คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า่ จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ ผู้เป็นนายจ้าง ตามทางการแห่งหน้าที่ด้วยความประมาท เป็นเหตุให้ ชน ด.ญ.สมสวาท แก้วมณีโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส นายแพทย์ต้องตัดขาขวา ด.ญ.สมสวาทโจทก์ออกไปข้างหนึ่ง จึงขอ เรียกค่าทดแทน ๒๐๐๐๐ บาท ค่าอุปการะเลี้ยงดูอีกเดือนละ ๑๕๐ บาทเป็นเวลา ๓๐ ปี เป็นเงิน ๓๖๐๐๐ บาทจากจำเลยทั้ง สอง จำเลยที่ ๑ ปฏิเสธอ้างว่า ไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ ๒ ปฏิเสธว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ลูกจ้าง จำเลยที่ ๒ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๒ พิพากษาให้จำเลยทั้งสองรับผิดร่วมกัน ใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ คือค่า สินไหมทดแทน ๒๐๐๐๐ บาท ค่าอุปการะเลี้ยงดู เดือนละ ๑๐๐ บาท จนบรรลุนิติภาวะ เป็นเงิน ๑๓๕๐๐ บาท.
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์,
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน.
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยทั้งสองฎีกา, ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ลูกจ้างจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิด. ส่วนประเด็นเรื่องค่าเสียหายนั้น มีมาตรา ๔๓๘, ๔๔๔ ป.ม.แพ่งฯบัญญัติไว้แล้ว กรณีละเมิดทำให้เสียหายแก่ร่างกายหรือ อนามัยนั้น ผู้ทำละเมิดจะต้องเสียค่าเสียหายเพื่อการเสียหายที่ผู้เสียหาย เสียความสามารถประกอบการงานทั้งในเวลา ปัจจุบันและในอนาคต จึงมีสิทธิเรียกได้ตามมาตรา ๔๔๔ เพราะถือว่าเป็นค่าเสียหายด้วย และค่าสินไหมทดแทนที่ศาล ล่างกำหนดให้จำเลยต้องรับผิด เสียให้โจทก์นั้น ศาลนี้เห็นว่าพอสมควรแล้ว
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ ต่อโจทก์ด้วย ฯลฯ นอกจากที่แก้คงยืน.