Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 80/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ฝากเงินไว้กับธนาคารมีนิติสัมพันธ์กับธนาคารตามลักษณะฝากทรัพย์. ผู้ฝากจะถอนเงินคืนก่อนถึงเวลาที่ตกลงกันไว้ไม่ได้. และธนาคารผู้รับฝากจะส่งเงินคืนก่อนถึงเวลานั้นก็ไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 673. แต่เมื่อผู้ฝากตาย. ธนาคารมีหน้าที่ต้องคืนเงินให้แก่ทายาทตามมาตรา 665.คำพิพากษาที่ตั้งผู้จัดการมรดก. มีผลผูกพันเฉพาะคู่ความเท่านั้น. เพราะไม่ใช่คำพิพากษาเกี่ยวด้วยฐานะหรือความสามารถของบุคคล.ผู้จัดการมรดกขอเบิกเงินของเจ้ามรดกที่ฝากไว้กับธนาคาร.ธนาคารขอผัดจ่ายให้ภายใน 1 เดือน. เพื่อให้คดีขอตั้งผู้จัดการมรดกขาดอายุอุทธรณ์. ทั้งธนาคารก็มีเงินพร้อมจะจ่ายให้ได้. ไม่ถือว่าธนาคารผิดสัญญาหรือทำละเมิดต่อผู้จัดการมรดก.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของพระยาศรีวิกรมาฑิตย์ ขอเบิกเงินของพระยาศรีวิกรมาฑิตย์ที่ฝากอยู่ในธนาคารจำเลย แต่จำเลยไม่ยอมจ่ายอ้างว่าจะจ่ายเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาอุทธรณ์ 1 เดือน เป็นการจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำให้โจทก์เสียหาย ขอบังคับให้จำเลยที่ 1ชำระเงินฝากยี่สิบล้านบาทแก่โจทก์ ให้จำเลยร่วมกันชำระดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในเงินจำนวนนี้นับแต่วันฟ้องต่างหากจากดอกเบี้ยที่จำเลยที่ 1 จะต้องเสียตามสัญญารับฝากเงินแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 1 แสดงบัญชีทรัพย์ของพระยาศรีวิกรมาฑิตย์ รวมทั้งดอกเบี้ยเงินฝากยี่สิบล้านบาทที่ค้างจ่ายแก่โจทก์ ให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายสองล้านบาทกับค่าอากรแสตมป์110,000 บาท แก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ให้การว่า พระยาศรีวิกรมาฑิตย์มีเงินฝากประจำอยู่กับธนาคารจำเลยยี่สิบล้านบาท พร้อมที่จะจ่ายให้ผู้มีสิทธิรับแทนโดยชอบด้วยกฎหมายทันที ธนาคารจำเลยได้กระทำโดยสุจริตมิได้เกิดความเสียหายแก่โจทก์หรือช่วยฝ่ายคัดค้าน มิได้ประมาทเลินเล่อ จำเลยที่ 2 ให้การว่า มิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ การที่ธนาคารมีมติให้จ่ายเงินโจทก์เมื่อพ้นกำหนด 1 เดือน นับแต่ศาลมีคำสั่งตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดก มิได้เป็นการกระทำส่วนตัวของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2ไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์เป็นส่วนตัว โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นฟังว่า ธนาคารจำเลยต้องระมัดระวังผลได้ผลเสียในกรณีที่ทายาทของผู้ฝากเงินยังพิพาทในศาล ธนาคารจำเลยไม่ได้ปฎิเสธการเปลี่ยนบัญชีหรือการจ่ายเงินแก่โจทก์โดยเด็ดขาด

เพียงขอเวลาพิจารณาปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่ของธนาคาร แต่โจทก์ฟ้องเสียก่อนธนาคารจำเลยได้นำเงินมาวางศาลและให้โจทก์รับไป ไม่มีหลักฐานส่อว่าธนาคารจำเลยไม่มีเงินหรือช่วยผู้คัดค้าน ไม่พอฟังว่าจำเลยทำให้โจทก์เสียหาย ไม่ต้องรับผิดค่าเสียหาย พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า คำขอให้จำเลยที่ 1 แสดงบัญชีทรัพย์สินของพระยาศรีวิกรมาฑิตย์ปรากฎว่า จำเลยที่ 1 นำเงินมาวางศาลและแสดงบัญชีแล้ว และจำเลยยอมให้โจทก์รับเงินจากศาลคำขอข้อนี้ยุติ ปัญหาเรียกค่าเสียหายฐานละเมิดที่ไม่จ่ายเงิน เห็นว่า พฤติการณ์ยังไม่แน่นอนว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิเด็ดขาดในอันที่จะจัดการมรดกแต่ฝ่ายเดียว กรณีเข้าลักษณะมาตรา 205 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การที่จำเลยเลือกปฏิบัติตามมาตรา 331 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นการชอบแล้วโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากจำเลย พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า พระยาศรีวิกรมาฑิตย์ได้ทำสัญญาฝากเงินไว้กับธนาคารจำเลยที่ 1 จึงมีนิติสัมพันธ์ตามลักษณะฝากทรัพย์ คือ ผู้ฝากเงินจะถอนเงินคืนก่อนถึงเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ไม่ได้และธนาคารผู้รับฝากจะส่งเงินคืนก่อนถึงเวลานั้นไม่ได้ตามมาตรา 673 ธนาคารมีหน้าที่ต้องคืนเงินเมื่อสัญญาฝากเงินถึงกำหนดแก่ผู้ฝาก แต่เมื่อผู้ฝากวายชนม์ ธนาคารมีหน้าที่ต้องคืนเงินให้แก่ทายาทตามมาตรา 665 วรรค 2 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คำพิพากษาของศาลที่ให้โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกนั้น คำพิพากษามีผลผูกพันเฉพาะคู่ความเท่านั้น ไม่มีผลผูกพันธนาคารผู้รับฝากซึ่งเป็นบุคคลภายนอก เพราะไม่เข้าอยู่ในข้อยกเว้นของมาตรา 154(1)(2) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

คำพิพากษาตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมรดกไม่ใช่คำพิพากษาที่เกี่ยวด้วยฐานะของบุคคลหรือความสามารถของบุคคล หรือต้องด้วยมาตรา 142(1), 245, และ 274 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เป็นแต่งตั้งโจทก์ให้มีอำนาจจัดการมรดกได้ตามกฎหมายเท่านั้น ธนาคารมีหน้าที่จำต้องใช้ความระมัดระวังและใช้ฝีมือเท่าที่เป็นธรรมดาจะต้องใช้และสมควรจะต้องใช้ในกิจการอาชีวะของธนาคารตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 659 ฉะนั้น ธนาคารจะต้องใช้ความระมัดระวังในการคืนเงินรายนี้แก่โจทก์ได้ตามสมควรแก่กรณี ไม่ใช่ต้องคืนเงินทันทีโดยไม่ใช้ความระมัดระวัง มิฉะนั้นเมื่อเกิดความเสียหาย ธนาคารอาจจะต้องรับผิดตามกฎหมาย การที่ธนาคารขอผัดคืนเงินใน 1 เดือน เพื่อให้คดีขอตั้งผู้จัดการมรดกขาดอายุอุทธรณ์ทั้งธนาคารมีเงินพร้อมจะคืนให้ ถือได้ว่าธนาคารได้ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวแล้ว จึงไม่ได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ ไม่เป็นการผิดสัญญาหรือกระทำละเมิดต่อโจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชิต บุณยประภัศร · ลออง จุลกะเศียน · แถม สิริสาลี
แหล่งที่มา
ADMINแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8725/2561

การที่จำเลยที่ 2 ขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาในคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (3) เพราะเหตุที่อาจใช้สิทธิไล่เบี้ย อ้างว่าจำเลยร่วมมีส่วนประมาทเลินเล่อและก่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองด้วย จำเลยร่วม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5396/2561

ก. กรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์เก็บรักษาสมุดเช็คไว้ในตู้เซฟภายในห้องทำงาน บางครั้งจะให้ ศ. พนักงานการเงินและบัญชีกรอกรายละเอียดในเช็คที่จะสั่งจ่าย ส. ซึ่งเป็นลูกจ้างโจทก์ลักเช็คพิพาททั้งสิบเจ็ดฉบับไปกรอก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1180/2559

ในการทำสัญญาประนีประนอมยอมความเป็นกรณีที่โจทก์ จำเลยมุ่งระงับข้อพิพาทระหว่างกันและมิใช่เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดอย่างคดีธรรมดาที่จะต้องพิจารณาพยานหลักฐานของโจทก์ จำเลยแล้วพิพากษาชี้ขาดประเด็นข้อพิพาท ข้อต…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2423/2551

ประเด็นข้อพิพาทมีว่า จำเลยมีสิทธิระงับการเบิกถอนเงินของโจทก์จากบัญชีพิพาทหรือไม่ ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยว่า ผู้ฝากเงินกับธนาคารมีนิติสัมพันธ์กันตามลักษณะฝากทรัพย์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 665 บัญชีพิพาทถือมิได้ว…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้