Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2500 (เลขอ้างอิง 78850)

พ.ศ. 2500 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การนับอายุความ 1 ปี เรื่องละเมิดตาม ป.พ.พ.มาตรา 448 ต้องเริ่มนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ว่าใครควรรับผิดอย่างใด เมื่อมาฟ้องคดีเกินกว่าหนึ่งปี นับแต่ได้ทราบเรื่อง ก็ขาดอายุความ (ฎีกา 243/2497) เมื่อโจทก์จำเลยกะประเด็นมาแต่ศาลขั้นต้นว่ามีประเด็นข้อสืบเป็นเรื่องละเมิดแล้ว ในชั้นฎีกาจะโต้เถียงว่าควรปรับอายุความเข้าตามบทมาตรา 164,165 ย่อมเป็นการแปรเรื่องเป็นอื่นซึ่งไม่ตรงกับคดี และจะโต้เถียงว่า หากจะมิใช่เป็นความผิดเรื่องละเมิดก็ต้องรับผิดในฐานเป็นตัวแทนผู้เสียหายด้วย ดังนี้เป็นเรื่องยกประเด็นขึ้นมาใหม่ มิใช่ข้อที่ว่ากันมาในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยให้ไม่ได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดี ๒ สำนวนนี้ ศาลพิจารณารวมกัน ได้ความว่าเดิม นายผล โรจนวาศ สมุห์บัญชีอำเภอศรีราชาได้ทำการทุจริตต่อหน้าที่ยักยอกแสตมป์อากรแสตมป์อากรมหรศพของกรมสรรพากรไป นายผล ถูกฟ้องศาลลงโทษแล้วตามคดีอาญาแดงที่ ๙๒๖/๒๔๙๕ ของศาลจังหวัดชลบุรี โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยในคดี ๒ สำนวนนี้ ซึ่งเป็นนายอำเภอและปลัดอำเภอศรีราชาร่วมกันใช้เงิน (ราคาแสตมป์ที่นายผล ยักยอก) คดีแรก ๑๐,๕๐๐.๐๓ บาท คดีหลัง ๓๙,๖๓๖ บาท พร้อมกับดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี โดยเหตุที่จำเลยผู้มีหน้าที่ร่วมกันรับผิดชอบในการบริหารราชการอำเภอบังอาจจงใจหรือประมาทเลินเล่อปล่อยให้นายผลสมุห์บัญชีอำเภอซึ่งอยู่ในบังคับบัญชาของจำเลยเบิกจ่ายจำหน่ายเก็บร้กษาแสตมป์ตามลำพัง ไม่ควบคุมตามข้อบังคับของทางราชการ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์ฟ้องคดีเกิน ๑ ปีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ และ ฟ้องของโจทก์ไม่เข้าบทบัญญัติเรื่องละเมิดตามมาตรา ๔๒๐ ยกฟ้องโจทก์ทั้ง ๒ คดี

โจทก์อุทธรณ์ว่าคดียังไม่ขาดอายุความ ๑ ปี และควรปรับอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๔,๑๖๕ จำเลยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนและระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน เมื่อจงใจฝ่าฝืนก็เป็นการจงใจทำผิด มาตรา ๔๒๐

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ที่โจทก์เถียงในชั้นฎีกาว่า การนับอายุความ ๑ ปี ต้องนับตั้งแต่ที่โจทก์รู้ว่าผู้ละเมิดแต่ละคนควรรับผิดใช้ค่าเสียหายคนละเท่าใดนั้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ บัญญัติว่า หนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิด และรู้ตัวผู้จะพึงต้องให้ค่าสินไหมทดแทน ฯลฯ คดีฟังได้ว่า นายผล สมุห์บัญชีอำเภอได้ยักยอกเงินค่าอากรแสตมป์ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว กระทรวงการคลังโจทก์ได้ไล่ออกและฟ้องต่อศาล พร้อมกันนั้นคณะกรรมการจังหวัดชลบุรีมีหนังสือที่ ๖๐๐๕/๒๔๙๔ ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๔๙๔ โจทก์เพิ่งฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๔๙๖ เกินกว่า ๑ ปีแล้ว จึงขาดอายุความฐานละเมิดที่โจทก์จำเลยกะประเด็นกันมาแต่ศาลชั้นต้น ข้อที่ว่าควรปรับอายุความตามบทมาตรา ๑๖๔,๑๖๕ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งนั้น

เห็นว่าโจทก์จะแปรเรื่องให้เป็นอื่นซึ่งไม่ตรงกับเรื่องแห่งคดีนี้ ทั้งมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแต่ศาลชั้นต้น ที่กล่าวว่าหากจะมิใช่เป็นความผิดเรื่องละเมิด ก็ต้องรับผิดใช้เงินในฐานเป็นตัวแทนกระทรวงการคลัง โดยตรงด้วย ไม่แต่จะรับผิดในผลแห่งการละเมิดอย่างเดียวนั้น เห็นว่าเป็นประเด็นยกขึ้นมาใหม่ มิใช่ข้อที่ว่ากันมาใจศาลชั้นต้น ผิดรูปเรื่องแห่งดี จะรับวินิจฉัยให้ไม่ได้

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เลขวณิชธรรมวิทักษ์ · ทรงนิติกรณ์ · ชวน สิงหลกะ
ศาลล่าง
ศาลชลบุรี - นายผล พิทักษ์พล
ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถพิศาลโสภณ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2500 (เลขอ้างอิง 38298)

การนับอายุความ 1 ปี เรื่องละเมิดตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 448 ต้องเริ่มนับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ว่าใครควรรับผิดอย่างใด เมื่อมาฟ้องคดีเกินกว่าหนึ่งปี นับแต่ได้ทราบเรื่อง ก็ขาดอายุความ (ฎีกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7834/2538

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างคืออาคารและรั้วที่รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์และเรียกค่าเสียหาย จำเลยทั้งสองต่อสู้ว่าที่ดินที่สร้างอาคารเป็นของจำเลยทั้งสองโดยมีรั้วเป็นแนวเขต เป็น…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6576/2545

คำฟ้องในส่วนเกี่ยวกับความเสียหายบรรยายว่าจำเลยทั้งสองระเบิดและย่อยหินนอกพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตจำนวนสองครั้ง แต่ละครั้งคิดเป็นพื้นที่เท่าใดและปริมาตรเท่าใด รวมทั้งปริมาตรหินที่จำเลยทั้งสองเอาไปเป็นจำนว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1414/2540

หนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีของโจทก์ระบุถึง อ.มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 กับพวกเป็นคดีนี้เท่านั้นการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีสำหรับจำเลยที่ 1 และที่ 2 ของโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมาย โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 831/2539

จำเลยให้การต่อสู้เพียงว่าตามรายงานประจำวันกำหนดให้จำเลยปฎิบัติตามข้อตกลงภายในวันที่30เมษายน2534โจทก์นำคดีมาฟ้องก่อนกำหนดจึงไม่มีอำนาจฟ้องดังนั้นข้อที่จำเลยฎีกาว่ารายงานประจำวันเป็นสัญญาประนีประนอมยอมค…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้