Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7926/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2552 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม มิได้ประชุมกันจริง และเป็นการทำรายงานการประชุมเท็จที่ไม่มีผลตามกฎหมาย จึงชอบที่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นมีส่วนได้เสียจะร้องขอให้ศาลเพิกถอนการจดทะเบียนที่อาศัยการประชุมใหญ่เท็จดังกล่าวเสียได้ ทั้งกรณีของการทำรายงานการประชุมใหญ่เท็จเพื่อนำไปจดทะเบียน ย่อมจะมิใช่การประชุมใหญ่ผิดระเบียบเพราะฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายหรือข้อบังคับของบริษัทอันจะอยู่ในบังคับที่ต้องร้องขอให้เพิกถอนภายใน 1 เดือน นับแต่วันลงมติตาม ป.พ.พ. มาตรา 1195

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนมติที่ประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2552 และมติที่ประชุมอื่นใดที่นายมูน ซิก กับพวกได้ลงมติในภายหลังและเพิกถอนการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงของบริษัทและการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่มีมาในภายหลังจากมติที่ประชุมที่ขอให้เพิกถอนดังกล่าว ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านและแก้ไขคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังเป็นยุติว่า ผู้คัดค้านจดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัด เพื่อประกอบกิจการให้บริการอบซาวน่า คาราโอเกะ นวดแผนโบราณและสถานบันเทิง ทุนจดทะเบียน 6,000,000 บาท แบ่งออกเป็น 60,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ 100 บาท มีบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้น 4 คน จำนวน 30,600 หุ้น ได้แก่ นายโชคชัย 7,800 หุ้น นายวัฒนา 7,800 หุ้น นายวัชรพล 7,800 หุ้น นางทิพวรรณ์ 7,200 หุ้น คนต่างด้าวถือหุ้น 3 คน จำนวน 29,400 หุ้น ได้แก่ ผู้ร้อง 15,000 หุ้น นายฮี ชอน 13,800 หุ้น และนายซาง ชู 600 หุ้น มีผู้ร้องและนายฮี ชอน เป็นกรรมการ กับมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ นายฮี ชอน ถึงแก่ความตาย และศาลมีคำสั่งตั้งนายมูน

ซิก ซึ่งเป็นบิดาเป็นผู้จัดการมรดก นายโชคชัยและนายวัชรพลมีหนังสือขอให้ผู้ร้องเรียกประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้น นายวัชรพลและนายโชคชัยเรียกประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2552 ในวันที่ 5 มีนาคม 2552 เวลา 10 นาฬิกา ณ บ้านเลขที่ 361 หมู่ที่ 14 ตำบลดอยหล่อ อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ ตามหนังสือเชิญประชุม ไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับและประกาศหนังสือพิมพ์ นายมูน ซิก นำมติตามรายงานประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2552 ไปจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมให้ตนเองเข้าเป็นกรรมการและแก้ไขเพิ่มเติมตราประทับของบริษัท นายมูน ซิก เรียกประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2552 ณ บ้านเลขที่ 361 หมู่ที่ 14 ตำบลดอยหล่อ

อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ ตามหนังสือเชิญประชุมไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับและประกาศหนังสือพิมพ์ นายมูน ซิก นำมติตามรายงานประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2552 ไปจดทะเบียนแก้ไขเพิ่มเติมกรรมการและจำนวนหรือชื่อกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัท โดยนำชื่อผู้ร้องออกและให้ตนเองมีอำนาจลงชื่อผูกพันบริษัทแต่เพียงผู้เดียว

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า มีเหตุเพิกถอนการประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2552 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2552 ตามรายงานประชุมหรือไม่

ที่ผู้ร้องฎีกาว่า การประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2552 ไม่มีการประชุมกันจริงนั้น เห็นว่า ผู้ร้องเบิกความถึงการก่อตั้งผู้คัดค้านเป็นนิติบุคคลว่า ผู้ร้องกับนายฮี ชอน สามีเป็นผู้ที่ร่วมก่อตั้งผู้คัดค้าน โดยผู้ร้องเป็นผู้นำเงิน 35,000,000 บาท มาลงทุน สอดคล้องกับที่นายมูน ซิก นำสืบไว้ในคดีขอเป็นผู้จัดการมรดกว่า นายฮี ชอน เคยสมรสกับผู้ร้อง ไม่มีบุตรด้วยกันและต่อมาได้จดทะเบียนหย่า ที่ผู้ร้องเบิกความอ้างว่า นายโชคชัย นายวัฒนา นายวัชรพลและนางทิพวรรณ์เป็นเพียงลูกจ้างและมิได้ซื้อหุ้นจริง ผู้ร้องมีนายวัชรพลเบิกความสนับสนุนว่า พยาน นายโชคชัย นายวัฒนาและนางทิพวรรณ์ต่างเป็นลูกจ้างของนายฮี ชอน พยานทำงานเป็นดีเจและขับรถให้แก่นายฮี

