Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 788/2500

พ.ศ. 2500 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อจำกัดอำนาจของตัวแทนไม่ให้ตัวแทนกู้ยืมเงินได้นั้นเป็นการภายในระหว่างตัวการกับตัวแทนถ้าบุคคลภายนอกไม่รู้ถึงข้อจำกัดดังกล่าวตัวการย่อมไม่พ้นความรับผิดที่ตัวแทนต้องรับผิดในเมื่อตัวการอยู่ต่างประเทศนั้นเป็นการเพิ่มความรับผิดให้แก่ตัวแทน หาได้หมายความว่าตัวการหมดความรับผิดไม่การฟ้องเรียกหนี้ตามเช็คที่ออกให้โดยตัวแทน เพื่อชำระหนี้เงินที่ตัวแทนได้รับจากโจทก์ไปใช้ในกิจการของตัวการนั้น ไม่ใช่การฟ้องเรียกเงินตามเช็คโดยเฉพาะเพราะฉะนั้น จึงต้องบังคับตามกฎหมายว่าด้วยตัวการตัวแทนไม่ใช่บังคับตามกฎหมายว่าด้วยตั๋วเงิน

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีได้ความตามทางพิจารณาชั้นศาลฎีกาว่าจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของโรงแรมอัญอัญโฮเต็ล จำเลยที่ 2 ได้รับมอบอำนาจให้เป็นตัวแทนและเป็นผู้จัดการโรงแรม มีอำนาจลงนามในเช็คเบิกจ่ายเงินในนามของโรงแรม จำเลยที่ 1 มีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศจำเลยที่ 2 ได้ออกเช็ค 9 ฉบับและประทับตราของโรงแรมให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ จำเลยที่ 2 พ้นจากหน้าที่ผู้จัดการเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2496 ปรากฏว่าเช็คบางฉบับลงวันที่ภายหลังที่จำเลยพ้นหน้าที่แล้ว แต่โจทก์สืบได้ว่าเป็นเช็คออกขณะที่จำเลยยังเป็นผู้จัดการ หากลงวันล่วงหน้าไว้ และโจทก์สืบได้ว่าหนี้ตามเช็คนี้เป็นหนี้ที่จำเลยที่ 2 ยืมไปเพื่อใช้จ่ายปรับปรุงโรงแรมธนาคารไม่ยอมจ่ายเงินตามเช็คให้โจทก์ อ้างว่าปิดบัญชีเงินฝากของโรงแรมจำเลยเสียแล้ว โจทก์จึงฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดศาลแพ่งพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน 52,825 บาท แก่โจทก์จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้ดังนี้1. ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า ใบมอบอำนาจมีข้อความจำกัดอำนาจจำเลยที่ 2 ไว้ว่าจะทำการกู้ยืมเงินไม่ได้ จำเลยที่ 2 จึงไม่มีอำนาจออกเช็ค และจำเลยที่ 1 จึงไม่ควรรับผิด นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าแม้จะมีข้อจำกัดเช่นนั้น ก็เป็นการภายในระหว่างกันไม่ปรากฏว่าโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกได้รู้ถึงข้อความนี้จำเลยไม่พ้นจากความรับผิดตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 822 เพราะการที่ตัวการได้มอบอำนาจให้ตัวแทนดำเนินกิจการของโรงแรมได้ตลอดจนเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารและลงนามในเช็คสั่งจ่ายด้วยนั้น ทำให้โจทก์มีมูลเหตุอันสมควรจะเชื่อว่ากิจการอันนั้นอยู่ในขอบอำนาจของตัวแทน2. ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า เมื่อจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นตัวการอยู่ต่างประเทศ และมีกฎหมายให้ตัวแทนต้องรับผิดแล้ว ตัวการก็ไม่ต้องรับผิดด้วยนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า ตัวการย่อมต้องรับผิดในกิจการทั้งหลายอันตัวแทนหรือตัวแทนช่วงได้ทำไปภายในขอบอำนาจตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 820 มิได้มีข้อยกเว้นว่าหากตัวการอยู่ต่างประเทศแล้ว จะมิต้องรับผิด ส่วนประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824 ที่ให้ตัวแทนต้องรับผิดในเมื่อตัวการอยู่ต่างประเทศนั้น เป็นการเพิ่มความรับผิดแก่ตัวแทนเท่านั้นมิได้เปลี่ยนแปลงหลักกฎหมายแต่อย่างใด3. ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่าคดีนี้ฟ้องกันในฐานะตัวแทนออกเช็คก็ต้องวินิจฉัยตามกฎหมายลักษณะตั๋วเงิน จำเลยที่ 1 ไม่มีชื่อในเช็ค จึงไม่ต้องรับผิดนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ฟ้องเรียกหนี้ตามเช็คที่จำเลยที่ 2 ออกให้เพื่อชำระหนี้เงินที่จำเลยที่ 2รับจากโจทก์ ไปใช้ในกิจการโรงแรมของจำเลยที่ 1 ไม่ใช่ฟ้องเรียกเงินตามเช็คโดยเฉพาะ จำเลยที่ 1 จึงไม่พ้นความรับผิดศาลฎีกาพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร · นนทประชา · ดุลยกรณ์พิทารณ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1121/2533

จำเลยเป็นคู่สัญญากับโจทก์ โดย จำเลยได้ รับมอบเงินจากโจทก์แล้วสัญญาจะใช้คืนพร้อมดอกเบี้ย อันเป็นการรับฝากเงินโดย สัญญาให้ดอกเบี้ย ดังนี้มี ผลผูกพันบริษัทจำเลยให้ต้อง รับผิดตาม สัญญารับฝากเงินดังกล่าว.

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3612/2563

โจทก์เคยมอบอำนาจให้จำเลยที่ 1 ดำเนินการซื้อที่ดินพิพาท โดยโจทก์ไม่เคยไปดูที่ดินพิพาท และหลังจากซื้อที่ดินพิพาทแล้วโจทก์ก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับที่ดินพิพาท กับให้จำเลยที่ 1 เป็นผู้เก็บรักษาโฉนดที่ดินพิพาท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1457/2563

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปในเคหสถานที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร โดยไม่ได้บรรยายฟ้องถึงองค์ประกอบความผิดว่าจำเลยกระทำโดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลัง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1433/2563

โจทก์ไม่ได้ตกลงโอนสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดพิพาทให้แก่จำเลยร่วมเนื่องจากจำเลยที่ 2 ปลอมหนังสือโอนสิทธิตามสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จะขายจึงมีหน้าท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5415/2560

แม้จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคล การดำเนินการใดๆ ย่อมต้องทำผ่านทางผู้แทนคือ จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน และการสั่งจ่ายเช็คพิพาททั้งสองฉบับของจำเลยที่ 2 ถือเป็นการกระทำตามหน้าที่ภายในขอบ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้