Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7986/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

แม้จะได้ความว่าจำเลยพาผู้เสียหายที่ 2 ไปกระทำชำเราและอยู่กินกับจำเลยเป็นเวลา 5 เดือน แล้วจำเลยได้สู่ขอและแต่งงานกับผู้เสียหายที่ 2 แต่ภายหลังจากนั้น 3 - 4 วัน ผู้เสียหายที่ 2 กลับไปอยู่กับผู้เสียหายที่ 1 และแท้งบุตร จำเลยไม่เคยไปเยี่ยมและไปมาหาสู่อีกเลย พฤติการณ์ดังกล่าวของจำเลยเป็นการพรากผู้เสียหายที่ 2 เพื่อการอนาจารตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคสาม

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑, ๒๗๗, ๓๑๗

จำเลยให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ วรรคสอง, ๓๑๗ วรรคสาม การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร จำคุก ๕ ปี ความผิดฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบสามปี จำคุก ๗ ปี รวมจำคุก ๑๒ ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๖ ปี

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ วรรคสอง ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๖ แล้ว จำคุก ๓ ปี ๖ เดือน และปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๙ เดือน และปรับ ๕,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๒ ปี?

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในชั้นฎีกาคงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยกระทำความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกิน ๑๕ ปี ไปเสียจากมารดาโดยปราศจากเหตุอันสมควรและเพื่อการอนาจารหรือไม่? เห็นว่า ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายที่ ๒ มีอายุ ๑๒ ปีเศษ เป็นบุตรเพียงคนเดียวของผู้เสียหายที่ ๑ ซึ่งเป็นมารดา ผู้เสียหายที่ ๒ อยู่ในความปกครองดูแลและกินอยู่กับผู้เสียหายที่ ๑ ผู้เสียหายที่ ๒ ไม่เคยออกไปเที่ยวที่ใดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้เสียหายที่ ๑ และโดยลำพังเลย ดังนั้น การที่จำเลยนำรถจักรยานยนต์มารับผู้เสียหายที่ ๒ ที่บ้านโดยผู้เสียหายที่ ๑ ไม่อยู่บ้านและไม่ทราบเรื่องตอนเวลาประมาณ ๔ นาฬิกา แล้วพาผู้เสียหายที่ ๒ เดินทางไปจังหวัดนครปฐมและกระทำชำเราผู้เสียหายที่ ๒ จากนั้นจำเลยก็พาผู้เสียหายที่ ๒ เดินทางไปหางานทำที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาและอยู่กินกับผู้เสียหายที่ ๒ ตลอดมาเป็นเวลาประมาณ ๕ เดือน โดยที่ผู้เสียหายที่ ๒ ไม่รู้เส้นทางที่จะขึ้นรถกลับไปหาผู้เสียหายที่ ๑ ที่บ้าน

การกระทำของจำเลยลักษณะนี้ย่อมเป็นการไม่ถูกต้องด้วยทำนองคลองธรรมโดยการพาไปหรือแยกผู้เสียหายที่ ๒ ซึ่งยังเยาว์วัยออกจากการปกครองดูแลของผู้เสียหายที่ ๑ ผู้เป็นมารดา ซึ่งผู้เสียหายที่ ๑ มิได้อนุญาตให้ผู้เสียหายที่ ๒ ไปอยู่กินเป็นภริยาจำเลย ถือได้ว่าจำเลยโดยปราศจากเหตุอันสมควรได้พรากผู้เสียหายที่ ๒ อายุไม่เกิน ๑๕ ปี ไปเสียจากผู้เสียหายที่ ๑ ผู้เป็นมารดาแล้ว อีกทั้งในระหว่างที่จำเลยพรากผู้เสียหายที่ ๒ ไปจากอำนาจปกครองดูแลของผู้เสียหายที่ ๑ ผู้เป็นมารดานั้น จำเลยได้กระทำชำเราผู้เสียหายที่ ๒ ตลอดมา โดยไม่ได้ให้บิดามารดาจำเลยซึ่งรู้จักคุ้นเคยกับผู้เสียหายที่ ๑ ไปทำการสู่ขอผู้เสียหายที่ ๒ ให้เป็นภริยาจำเลยให้ถูกต้องตามประเพณีแต่อย่างใด