ชอน นายโชคชัยมีหน้าที่ผสมเครื่องดื่ม นายวัฒนาเป็นแคชเชียร์และนางทิพวรรณ์เป็นแม่ครัว นายฮี ชอน ให้พยานและพวกเข้าถือหุ้นโดยไม่ได้ชำระเงินค่าหุ้น ไม่เคยเข้าประชุมในฐานะผู้ถือหุ้นและไม่เคยรับเงินปันผล ซึ่งสอดคล้องกับที่มีเพียงผู้ร้องและนายฮี ชอน เป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนผู้คัดค้าน ทั้ง ๆ ที่ในทางทะเบียนถือหุ้นน้อยกว่าจำนวนหุ้นของนายโชคชัย นายวัฒนา นายวัชรพลและนางทิพวรรณ์รวมกัน และยังสอดคล้องกับที่ในการโอนหุ้นของนายโชคชัย นายวัฒนา นายวัชรพลและนางทิพวรรณ์ ให้แก่นายสุขุม นางฉวีวรรณ นายประสารและนางสาวอ้อมใจ ตามลำดับ กระทำได้เพียงแจ้งลงรายงานประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2552 โดยไม่ปรากฏหลักฐานให้อ้างอิงได้ว่ามีการซื้อขายหุ้นกันจริง

ประกอบกับผู้คัดค้านมิได้นำสืบหักล้างข้อเท็จจริงส่วนนี้ จึงฟังได้ว่าผู้ร้องและนายฮี ชอน เป็นผู้นำเงินมาลงทุน กับให้นายโชคชัย นายวัฒนา นายวัชรพลและนางทิพวรรณ์ซึ่งเป็นลูกจ้างเข้ามามีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นแทน เพราะเหตุที่ผู้ร้องและนายฮี ชอน เป็นคนต่างด้าว จึงจำเป็นที่ต้องให้บุคคลผู้มีสัญชาติไทยเข้ามาถือหุ้นเกินกว่ากึ่งหนึ่งของทุนและจำนวนผู้ถือหุ้น เพื่อมิให้ขัดต่อประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 281 ข้อ 3 เช่นนี้ แม้ความเป็นบริษัทจำกัดของผู้คัดค้านจะมีสถานะเป็นนิติบุคคลต่างหากจากผู้ถือหุ้นทั้งหลายซึ่งรวมเข้ากันเป็นบริษัท แต่ก็เชื่อได้ว่า ในความเป็นจริง นายโชคชัย นายวัฒนา นายวัชรพลและนางทิพวรรณ์ มิได้มีสิทธิมีเสียงใด

ๆ ในฐานะผู้ถือหุ้นอย่างแท้จริง คงเพียงต้องรอฟังคำสั่งจากนายฮี ชอน ตามความสัมพันธ์ในฐานะนายจ้างกับลูกจ้างและเข้ามีชื่อถือหุ้นแทนเท่านั้น ซึ่งในการดำเนินกิจการของผู้คัดค้านระหว่างนายฮี ชอน ยังมีชีวิตอยู่ ก็ไม่ปรากฏว่ามีปัญหาข้อขัดข้องอย่างใดๆ รวมทั้งนายโชคชัย นายวัฒนา นายวัชรพลและนางทิพวรรณ์ต่างไม่เคยอ้างสิทธิแสดงตัวเป็นเจ้าของหุ้นหรือแทรกแซงการดำเนินกิจการของผู้ร้องและนายฮี ชอน เลย การที่หลังจากนายฮี ชอน ถึงแก่ความตายและนายมูน ซิก เป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล นายโชคชัยและนายวัชรพลจะมีหนังสือให้กรรมการเรียกประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้น โดยอ้างว่าเพื่อให้การบริหารงานของบริษัทดำเนินไปด้วยความสะดวกและเรียบร้อย

จำเป็นต้องมีการประชุมปรึกษาเรื่องแต่งตั้งกรรมการและอำนาจกรรมการใหม่ จึงเป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลสนับสนุน กับไม่น่าเชื่อว่านายโชคชัยและนายวัชรพลซึ่งเป็นเพียงลูกจ้างที่ถือหุ้นไว้แทนจะคิดเรื่องราวและดำเนินการขึ้นมาเองได้ แม้ต่อมาหลังพ้นกำหนดสามสิบวัน วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2552 นายวัชรพลและนายโชคชัยได้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2552 ในวันที่ 5 มีนาคม 2552 เวลา 10 นาฬิกา โดยคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ได้มีการลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์และส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้น อันเป็นไปตามบทบัญญัติของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1174 และมาตรา 1175 แล้วก็ตาม แต่ได้ความจากคำเบิกความของผู้ร้องและตามคำคัดค้านของผู้คัดค้านว่า

