คำฟ้องและคำให้การ
กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องจำเลยให้ชำระหนี้เงินกู้
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้จำเลยชำระเงินกู้พร้อมทั้งดอกเบี้ย
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ระหว่างฎีกาโจทก์ขอให้ศาลบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลย แล้วขายทอดตลาดได้เงิน 99,150 บาท โดยโจทก์เป็นผู้ซื้อได้หลังจากขายทอดตลาดแล้ว ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนจำเลยโจทก์นำเงินค่าซื้อทรัพย์สินของจำเลยจากการขายทอดตลาดมาวางศาล99,150 บาท ศาลชั้นต้นให้จำเลยเสียค่าธรรมเนียมการขายทอดตลาดโดยหักเงินที่ขายทอดตลาดไว้ร้อยละ 5 เป็นเงิน 4,957.50 บาท จำเลยอุทธรณ์คำสั่งว่า โจทก์ต้องเป็นผู้รับผิดเสียค่าธรรมเนียมการขายทอดตลาดศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมในการขายทอดตลาด4,957.50 บาทโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า
ค่าธรรมเนียมในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลเป็นค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีตามที่บัญญัติไว้ในตาราง 5 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 วรรคแรก บัญญัติความรับผิดชั้นที่สุดสำหรับค่าฤชาธรรมเนียมของคู่ความในคดี ให้ตกอยู่แก่คู่ความฝ่ายที่แพ้คดี และวรรคสองบัญญัติว่าค่าฤชาธรรมเนียมให้รวมถึงค่าธรรมเนียมในการบังคับคดีด้วย คดีนี้ศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์เป็นฝ่ายแพ้คดี กับให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้น ชั้นอุทธรณ์ และฎีกาแทนจำเลย ฉะนั้นโจทก์จึงต้องรับผิดในค่าธรรมเนียมการขายทอดตลาด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์เสียค่าธรรมเนียมการขายทอดตลาดแทนจำเลยนั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน