Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2498 (เลขอ้างอิง 79566)

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คำว่า "อาจต้องรับผิดเสียเงินอีก ฯลฯ " ตามความใน ม.23 ,26 แห่งประมวลรัษฎากรนั้นเป็นเรื่องที่ ก.ม.กำหนดให้ใช้ดุลยพินิจหนักเบาตามควรแก่กรณีเป็นเรื่อง ๆ ไม่ว่าควรเรียกภาษีเพิ่มถึงเต็มพิกัดหรือลดหย่อนลงเพียงใดเมื่อปรากฎว่าเจ้าพนักงานประเมินเรียกเก็บภาษีเพิ่มเป็นจำนวนเกินสมควรแก่พฤติการณ์ที่ผู้เสียควรต้องรับผิดแล้ว ศาลย่อมมีอำนาจกำหนดลงให้ตามที่เห็นสมควรได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.รัษฎากร มาตรา 24 ป.รัษฎากร มาตรา 23 ป.รัษฎากร มาตรา 25 ป.รัษฎากร มาตรา 26

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ข้าหลวงตรวจการสรรพากรภาค ๓ นครราชสีมาซึ่งเป็นเจ้าพนักงานประเมินภาษีอากรในรายปี ๕ ปีนั้น ระบุเป็นรายปีว่าปีใดโจทก์แสดงรายการภาษีเงินได้ตามแบบที่ยื่นยังขาดไปไม่ถูกต้องความจริง สั่งแก้จำนวนที่ประเมินไว้เดิม และแจ้งจำนวนเงินภาษีโดยตรงที่ยังขาดจริงที่ต้องชำระตามประมวลรัษฎากร ม.๒๐จำนวนหนึ่ง กับที่ต้องรับผิด(ทำนองค่าปรับแต่คงให้ถือว่าเป็นค่าภาษี) เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ ๒๐ ของจำนวนแรก ตาม ม. ๒๓ อีกจำนวนหนึ่งและปีใดโจทก์ไม่ยื่นรายการภาษีเงินได้ เจ้าพนักงานฯ จึงแจ้งภาษีโดยตรงที่โจทก์ต้องชำระตาม ม.๒๔ จำนวนหนึ่ง กับที่ต้องรับผิด (ทำนองค่าปรับแต่คงให้ถือว่าเป็นค่าภาษี) เพิ่มขึ้นอีก ๒ เท่าของจำนวนแรกตาม ม.๒๖ อีกจำนวนหนึ่ง

รายละเอียดดังต่อไปนี้ พ.ศ. ฯลฯ ภาษีเรียกเพิ่ม ๒๔๙๑ ฯลฯ (๒๐%) ๑๔๓๔.๓๖ ๒๔๙๒ ฯลฯ (๒๐%) ๑๒,๖๓๗.๖๒ ๒๔๙๓ ฯลฯ (๒๐%) ๓๘,๐๕๙.๘๗ ๒๔๙๔ ฯลฯ (๒เท่า) ๓๐๖,๔๕๐.๔๐ ๒๔๙๕ ฯลฯ (๒เท่า) ๕๔๕,๐๘๗.๕๘ รวม ๕ พ.ศ. ฯลฯ ๔๐๓,๖๖๐.๘๓ ในทุก พ.ศ. ที่เจ้าพนักงานประเมินใหม่นี้ โจทก์มิได้คัดค้านในลักษณะความผิดในจำนวนเงินได้ และจำนวนเรียกภาษีโดยตรงเป็นแต่เถียงข้อเดียวในจำนวนภาษีที่เรียกเพิ่มว่าไม่ถูกต้องตาม ก.ม. จึงอุทธรณ์คัดค้านการประเมินของเจ้าพนักงาน ฯ จำเลยพิจารณาแล้วสั่งให้ยกอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์จึงอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยต่อศาล ตามประมวลรัษฎากร ม.๓๐ โดยทำเป็นคำฟ้องแยกเป็น ๕ สำนวนตามรายปี และได้พิจารณาพิพากษารวมกัน

