คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ศาลแสดงว่า คำสั่งของจำเลยที่ให้ริบปืนของโจทก์เป็นโมฆะ ให้จำเลยส่งปืนคืนให้โจทก์
จำเลยให้การต่อสู้ปฏิเสธความรับผิด และต่อสู้ว่าคดีขาดอายุความตาม ป.ม.แพ่งฯ มาตรา ๑๓๒๗ ศาลชั้นต้นชี้ขาดประเด็นเบื้องต้นในปัญหาเรื่องอายุความแล้วสั่งว่า คดีโจทก์ไม่ขาดอายุความ ให้ดำเนินการพิจารณาต่อไป ในที่สุดพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ฎีกาข้อกฎหมายของจำเลยที่ว่าจำเลยมีอำนาจสั่งริบอาวุธปืนหรือไม่ ซึ่งศาลชั้นต้นสั่งรับเป็นฎีกาขึ้นมานั้น
ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยไม่ได้ยกปัญหาข้อนี้และบรรยายให้ชัดแจ้งในฎีกาต้องห้ามตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ม.๒๔๙ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ส่วนปัญหาข้อหลัง จำเลยเป็นผู้ยื่นคำร้องให้ศาลชั้นต้นสั่งชี้ขาดในข้อกฎหมายตาม ป.ม.วิ.แพ่ง ม. ๒๔ ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งตามจำเลยขอในวันรุ่งขึ้น ดังนี้จะว่าศาลชั้นต้นไม่สั่งตามจำเลยขอฟังไม่ได้ การสั่งตามมาตรา ๒๔ ถ้าคดีเสร็จไปทั้งเรื่อง คู่ความต้องอุทธรณ์ตามมาตรา ๒๒๗ ถ้าไม่เสร็จไปทั้งเรื่องก็ต้องบังคับตามมาตรา ๒๒๘(๓) ซึ่งคู่ความต้องอุทธรณ์ภายใน ๑ เดือนนับแต่วันมีคำสั่งตามวรรค ๒ แห่งมาตราเดียวกัน ถ้าไม่อุทธรณ์ก็ต้องโต้แย้งให้ศาลจดลงไว้ในรายงานดังวรรคสุดท้ายแห่งมาตรา ๒๒๘ นั้น คดีนี้จำเลยมิได้ปฏิบัติตามที่กฎหมายบังคับไว้ทั้งสองประการ กล่าวคือมิได้อุทธรณ์ภายใน ๑ เดือนนับแก่วันฟังคำสั่ง ทั้งไม่ได้โต้แย้งไว้ จำเลยย่อมหมดสิทธิ์ในการอุทธรณ์ฎีกา
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษายืน, ให้ยกฎีกาจำเลย.