

จำเลยรับรถยนต์ที่โจทก์รับประกันไว้จากผู้เอาประกันภัยเพื่อรับจ้างติดตั้งหลังคาไฟเบอร์กล๊าสจำเลยจึงมีหน้าที่ต้องดูแลรักษารถยนต์มิให้สูญหายเพื่อจะได้คืนรถยนต์ให้ผู้ว่าจ้างเมื่อรถยนต์สูญหายไปในระหว่างที่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3919/2534

จำเลยที่ 7 มิได้ให้การต่อสู้คดีในเรื่องฟ้องเคลือบคลุมไว้เช่นเดียวกับจำเลยอื่นจึงไม่มีสิทธิที่จะยกประเด็นดังกล่าวขึ้นอุทธรณ์เพราะเป็นข้ออุทธรณ์ที่นอกเหนือคำให้การของตน ทั้งไม่ใช่ปัญหาเกี่ยวกับความสงบเร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4814/2533

จำเลยที่ 1 ขับรถของจำเลยที่ 2 โดยมีจำเลยที่ 2 ซึ่งเมาสุรานั่งไปด้วย ถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ขับรถอันเป็นกิจการของจำเลยที่ 2แทนจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 จึงเป็นตัวแทนของจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวการ โจทก์บรรยายฟ้อ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้