ช่วงดังกล่าวผู้ร้องอยู่ที่สาธารณรัฐเกาหลี โดยเดินทางไปตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2552 ซึ่งหากผู้ที่เกี่ยวข้องจะได้กระทำการโดยสุจริตแล้ว จึงไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะไม่ให้โอกาสแก่ผู้ร้องที่เป็นผู้ร่วมลงทุนจัดตั้งผู้คัดค้านมาตั้งแต่ต้นได้รับรู้การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ของผู้คัดค้านด้วย ทั้งการใช้บ้านเลขที่ 361 หมู่ที่ 14 ตำบลดอยหล่อ อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมิได้เกี่ยวข้องกับผู้คัดค้าน เพราะมิใช่เป็นสำนักงานใหญ่หรือที่ทำการของผู้คัดค้านหรือของผู้ถือหุ้นคนใด กับปรากฏภายหลังว่า สถานที่ดังกล่าวเป็นบ้านอันภูมิลำเนาของนางสาวอ้อมใจผู้ที่เข้ารับโอนหุ้นของนางทิพวรรณ์ หลังการดำเนินการเปลี่ยนแปลงกรรมการของผู้คัดค้านเสร็จสิ้น ตามสำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นลำดับที่ 4 เป็นสถานที่นัดประชุม เป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผลและส่อเพื่อปกปิดซ่อนเร้นไม่ให้ผู้ร้องทราบ

พยานหลักฐานของผู้ร้องมีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของผู้คัดค้าน ฟังได้ว่าการประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2552 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2552 มิได้มีการประชุมกันจริงและเป็นการทำรายงานการประชุมเท็จที่ไม่มีผลตามกฎหมาย จึงชอบที่ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นมีส่วนได้เสียจะร้องขอให้ศาลเพิกถอนการจดทะเบียนที่อาศัยการประชุมใหญ่เท็จดังกล่าวเสียได้ ทั้งกรณีของการทำรายงานการประชุมใหญ่เท็จเพื่อนำไปจดทะเบียน ย่อมจะมิใช่เป็นการประชุมใหญ่ผิดระเบียบ เพราะฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายหรือข้อบังคับของบริษัท อันจะอยู่ในบังคับที่ต้องร้องขอให้เพิกถอนภายใน 1 เดือน นับแต่วันลงมติ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1195 และเมื่อฟังได้ดังนี้จึงไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของผู้ร้องในข้ออื่นอีก ที่ศาลล่างพิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนรายการจดทะเบียนบริษัทโซสึ จำกัด ผู้คัดค้านที่ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงตามมติที่ประชุมใหญ่วิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2552 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2552 และที่ได้ดำเนินการต่อมาหลังจากนั้นเสีย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ธีระพงศ์ จิระภาค · ชัยยุทธ ศรีจำนงค์ · ประทีป ดุลพินิจธรรมา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายมาโนช รัตนนาคะ
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายสำราญ โยธาใหญ่
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พ.3980/2554
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ866/2552
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ718/2553
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1385/2568

การส่งหนังสือนัดประชุมใหญ่ที่ พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 42/3 และข้อบังคับของผู้คัดค้านที่ 1 ระบุไว้ทำนองเดียวกันว่า ให้ส่งให้เจ้าของร่วมไม่น้อยกว่าเจ็ดวันก่อนการประชุมเพื่อให้มีการแจ้งให้เจ้าของร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6555/2567

แม้ ป.พ.พ. มาตรา 1172 วรรคหนึ่ง และข้อบังคับของบริษัทมิได้กำหนดรูปแบบในการประชุมของคณะกรรมการเพื่อมีมติเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นไว้ แต่เมื่อต้องมีการประชุมย่อมต้องหมายความว่า เป็นกรณีที่กรรมการของบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4469/2566

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้เข้าร่วมประชุมนิติบุคคลอาคารชุด ส. จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2559 และวันที่ 14 พฤษภาคม 2559 โดยเจ้าของร่วมจำนวนมากที่มอบฉันทะให้ผู้อื่นเข้าร่วมประชุมออกเส…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3127/2566

การอยู่ร่วมกันของเจ้าของร่วมในอาคารชุดเป็นชุมชนที่เกิดขึ้นโดยการรวมตัวของบุคคลที่มีพื้นฐานทางสังคมที่แตกต่างกัน มีความหลากหลายในด้านต่าง ๆ จำต้องมีปฏิสัมพันธ์กันในการรับบริการส่วนรวมและการใช้ประโยชน์ร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1507/2566

การลดทุนจดทะเบียนเพื่อล้างผลขาดทุนสะสมของบริษัทสามารถกระทำได้ แต่การลงมติในการประชุมใหญ่ต้องกระทำให้ถูกต้องตาม ป.พ.พ. ว่าด้วยการประชุมใหญ่ ในการลดทุนโดยการลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้จากหุ้นละ 100 บาท เป็นหุ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้