Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 786/2524

พ.ศ. 2524 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ฟ้องหย่าจำเลย แต่จำเลยมีเชื้อชาติและสัญชาติฝรั่งเศสและมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ศาลไทยจึงไม่มีอำนาจรับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาได้ แม้มูลคดีจะเกิดในเขตศาลไทย แต่จำเลยก็ไม่ได้เข้ามาในประเทศไทย กรณีจึงไม่อยู่ในบังคับ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4(3) และเมื่อศาลยังไม่ได้ สั่งรับคำฟ้องจะใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 34 บังคับไม่ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของโจทก์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 4 บัญญัติว่า "เว้นแต่จะได้มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นการยื่นคำฟ้องนั้น ต้องอยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติดังต่อไปนี้ (1) คำฟ้องเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิหรือประโยชน์ใด ๆ อันเกี่ยวกับทรัพย์เหล่านั้น ให้เสนอต่อศาลที่ทรัพย์เหล่านั้นตั้งอยู่ในเขตศาล ฯลฯ (2) คำฟ้องอื่น ๆ นอกจากนี้ให้เสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล ฯลฯ (3) ในกรณีที่เกี่ยวด้วยหนี้เหนือบุคคลซึ่งมิได้ตกอยู่ในบทบัญญัติแห่งหมวดนี้ ระหว่างเจ้าหนี้ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศสยามและลูกหนี้ซึ่งมิได้มีภูมิลำเนาในประเทศสยามหากเข้ามาในประเทศสยามชั่วคราวนั้น

ไม่ว่าจะเกิดมูลคดีในประเทศใด หรือมูลคดีจะเป็นประการใดก็ตาม เจ้าหนี้จะยื่นคำฟ้องขอให้บังคับตามสิทธิเช่นว่านั้นในศาลซึ่งตนมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลนั้น หรือในศาลที่พบตัวลูกหนี้ในเขตศาลนั้นก็ได้ แต่ศาลจะดำเนินคดีต่อไปได้ต่อเมื่อได้ส่งหมายเรียกให้แก่ลูกหนี้ในประเทศสยามแล้ว"ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คำฟ้องของโจทก์ต้องตามมาตรา 4(2) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งซึ่งจะต้องเสนอคำฟ้องต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล แต่ปรากฏตามคำฟ้องของโจทก์ระบุว่า จำเลยมีเชื้อชาติและสัญชาติฝรั่งเศส อยู่บ้านเลขที่ 4 ถนนแวรต์บัวส์ปลาสเดอราเรพับลิค 75003 ปารีส ประเทศฝรั่งเศส และตามฎีกาของโจทก์เองก็ยืนยันอีกว่า จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศฝรั่งเศสนอกเขตอำนาจของศาลแพ่ง จึงจะรับคำฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาไม่ได้

เพราะจำเลยไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย ไม่อยู่ภายใต้อำนาจของศาลไทย และแม้มูลคดีจะเกิดในเขตศาลไทย แต่จำเลยก็ไม่ได้เข้ามาในประเทศไทยกรณีจึงไม่อยู่ในบังคับมาตรา 4(3) เมื่อศาลยังไม่ได้สั่งรับคำฟ้องก็จะใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 34 ตามที่โจทก์ฎีกาไม่ได้"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
แต่ง ทองภักดี · สมชัย ทรัพยวณิช · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1824/2567

ในการเสนอคำฟ้องนั้น ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) บัญญัติว่า "คำฟ้อง ให้เสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่" คำว่า "มูลค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3412/2565

คำว่า มูลคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) หมายถึงต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้เกิดอำนาจฟ้องแก่โจทก์ โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาประกันภัยต่อโจทก์โดยไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 527/2561

แม้จำเลยที่ 2 มีบ้านพักอาศัยอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีและได้แจ้งย้ายออกจากบ้านหลังดังกล่าวแล้วโดยไม่ปรากฏว่าได้แจ้งย้ายเข้าที่ใด แสดงว่าจำเลยที่ 2 ไม่มีเจตนาย้ายถิ่นที่อยู่และจงใจจะเปลี่ยนภูมิลำเนาตาม ป.พ.…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1475/2559

โจทก์บรรยายฟ้องกล่าวอ้างว่า จำเลยทำละเมิดต่อโจทก์โดยการนำที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ออกขายทอดตลาดให้แก่บุคคลภายนอกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และจำเลยมิได้มีคำขอให้มีการบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1193/2559

แม้ตามคำฟ้องโจทก์จะระบุภูมิลำเนาของจำเลยอยู่ที่จังหวัดนครปฐม แต่โจทก์บรรยายคำฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยทำสัญญาซื้อขายกันที่อำเภอหาดใหญ่ และโจทก์ได้แนบสำเนาหนังสือสัญญาซื้อขายซึ่งระบุว่ามีการทำสัญญาที่โรงแร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้