Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7949/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้โจทก์ในฐานะทายาทของ ถ. ผู้เช่าซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 ฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้ว่า ถ.หรือจำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายผิดสัญญา แม้โจทก์จะฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมโอนที่ดินพิพาทตามสัญญาซื้อขายระหว่างจำเลยที่ 1 กับที่ 2 และระหว่างจำเลยที่ 2 กับที่ 3 มาด้วยก็เป็นเพียงผลต่อเนื่องในเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทอันเป็นส่วนหนึ่งของคำขอที่ให้จำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์นั่นเอง จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของนายแปลก เปรื่องนา กับนางถนอมวงศ์ เปรื่องนา เมื่อวันที่1 กุมภาพันธ์ 2534 นางถนอมวงศ์ถึงแก่ความตาย โจทก์ได้รับความยินยอมจากทายาทของนางถนอมวงศ์ ให้ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่12 สิงหาคม 2527 นางถนอมวงศ์มารดาโจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อที่ดินบางส่วนของโฉนดเลขที่ 236 จากจำเลยที่ 1 เนื้อที่ 50 ตารางวาตารางวาละ 2,000 บาท รวมเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท ชำระเงินวันทำสัญญา 2,000 บาท และตกลงชำระเป็นรายเดือนละ เดือนละ1,000 บาท จำนวน 49 เดือน แล้วจำเลยที่ 1 จะโอนที่ดินที่เช่าซื้อให้มารดาโจทก์ ส่วนยอดเงินที่เหลืออีก 50,000 บาท มารดาโจทก์จะต้องทำนิติกรรมจำนองแก่ธนาคารและจำเลยที่ 1 ยังตกลงให้มารดาโจทก์ปลูกบ้านอยู่อาศัยในที่ดินดังกล่าวด้วย

หลังจากทำสัญญามารดาโจทก์ได้ชำระเงินงวดสุดท้ายให้จำเลยที่ 1 ครบถ้วนแล้วจึงติดต่อให้จำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าวให้มารดาโจทก์เพื่อที่ มารดาโจทก์จะนำที่ดินจำนองแก่ธนาคารตามสัญญาแต่จำเลยที่ 1 ขอผัดผ่อนและต่อมาจำเลยที่ 1 กลับมีหนังสือยกเลิกสัญญาเช่าซื้อที่ดินอ้างว่า มารดาโจทก์ไม่ปฏิบัติตามสัญญา ทำให้มารดาโจทก์เสียใจล้มป่วยและถึงแก่ความตายหลังจากนั้นโจทก์จึงไปตรวจสอบโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวณ สำนักงานที่ดินทราบว่าเมื่อประมาณปี 2530 จำเลยที่ 1 ได้ทำการแบ่งแยกโฉนดเลขที่ 236 มาเป็นโฉนดเลขที่ 25485 แล้วแบ่งแยกเป็นแปลงย่อยอีกหลายแปลงรวมทั้งที่ดินแปลงพิพาทโฉนดเลขที่ 27066ด้วย และเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2530 จำเลยที่ 1 สมคบกันจำเลยที่ 2 โดยไม่สุจริตทำการโอนขายที่ดินดังกล่าว และหลังจากนั้นจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ได้สมคบกันโอนที่ดินแปลงดังกล่าวให้จำเลยที่ 3 โดยไม่สุจริต

ขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ 25485 ระหว่างจำเลยที่ 1 กับที่ 2 ฉบับลงวันที่18 กันยายน 2530 และเพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดินโฉนดเลขที่ 27066ระหว่างจำเลยที่ 2 กับที่ 3 ฉบับ ลงวันที่ 11 มกราคม 2534ให้จำเลยที่ 1 โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 27066 ให้แก่โจทก์ โดยให้โจทก์ชำระเงินส่วนที่ขาดอยู่อีก 50,000 บาท ให้จำเลยที่ 1และหากจำเลยทั้งสามไม่ไปดำเนินการดังกล่าวให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสามจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การต่อสู้คดี ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ให้การและฟ้องแย้งว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากไม่ได้รับความยินยอมจากทายาทของนางถนอมวงศ์จำเลยที่ 3 ซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 2 โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน

