Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 790/2472

พ.ศ. 2472 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

อ้างหนังสือปลอมเปนพะยาน แต่ผู้อ้างไม่ได้สมคบกับผู้อื่นทำขึ้นหรือรู้ข้อความในหนังสือเมื่อขณะทำ ยังไม่มีผิดฐานปลอมหนังสือ แต่มีผิดฐานใช้หลักฐานพะยานเท็จ พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ ม.7 คดีที่คู่ความฎีกาไม่ได้นั้น ถ้าผู้พิพากษาศาลเดิมรับรองก็ฎีกาได้ศาลล่างตัดสินกลับในกะทงใดฎีกาในกะทงนั้นได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 157-155

คำฟ้องและคำให้การ

จ.มีความประสงค์จะอย่าขาดจากโจทก์ผู้เปนสามี จึงไปขอร้องต่ออำเภอ พ.ซึ่งเป็นปลัดอำเภอได้ออกหมายเรียกโจทก์มา แต่โจทก์ไม่ยอมอย่า พ.จึงทำหนังสืออย่าขึ้นแล้วหลอกลวงว่าเป็นเรื่องราวที่จะนำเสนอต่อจังหวัดให้โจทก์ลงลายมือซื้อไว้ต่อมาโจทก์ได้ฟ้อง จ.ว่ามีชู้ จ.ก็นำหนังสือนั้นไปแสดงต่อศาลว่าเป็นหนังสืออย่า โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษ พ.แล จ.ดังนี้ ศาลเดิมตัดสินว่า พ.มีผิดตาม ม.๒๒๓ ให้จำคุก ๒ ปี จ.มีผิดตาม ม.๒๒๓ จำคุก ๑ ปี กะทง ๑ แล ม.๑๕๗-๑๕๕ จำคุก ๑ ปีอีกกะทงหนึ่ง ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้ยกข้อหาฐานปลอมหนังสือตาม ม.๒๒๓ ฉะเพาะตัว จ.เสีย แลแก้กำหนดโทษตาม ม.๑๕๗-๑๕๕ ลงคงเหลือ ๓ เดือนแลให้รอการลงอาญา จ.ไว้ ส่วน พ.ยืนตามศาลเดิมฯ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษ จ.ตามศาลเดิม

ศาลฎีกาเห็นว่า เรื่องปลอมหนังสือโจทก์ฎีกาได้ทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงแลข้อกฎหมาย ส่วนเรื่องอ้างหลักฐานพะยานเท็จ โจทก์ก็ฎีกาในข้อเท็จจริงได้ เพราะศาลเดิมสั่งอนุญาตให้โจทก์ทูลเกล้า ฯ ถวายฎีกาตาม พ.ร.บ.ฎีกาอุทธรณ์ ม.๗ ด้วย แลในความผิดฐานอ้างหลักฐานเท็จนี้ กรรมการเห็นว่าศาลอุทธรณ์ลงโทษ จ.ยังเบาไป จึงให้แก้เป็นจำคุก จ. ๑ ปี ตามมาตรา ๑๕๗-๑๕๕ ส่วนเรื่องปลอมหนังสือโจทก์นำสืบไม่ได้ความว่า จ.ได้สมคบกันกับ พ.หรือรู้เห็นข้อความในหนังสือนั้นขณะที่ พ.เขียนขึ้น จึงยังไม่พอลงโทษ จ.ในฐานนี้ได้ คงยืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนู · เทพ · พรหม
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้