คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นพลตำรวจประจำสถานีตำรวจนครบาลลุมพินีมีตำแหน่งหน้าที่จับกุมผู้กระทำผิดเพื่อส่งเจ้าพนักงานดำเนินคดีจำเลยบังอาจใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบและทุจริต โดยแกล้งกล่าวหานายประสิทธิ์ว่าเล่นการพนันโดยมิได้รับอนุญาต แล้วจำเลยได้ทำการจับกุมนายประสิทธิ์ และบังคับให้ขึ้นรถรับจ้างไปกับจำเลย ในระหว่างทางจำเลยได้พูดข่มขืนใจนายประสิทธิ์เพื่อให้นายประสิทธิ์มอบเงินให้แก่จำเลย ถ้าไม่ให้เงินจำเลยจะเอาตัวส่งสถานีตำรวจ แล้วจำเลยได้ค้นลักเอาเงินของนายประสิทธิ์ไป 120 บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148,157,310,339จำเลยให้การรับสารภาพศาลอาญาพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม มาตรา 148,157,310,334แต่ให้ลงโทษตาม มาตรา 339,91 ซึ่งเป็นบทหนัก
เมื่อลดโทษฐานรับสารภาพแล้ว จำคุก 3 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นผิดฐานชิงทรัพย์ แต่เป็นความผิดตาม มาตรา 148,80,310,334 แต่ให้ลงโทษตาม มาตรา 148,80 ซึ่งเป็นบทหนัก ส่วนโทษคงเดิมโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดกฎหมายหลายบท คือ มาตรา 148,310,334 แต่ให้ลงโทษตาม มาตรา 148 ซึ่งเป็นบทหนัก การข่มขืนใจเพื่อให้มอบให้ แม้แต่ยังมิได้มอบทรัพย์ให้แก่กันก็เป็นความผิดสำเร็จตามมาตรา 148 นี้แล้วส่วนการที่จำเลยพูดเพียงว่า ถ้านายประสิทธิ์ไม่มอบเงินให้จำเลย ๆ จะเอาตัวนายประสิทธิ์ส่งสถานีตำรวจ เพียงเท่านี้ไม่ใช่เป็นการขู่เข็ญที่จะใช้กำลังประทุษร้ายอันเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ตามความใน มาตรา 339พิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำเลยตาม มาตรา 148 ซึ่งเป็นบทหนักบทเดียว นอกนั้นคงเดิม