คำฟ้องและคำให้การ
คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเฉพาะเรื่องเพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา ม.๙๒ ว่าผู้ที่ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกแต่รอการลงโทษไว้นั้น ถ้าได้กระทำความผิดขึ้นอีกภายในเวลาที่ศาลกำหนดตามความใน ม.๕๖ เมื่อศาลพวกโทษที่รอไว้เข้ากับโทษในคดีหลังแล้ว จะเพิ่มโทษอีกด้วยได้หรือไม่ ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลทั้งสองว่า เพิ่มโทษอีกไม่ได้ ข้อวินิจฉัยของศาลฎีกามีว่า คดีนี้โจทก์ฎีกาเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า ประมวลกฎหมายอาญา ม.๙๒ ประโยคที่ว่า ในระหว่างที่ยังจะต้องรับโทษอยู่ก็ดี นั้น ย่อมกินความรวมถึงผู้ที่ถูกรอการลงโทษไว้ด้วยเพราะผู้ที่ถูกรอการลงโทษไว้นั้น นับได้ว่าอยู่ในระหว่างที่ยังจะต้องรับโทษอยู่
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา ม.๙๒ ใช้คำว่า โทษจำคุก คือบัญญัติว่า ผู้ใดต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก ถ้าและได้กระทำความผิดใด ๆ อีกในระหว่างที่ยังจะต้องรับโทษอยู่ก็ดี ฯลฯ คำว่ารับโทษ ในประโยคหลัง ก็คือ โทษจำคุกในประโยคแรกนั่นเอง โทษที่รอไว้จึงไม่เป็นโทษที่กำลังรับอยู่หรือยังจะต้องรับอยู่ความใน มาตรา ๙๒ เทียบเคียงได้กับฎีกาที่ ๕๖๔/๒๕๐๐