Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 783/2507

พ.ศ. 2507 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สามีเป็นผู้ผลิตแร่แล้วส่งไปให้ภรรยาจัดการจำหน่ายหนี้สินที่เกิดขึ้นถือได้ว่าเป็นหนี้ร่วมกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1482(3)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภรรยากัน ประกอบอาชีพทางทำเหมืองแร่ จำเลยที่ 1 ขุดแร่ส่งไปให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้จำหน่ายระหว่างเดือนพฤจิกายน 2502 ถึงเดือนมิถุนายน 2503 จำเลยได้ส่งแร่ไปขายให้บริษัทโจทก์และรับเงินล่วงหน้าค่าแร่ไป เมื่อคิดหักบัญชีกันแล้วจำเลยเป็นลูกหนี้โจทก์ 12,761.90 บาท ขอให้ศาลบังคับจำเลยที่ 1 ให้การว่า ไม่ได้สั่งหรือยินยอมให้จำเลยที่ 2 มีอำนาจรับรองหนี้สินที่เกิดขึ้นกับจำเลยที่ 1 และตัดฟ้องว่าคดีขาดอายุความจำเลยที่ 2 ให้การว่า เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองใช้เงินโจทก์ตามฟ้องจำเลยที่ 1 แต่ผู้เดียวอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า

จำเลยทั้งสองเป็นสามีภริยากัน และร่วมกันประกอบอาชีพทำเหมืองแร่ โดยจำเลยที่ 1 เป็นผู้ผลิตแร่ที่จังหวัดราชบุรี แล้วส่งไปให้จำเลยที่ 2 ซึ่งอยู่ในกรุงเทพฯ ขายให้แก่โจทก์และบริษัทอื่น ๆ โจทก์จำเลยได้ติดต่อซื้อขายแร่กันมาหลายปีแล้ว วิธีการซื้อขายแร่กันนั้น บางครั้งจำเลยที่ 2 ขอรับเงินค่าแร่ล่วงหน้าไปก่อน เมื่อส่งแร่ให้โจทก์แล้วจึงคิดบัญชีกัน โจทก์ส่งบัญชีรายละเอียดในนามของจำเลยที่ 1 เป็นผู้ขายไปให้จำเลยที่ 2 ตรวจสอบ เมื่อจำเลยที่ 2 ตรวจถูกต้องก็เซ็นชื่อรับรองแล้วส่งคืนโจทก์ โจทก์คิดบัญชีครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2503 ปรากฏว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์ 12,761.90 บาท ซึ่งจำเลยที่ 2 เซ็นชื่อรับรองความถูกต้องแล้วเช่นนี้ คดีจึงฟังได้ว่าหนี้รายนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการงานซึ่งสามีภริยาทำด้วยกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1482(3) ซึ่งให้ถือว่าเป็นหนี้ร่วมกัน เมื่อเป็นหนี้ร่วมจึงผูกพันจำเลยที่ 1 ให้ต้องรับผิดต่อโจทก์ ในเรื่องอายุความนั้น ศาลฟังว่าฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เจน เวชศิลป์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้