จนกระทั่งเมื่อทราบว่าผู้เสียหายที่ ๑ แจ้งความดำเนินคดีแล้ว จำเลยจึงให้บิดามารดาของตนติดต่อผู้เสียหายที่ ๑ สู่ขอผู้เสียหายที่ ๒ ให้เป็นภริยาจำเลยและมีการทำพิธีสู่ขอกันตามประเพณีแล้วเมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๔๓ แต่ภายหลังนั้นจำเลยอยู่กินกับผู้เสียหายที่ ๒ ต่อมาอีก ๓ ถึง ๔ วัน ผู้เสียหายที่ ๒ กลับมาอยู่กับผู้เสียหายที่ ๑ ที่บ้านและแท้งบุตร จำเลยก็ไม่เคยมาเยี่ยมหรือไปมาหาสู่ฉันสามีภริยากับผู้เสียหายที่ ๒ อีกเลย ส่อแสดงให้เห็นว่าจำเลยมิได้ประสงค์ที่จะอยู่กินฉันสามีภริยากับผู้เสียหายที่ ๒ อย่างแท้จริง การทำพิธีสู่ขอผู้เสียหายที่ ๒ นั้นก็เพียงเพื่อจะให้หลุดพ้นจากความผิดตามที่ผู้เสียหายที่ ๑ แจ้งความร้องทุกข์ไว้เท่านั้น

เมื่อเสร็จพิธีสู่ขอแล้วจำเลยก็มิได้มีใจเยื่อไยดีต่อผู้เสียหายที่ ๒ ทั้งที่ตั้งครรภ์กับจำเลย จนผู้เสียหายที่ ๒ แท้งบุตรก็ไม่เคยพบจำเลยอีก พฤติการณ์เช่นนี้ถือว่าเป็นการพรากผู้เสียหายที่ ๒ ผู้เยาว์ไปเสียจากผู้เสียหายที่ ๑ ผู้เป็นมารดาเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๗ วรรคสาม แล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น?

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๗ วรรคสอง และมาตรา ๓๑๗ วรรคสาม การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ และให้ลดมาตราส่วนโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๖ ความผิดฐานกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบสามปี จำคุก ๓ ปี ๖ เดือน และฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร จำคุก ๒ ปี ๖ เดือน รวมจำคุก ๕ ปี ๑๒ เดือน จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๒ ปี ๑๒ เดือน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · วิบูลย์ มีอาสา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายเลิศพงศ์ อินทรหอม
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายบุญส่ง ฤกษ์สมบูรณ์ดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2055/2568

ความผิดฐานพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร ตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคหนึ่งและวรรคสามนั้น การพรากตามพจนานุกรมหมายถึง การทำให้จากไป การพาไปเสียจาก การทำ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2429/2567

บิดามารดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร ซึ่งอำนาจปกครองเป็นอำนาจที่ผูกติดกับสถานะความเป็นบิดามารดาในความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างบิดามารดาและบุตร การที่บุคคลอื่นกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนอำนาจปกครองของบิดามารดา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2996/2566

แม้ได้ความจาก ส. เบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า เมื่อจำเลยมาชวนผู้เสียหายที่ 1 ไปดูโทรทัศน์ ผู้เสียหายที่ 1 ถามพยานว่าให้ผู้เสียหายที่ 1 ไปหรือไม่ ตอนแรกพยานไม่ยอมให้ไป เมื่อผู้เสียหายที่ 1 รบเร้าพยาน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4798/2565

โจทก์ฟ้องจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 317 วรรคสาม ซึ่งต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ โจทก์จึงมีหน้าที่ต้องนำพยานหลักฐานมาสืบประกอบคำรับสารภาพเพื่อพิสูจน์ว่าจำเลยได้กระทำความผ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1606/2563

การพรากผู้ร้องที่ 1 ไปจากผู้ร้องที่ 2 เริ่มขึ้นด้วยการกระทำของจำเลยที่ 1 ไปจนถึงบ้าน ห. แล้วจำเลยที่ 1 ยังพาผู้ร้องที่ 1 จากบ้าน ห. ต่อไปยังบ้านจำเลยที่ 2 อีก โดยในช่วงนี้จำเลยที่ 2 มีส่วนร่วมรู้เห็นย…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้