จำเลยให้การว่ากรณีนี้เจ้าพนักงาน ฯ ประเมินใหม่นั้นชอบด้วย ก.ม.แล้ว การเรียกเงินเพิ่มภาษีเป็นอำนาจของเจ้าพนักงาน ฯ ประเมินที่จะใช้ดุลยพินิจ ฯลฯ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ และศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์คงฎีกาต่อมาข้อเดียวคือ ในการใช้ดุลยพินิจให้จำเลยรับผิด ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยศาลทั้งสองที่ว่าไม่ควรต้องฟังคำพยานต่อไป ในเมื่อจำเลยยื่นรายการไม่ถูกต้อง หรือไม่ยื่นรายการ แล้วก็อาจต้องรับผิดถูกเรียกภาษีเพิ่มตาม ม.๒๒,๒๖ ซึ่งบัญญัติรวมความว่า ผู้ยื่นรายการไม่ถูกต้องหรือไม่บริบูรณ์อาจต้องรับผิดเสียเงินร้อยละ ๒๐ และผู้ไม่ยื่นรายการอาจต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มอีก ๒ เท่าของจำนวนเงินภาษีโดยตรง เมื่อได้พิเคราะห์ข้อความของ ๒ มาตรา ที่ว่า "อาจต้องรับผิดเสียเงินอีก ฯลฯ " เห็นว่าเป็นเรื่องที่ ก.ม. กำหนดให้ใช้ดุลยพินิจหนักเบาตามควรแก่กรณีเป็นเรื่อง ๆ ไปว่าควรเรียกภาษีเพิ่มถึงเต็มพิกัดหรือลดหย่อนผ่อนลง

เพียงใดเรื่องนี้จำเลยมิได้โต้เถียงข้ออ้างของโจทก์ที่ว่า โจทก์ยอมส่งมอบหลักฐานให้โดยดีและทันทีนับว่าให้ความสดวกแก่การตรวจค้นซึ่งมีเหตุอันสมควรจะกรุณาแก่จำเลยอยู่บ้าง พฤติการณ์ดังกล่าวหากจะให้จำเลยต้องรับผิดในจำนวนภาษีที่เรียกเพิ่มเพียง ๒ ใน ๓ ของอัตราเต็มพิกัดที่ถูกประเมินมาก็เป็นการสมควรแก่การใช้ดุลยพินิจให้จำเลยต้องรับผิดตามเกณฑ์นี้ จำเลยต้องถูกเรียกภาษีเพิ่มรวม ๕ ปีเงิน ๖๐๒,๔๔๐.๕๕ บาท ซึ่งรวมกับจำนวนที่โจทก์เสียภาษีโดยตรงอีก ๖๘๖,๔๒๓.๗๘ บาท ยัง+กว่าจำนวนเงินได้ของโจทก์ไปถึงเกือบสองแสนบาทอยู่แล้ว

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาแก้ให้โจทก์ต้องรับผิดในจำนวนภาษีที่เรียกเพิ่มใน ๕ ปีนี้ ตามประมวลรัษฎากร ม.๒๒,๒๖ เป็นเงิน ๖๐๒,๔๔๐.๕๕ บาท (หรือเท่ากับ ๒ ใน ๓ ของจำนวนที่โจทก์ถูกเจ้าพนักงานเรียกประเมินมา ให้จำเลยสั่งคืนหรือสั่งให้เจ้าพนักงานประเมินคืนเงินในส่วนที่เสียเกินไป ๑ ใน ๓ เป็นเงินรวม ๓๐๑,๒๒๐.๒๘ บาท นอกนี้คงเดิม

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ · ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ · พิบูลย์ไอศวรรย์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายบุตน์ ขันธวิทย์
ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิมนท์นฤนาท
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 246/2531

โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี 2524 และชำระภาษีเงินได้บางส่วนแล้วก่อนที่เจ้าพนักงานประเมินทำการประเมินโจทก์ต้องรับผิดเสียเงินเพิ่มอีกร้อยละ 20 แห่งเงินภาษีอากรที่เพิ่มขึ้น ตามประม…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2498 (เลขอ้างอิง 46635)

คำว่า "อาจต้องรับผิดเสียเงินอีก ฯลฯ" ตามความใน มาตรา 23,26 แห่งประมวลรัษฎากรนั้น เป็นเรื่องที่กฎหมาย กำหนดให้ใช้ดุลพินิจหนักเบาตามควรแก่กรณีเป็นเรื่องๆไม่ว่าควรเรียกภาษีเพิ่มถึงเต็มพิกัดหรือลดหย่อนลงเ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8829/2550

ปัญหาเรื่องการออกหมายเรียกของเจ้าพนักงานประเมินเป็นไปโดยชอบด้วย ป.รัษฎากร มาตรา 19 หรือไม่ เป็นปัญหาเกี่ยวกับอำนาจในการประเมินภาษีอากรว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6340/2549

เมื่อสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินระบุไว้ชัดเจนว่าผู้โอนได้รับเงินมัดจำจากผู้รับโอนไปถูกต้องแล้ว แม้ผู้รับโอนจะทำสัญญากู้เงินจากผู้โอนไว้ เป็นจำนวนเงินเท่ากับจำนวนเงินมัดจำ ก็เท่ากับผู้โอนมอบเงินมัดจำนั้นให้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2278/2548

ขณะที่เจ้าพนักงานประเมินออกหมายเรียกโจทก์ โจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปี 2535 แต่ไม่ได้ยื่นแบบแสดงรายการเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบั…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้