Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2500 (เลขอ้างอิง 78725)

พ.ศ. 2500 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยได้ทำผิดจริง ศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย แต่ศาลอุทธรณ์ให้รอการลงโทษไว้ ถือว่าเป็นการแก้มาก โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 218 จำเลยที่ 5 ได้สมคบกับจำเลยอีก 4 คนกระทำความผิดอันเป็นเหตุในลักษณะคดีตามประมวล ก.ม.อาญา มาตรา89 โทษที่ศาลอุทธรณ์วางแก่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 เป็นโทษเบากว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนด แม้จำเลยที่ 5 จะมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้โทษจำเลยที่ 5 ได้ตาม ป.วิ. อาญา มาตรา 213 เพราะเป็นคุณแก่จำเลย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

เรื่อง ทำร้ายร่างกาย คดี ๕ สำนวนนี้พิจารณาพิพากษารวมกัน

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยสมคบกันใช้อาวุธทำร้ายร่างกาย นายซุยกวง กับพวก ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๒๕๔,๒๕๖,๖๓ จำเลยที่ ๑ - ๔ - ๕ ปฏิเสธ จำเลยที่ ๒ - ๓ ว่าได้ทำร้ายผู้เสียหายจริงแต่มิได้ใช้อาวุธและว่าบาดแผลไม่ถึงบาดเจ็บ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทุกคนมีผิดตาม ก.ม. ลักษณะอาญา มาตรา ๒๕๖,๖๓ จำคุกคนละ ๒ ปี จำเลยที่ ๒ - ๓ อายุกว่า ๑๗ ปี แต่ไม่เกิน ๒๐ ปี ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตาม ก.ม. ลักษณะอาญาแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๔๙๔ ม.๗ คงจำคุกจำเลยที่ ๓ คนละ ๑ ปี ๔ เดือน แต่สำหรับ นางมุ้ยจำเลย ที่ ๕ พิเคราะห์ตามเพศและการกระทำแล้ว ให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๕ ปี ตาม ก.ม.ลักษณะ อาญา แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๔๙๔ มาตรา ๓ จำเลยที่ ๑,๒,๓,๔ อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยทั้ง ๔ คน ที่อุทธรณ์มาตามประมวล ก.ม.อาญา ม.๒๙๗,๘๓ ให้จำคุกจำเลยคนละ ๑ ปี จำเลยที่ ๒,๓ อายุกว่า ๑๗ ปีแต่ไม่เกิน ๒๐ ปี ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๕๘ ทวิ. คงจำคุกจำเลยที่ ๒,๓ คนละ ๕ เดือน ๑๐ วัน และให้รอการลงโทษจำเลยทั้ง ๔ คน ไว้มีกำหนด ๕ ปี ตามก.ม.ลักษณะ ม.๔๑ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมกฎมายลักษณะอาญา (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ.๒๔๙๔ มาตรา ๓ อัยการโจทก์และผู้เสียหายทั้งสี่ฎีกาว่า ไม่สมควรรอการลงโทษขอให้พิพากษาลงโทษจำเลยทั้ง ๔ ไปเลยทีเดียว ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว คดีทั้ง ๕ นี้ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า จำเลยได้ทำผิดจริง ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลยทั้ง ๔ แต่ศาลอุทธรณ์ให้รอการลงโทษไว้ เป็นการแก้มาก ไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.อาญา มาตรา ๒๑๘

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ตามฎีกาที่ ๑๐๐๔/๒๔๙๖ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ่จำเลยทำผิดจริง และไม่ควรรอการลงโทษให้แก่จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น นางมุ้ย จำเลยที่ ๕ ได้สมคบกับจำเลยอีก ๔ คนกระทำความผิดอันเป็นเหตุในลักษณะคดี ีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๙ โทษที่ศาลอุทธรณ์วางแก่จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๔ เป็นโทษเบากว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนด นางมุ้ย จำเลยที่ ๕ ควรได้รับประโยชน์นี้ด้วย แม้นางมุ้ย จำเลยที่ ๕ จะมิได้ฎีกาขึ้นมาก็ดี ศาลฎีกาแก้โทษ นางมุ้ย จำเลยที่ ๕ ได้ตาม ป.วิ.อาญา มาตรา ๒๑๓เพราะเป็นคุณแก่จำเลย ศาลฎีกาพิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ว่า ให้ลงโทษที่ศาลอุทธรณ์รอไว้นั้นแก่จำเลยทั้ง ๔ คนไปเลยทีเดียว การแก้การลงโทษ นางมุ้ย จำเลยที่ ๕ ว่าเป็นผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๘,๘๓,๓ ให้วางโทษจำคุก ๑ ปี แต่ให้รอการลงโทษไว้ภายใน ๕ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามศาลอุทธรณ์.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปริพนธ์พจนพิสุทธิ์ · ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - จังหวัดชุมพร - ม.ร.ว.พูน ศรี
ศาลอุทธรณ์ - นายเย็น มีเมศกุล
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2500 (เลขอ้างอิง 38320)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าจำเลยได้ทำผิดจริง ศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย แต่ศาลอุทธรณ์ให้รอการลงโทษไว้ ถือว่าเป็นการแก้มากโจทก์ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ไม่ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธี…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2561 (เลขอ้างอิง 638679)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 3 และที่ 5 ร่วมกับพวกฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าผู้อื่น ยิงปืนโดยใช่เหตุ และใช้อาวุธปืนซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดี…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3499/2552

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 แก้ไขเฉพาะโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานร่วมกันใช้และฐานร่วมกันนำเข้าบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมจากกระทงละ 2 ปี และ 4 ปี เป็นกระทงละ 1 ปี และ 3 ปี ตามลำดับ อันเป็นการแก้ไขเล็กน้อย เมื่อแต่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1510/2548

ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 3 ชกต่อยกับโจทก์ร่วม ส่วนจำเลยที่ 2 ใช้ไม้ตีโจทก์ร่วมโดยไม่มีหลักฐานใดที่บ่งชี้ให้เห็นว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีส่วนร่วมรู้เห็นว่าจำเลยที่ 1 มีและพกอาวุธปืนมาด้วย หรือได้มีการคบคิดก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8768/2547

การกักขังแทนค่าปรับ ตาม ป.อ. มาตรา 30 วรรคหนึ่ง ให้ถืออัตรา 200 บาท ต่อ 1 วัน เว้นแต่ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ปรับตั้งแต่ 80,000 บาท ขึ้นไป ศาลจะสั่งให้กักขังแทนค่าปรับเป็นระยะเวลาเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้