Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 795/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์และโจทก์ครอบครองตลอดมา การที่จำเลยไปขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่พิพาทจึงเป็นเพียงการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ เมื่อจำเลยไม่ได้เข้าไปแย่งการครอบครองที่พิพาท แม้โจทก์จะฟ้องจำเลยหลังจากจำเลยขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์เกินกว่า 1 ปี โจทก์ก็มีสิทธิฟ้องจำเลยได้.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนดตราจองเลขที่ 3457 และมีสิทธิครอบครองที่ดินมือเปล่าซึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลพรหมพิราม อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เนื้อที่ 3 ไร่จำเลยทั้งสองได้แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดินว่าจำเลยทั้งสองเป็นผู้ครอบครองที่ดินบางส่วนที่โจทก์ครอบครอง และมีกรรมสิทธิ์เพื่อขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดิน (น.ส.3ก.)โจทก์คัดค้าน เจ้าพนักงานที่ดินไม่ได้ทำการไต่สวนและออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก.) เลขที่ 2187 ตำบลพรหมพิราม อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 10 ตารางวา แก่จำเลยทั้งสอง การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ขอห้ามให้จำเลยทั้งสองยุ่งเกี่ยวในที่ดินตามโฉนดตราจองเลขที่ 3457และที่ดินที่โจทก์ครอบครองซึ่งอยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลพรหมพิรามอำเภอพรหมพิราม

จังหวัดพิษณุโลก และให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก.) เลขที่ 2187 ตำบลพรหมพิราม อำเภอพรหมพิรามจังหวัดพิษณุโลก โดยให้ใส่ชื่อโจทก์จำเลยทั้งสองให้การว่า ที่ดินพิพาทไม่ใช่ที่ดินตามโฉนดตราจองเลขที่ 3457 แต่เป็นที่ดินมือเปล่าซึ่งเดิมเป็นที่ป่า นายยันต์นางเกลี้ยงยกให้นางพลอย เหมือนมี มารดาจำเลยที่ 2 นางพลอยได้เข้าบุกเบิกทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวโดยไม่มีผู้ใดโต้แย้ง ต่อมาเมื่อพ.ศ. 2518 นางพลอยตาย จำเลยที่ 2 รับมรดกที่ดินดังกล่าวและครอบครองที่ดินดังกล่าวโดยสงบ โดยเปิดเผย และโดยเจตนาเป็นเจ้าของสืบต่อมาจำเลยที่ 2 ได้ไปออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินพิพาทและยกที่ดินส่วนหนึ่งให้แก่จำเลยที่ 1 ทั้งจำเลยทั้งสองได้แสดงตัวเป็นเจ้าของในที่ดินพิพาทโดยสงบ โดยเปิดเผยและโดยเจตนาเป็นเจ้าของที่ดินพิพาทมาเกินกว่า 1 ปีแล้ว

ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่2187 ตำบลพรหมพิราม อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ของจำเลยเฉพาะส่วนที่ออกทับที่ดินโจทก์ตามโฉนดเลขที่ 3457 ตำบลพรหมพิราม อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ห้ามจำเลยทั้งสองเข้าไปยุ่งเกี่ยวในที่ดินมีโฉนดของโจทก์ คำขออื่นให้ยกโจทก์จำเลยทั้งสองต่างอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์มีสิทธิครอบครองที่ดินตามแผนที่พิพาท เนื้อที่ 1 ไร่ 3 งาน 10 ตารางวา ให้เพิกถอนชื่อจำเลยออกจากหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3ก.) เลขที่ 2187 ตำบลพรหมพิราม อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก และให้ใส่ชื่อโจทก์แทนนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ และโจทก์ครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมา การที่จำเลยทั้งสองไปขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์จึงเป็นเพียงการโต้แย้งสิทธิของโจทก์แม้โจทก์จะฟ้องจำเลยทั้งสองหลังจากจำเลยทั้งสองขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์เกินกว่า 1 ปี โจทก์ซึ่งเป็นผู้ครอบครองที่ดินพิพาทอยู่ก็มีสิทธิฟ้องจำเลยได้ เพราะข้อเท็จจริงได้ความจากคำเบิกความของโจทก์ นายโทน นาคทอง นายทอง นาคทอง และของจำเลยที่ 1 ว่าเมื่อนางพลอยตายแล้ว จำเลยที่ 2 ไปทำงานที่กรุงเทพมหานคร บ้านว่างไว้บุตรของจำเลยที่ 1 เพิ่งเข้าไปอยู่เมื่อโจทก์ฟ้องคดีแล้ว แสดงว่าฝ่ายจำเลยไม่ได้เข้าไปแย่งการครอบครองที่ดินพิพาท ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เธียร ยูงทอง · มาโนช เพียรสนอง · สัมฤทธิ์ ไชยศิริ
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6157/2558

ที่ดินพิพาทมีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน 10 ปี ตาม ป. ที่ดิน มาตรา 58 ทวิ นับแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2519 โจทก์ที่ 1 ซื้อที่ดินพิพาทจาก ค. และเข้าครอบครองที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2525 ยังอยู่ภายในกำหนด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6412/2550

ที่พิพาทเดิมเป็นที่ป่า แต่ต่อมาได้ถูกถอนสภาพ ที่พิพาทจึงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304 (1) ผู้ครอบครองที่พิพาทโดยมีเจตนายึดถือเพื่อตนย่อมมีสิทธิครอบครองในที่ดินได้ การฟ้องคดีเพื่อเอาค…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 922/2546

โจทก์บรรยายฟ้องว่า ที่ดินพิพาทมีชื่อจำเลยเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์แต่โจทก์ได้แย่งการครอบครองและเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมา การที่จำเลยนำเจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดเพื่อออกโฉนดที่ดินพิพาทโดยที่จำเล…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 261/2545

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากที่ดินพิพาทในฐานะที่โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครอง และไม่ประสงค์ให้จำเลยทั้งสองอยู่ในที่ดินพิพาทอีกต่อไป จำเลยทั้งสองโต้แย้งว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยทั้งสอง คำฟ้อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8895/2543

หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) สำหรับที่ดินกับที่ดินพิพาทหรือสิทธิครอบครองในที่ดินถือเป็นคนละส่วนกัน เห็นได้จากการที่โจทก์สามารถขอให้ทางราชการออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) ให้…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้