จำเลยที่ 3 เป็นเจ้าของที่ดินพิพาทไม่ประสงค์ให้ทายาทของนางถนอมวงศ์และบริวารปลูกบ้านอยู่ในที่ดินพิพาท ขอให้ยกฟ้องและให้โจทก์พร้อมทั้งบริวารรื้อถอนบ้านเลขที่ 51/16 ออกไปจากที่ดินของจำเลยที่ 3ศาลชั้นต้นไม่รับฟ้องแย้งของจำเลยที่ 3 เนื่องจากไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างจำเลยที่ 1 กับที่ 2 ฉบับลงวันที่ 18 กันยายน 2530 ในที่ดินโฉนดเลขที่ 25485 และให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายที่ดินระหว่างจำเลยที่ 2 กับที่ 3 ฉบับลงวันที่ 11 มกราคม 2534 ในที่ดินโฉนดเลขที่ 27066 ให้จำเลยที่ 1 ไปโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 27066แก่โจทก์และให้โจทก์ชำระเงินส่วนที่ขาดอยู่อีก 50,000 บาทแก่จำเลยที่ 1 หากจำเลยทั้งสามไม่ดำเนินการดังกล่าว ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยทั้งสามจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ในฐานะทายาทของนางถนอมวงศ์เปรื่องนา ผู้เช่าซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ 1 ฟ้องบังคับให้จำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทแก่โจทก์

จำเลยที่ 1ให้การต่อสู้ว่านางถนอมวงศ์เป็นฝ่ายผิดสัญญาจึงมีประเด็นข้อพิพาทว่านางถนอมวงศ์หรือจำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายผิดสัญญาแม้โจทก์จะฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมโอนที่ดินพิพาทตามสัญญาซื้อขายระหว่างจำเลยที่ 1 กับที่ 2 และระหว่างจำเลยที่ 2 กับที่ 3มาด้วยก็เป็นเพียงผลต่อเนื่องในเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทอันเป็นส่วนหนึ่งของคำขอที่ให้จำเลยที่ 1 โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์นั่นเอง จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อคดีนี้ราคาหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคหนึ่ง และคดีนี้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยฟังว่านางถนอมวงศ์ได้ชำระค่าเช่าซื้อให้แก่จำเลยที่ 1 ครบถ้วนตรงตามเงื่อนไขในสัญญาแล้ว

จำเลยที่ 1 ฎีกาว่านางถนอมวงศ์ยังชำระค่าเช่าซื้อพร้อมดอกเบี้ยไม่ครบถ้วนตามสัญญา ส่วนที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยฟังว่าการที่จำเลยที่ 1 โอนขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 2 โอนขายที่ดินพิพาทต่อให้แก่จำเลยที่ 3 เป็นการแสดงเจตนาลวงฟังไม่ได้ว่าโอนขายโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน จำเลยทั้งสามฎีกาว่าการโอนที่ดินพิพาทดังกล่าวได้กระทำโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนฎีกาของจำเลยทั้งสามดังกล่าวล้วนเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติดังกล่าวดังนี้ แม้ศาลชั้นต้นจะรับฎีกามา ศาลฎีกาก็รับวินิจฉัยให้ไม่ได้พิพากษายกฎีกาจำเลยทั้งสาม คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้จำเลยทั้งสาม ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ณรงค์ ตันติเตมิท · บุญธรรม อยู่พุก · ปรีชา บูรณะไทย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2545 (เลขอ้างอิง 109353)

โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องทั้งสองสำนวนโดยตั้งประเด็นใหม่ว่านิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเป็นโมฆะซึ่งศาลชั้นต้นอนุญาตตามคำร้องของโจทก์นั้นแล้ว และจำเลยทั้งห้าก็ได้ขอแก้ไขคำให้การทั้งสองสำน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1106/2541

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินภายในเส้นสีน้ำเงิน จำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ในบริเวณเส้นสีแดงเนื้อที่ 3 ไร่เศษ ราคา 15,000 บาทตามแผนที่ท้ายฟ้อง และตัดฟันต้นไม้ของโจทก์คิดค่าเสียห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2672/2538

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เนื้อที่ 1 ไร่ 32 ตารางวา โจทก์ได้นำเจ้าหน้าที่รังวัดที่ดินพิพาทเพื่อขอออกโฉนดที่ดิน จำเลยได้คัดค้านการขอออกโฉนดที่ดิน ขอใ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1926/2537

การคำนวณทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกานั้น จะนำดอกเบี้ยของต้นเงินนับแต่วันฟ้องถึงวันยื่นฎีกามารวมคำนวณด้วยไม่ได้ เมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาของจำเลยมีจำนวนไม่เกิน 200,000 บาท จึงต้องห้ามฎีกาข้อเท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6107/2531

การต่อสู้คดีอ้างกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินพิพาทของฝ่ายจำเลยนั้น จำเลยอาจจะให้การต่อสู้กรรมสิทธิ์โดยมิได้ฟ้องแย้ง หรือจะฟ้องแย้งด้วยก็ได้ถ้าฟ้องแย้งด้วยและเมื่อฟังว่ากรรมสิทธิ์ในทรัพย์พิพาทเป็นของจำเลย ศาลก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้