Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2500 (เลขอ้างอิง 78759)

พ.ศ. 2500 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่ พ.ร.บ. คณะสงฆ์บัญญัติไว้ว่า พระภิกษุซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามบทแห่ง พ.ร.บ.นี้ ให้ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญานั้น บ่งชัดถึงอำนาจและหน้าที่ กล่าวคือ เมือมีอำนาจในวัดเหมือนกับเจ้าพนักงานแล้ว หากกระทำผิดในหน้าที่ก็จะต้องเป็นผิดฐานเจ้าพนักงานกระทำความผิดด้วย การลดโทษ ที่มีเหตุอันเข้าลักษณะทั้งกฎหมายเก่าและกฎหมายใหม่นั้น เมือได้ทำผิดขณะใช้กฎหมายเก่า ก็ควรอ้างกฎหมายเก่า คือ ก.ม. ลักษณะอาญา มาตรา 59 เป็นเหตุลดโทษ. ( ตามแบบอย่างฎีกา ที่ 1879/2500 )

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 59 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 132 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 136 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 137 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 138 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2484 มาตรา 57

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นสามสำนวน ว่าขณะเกิดเหตุจำเลยเป็นพระภิกษุได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัด พระพุทธบาท ใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริต เบียดบังยักยอกเอาทรัพย์ของวัด ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวและรับสินบน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดตาม ก.ม. ลักษณะอาญา มาตรา ๑๓๑, ๑๓๒, ๑๓๖,๑๓๗,๑๓๘ ให้รวม กระทงลงโทษจำเลย ลดแล้วคงจำคุก ๒ ปี ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิด พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทำผิดฐานรับสินบนสถานเดียว พิพากษาแก้ว่าจำเลยผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๓๘ วรรคต้น ให้รวมกระทงลงโทษจำเลย ลดตาม ก.ม.ลักษณะอาญา มาตรา ๕๙ แล้วคงจำคุก ๑ ปี ส่วนที่จำเลยแก้ฎีกาโต้แย้งว่าตาม พ.ร.บ. คณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๕๗ ซึ่งว่า "พระภิกษุซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญา " นั้น เป็นการให้อำนาจไว้เพื่อควบคุมและคุ้ม ครองอย่างเดียวกับเจ้าพนักงานเท่านั้น มิได้มีผลบังคับว่าถ้าทำผิดจะต้องเป็นเรื่องเจ้าพนักงานกระทำผิด้วย โดยตรงดังที่กฎหมายลักษณะอาญาบัญญัติไว้ในเรื่องเจ้าพนักงานกระทำผิด จึงไม่ควรใช้บทกฎหมายอันเกี่ยวด้วยเจ้าพนักงานกระทำความผิดมาลงโทษจำเลยนั้นศาลฎีกาเห็นว่า คำว่า "ให้ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญา " นั้น บ่งชัดถึงอำนาจและหน้าที่พร้อมมูลทั้งสองประการ กล่าวคือ เมื่อมีอำนาจในวัดเหมือนกับเจ้าพนักงานแล้ว หากกระทำผิดในหน้าที่ก็ต้องเป็นผิดฐานเจ้าพนักงานกระทำความผิดด้วย.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - ศาลจังหวัดสระบุรี - นายพยนต์
ศาลอุทธรณ์ - หลวงสารศิลปวุฒิ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2500 (เลขอ้างอิง 38355)

การที่ พระราชบัญญัติคณะสงฆ์บัญญัติไว้ว่า พระภิกษุซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายลักษณะอาญานั้น บ่งชัดถึงอำนาจและหน้าที่ กล่าวคือเมื่อมีอำนาจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 629/2494

ลูกบ้านได้ขอให้กำนันเอาตัวผู้เสียหายไปสอบถามให้แน่นอนในเรื่องที่ลูกบ้านสงสัยว่าผู้เสียหายซ่อนกระบือของตนที่หายไป กำนันจึงเอาตัวผู้เสียหายไปที่บ้านกำนัน เรียกร้องให้ผู้เสียหายใช้ราคากระบือแก่ลูกบ้านแล้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 460/2490

ตำรวจจับผู้กระทำผิด แล้วยึดของกลางไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัวไม่นำส่งเจ้าพนักงานสอบสวนแม้การจับนั้นอยู่นอกเขตท้องที่ที่ตนประจำการก็คงมีความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่(อ้างฎีกาที่ 140/2490)

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1138/2505

เป็นเจ้าพนักงานทำการจับกุมเขาโดยชอบแล้ว แต่กลับทุจริตเรียกและรับเงินแล้วปล่อยตัวไปไม่ส่งตัวเพื่อดำเนินคดี ความผิดย่อมเข้าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.2502 มาตรา 5 แต่ไม่ผิดมาตรา 148 เพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 759/2496

ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ไปทำการจับกุมราษฎรหมู่ 4 ซึ่งลอบไปตัดไม้หวงห้ามในหมู่ 4 นั้น ย่อมมิอาจถูกกล่าวหาว่ากระทำการทุจริตในฐานะเป็นเจ้าพนักงานได้ เพราะเป็นการนอกขอบเขตอำนาจและหน้าที่ และไม่นับว่าเป็นเจ้าพนั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้