Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 800/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยที่ 2 ได้ให้คำรับรองต่อธนาคารผู้ให้กู้ว่าจำเลยที่ 2 ทำงานเกษตรกับจำเลยที่ 1 ผู้เป็นสามีและรับผูกพันว่าเงินที่จำเลยที่ 1 กู้นั้นเป็นเงินที่นำไปเพื่อใช้ในการเกษตรหนี้เงินกู้ดังกล่าวจึงเป็นหนี้อันเนื่องจากการงานซึ่งสามีภรรยาทำด้วยกัน จำเลยทั้งสองจึงมีฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม แม้จำเลยที่ 2ไม่ได้ลงชื่อในหนังสือกู้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ก็ตาม เมื่อโจทก์ซึ่งมีความผูกพันร่วมกับจำเลยที่ 1 ได้ใช้หนี้ของจำเลยที่ 1 ให้แก่ธนาคารผู้ให้กู้ไปแล้วโจทก์ย่อมรับช่วงสิทธิของธนาคารผู้ให้กู้ที่มีต่อจำเลยทั้งสอง แม้จำเลยที่ 2 จะไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ แต่จำเลยที่ 2 เป็นลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ 1จึงรับผิดต่อโจทก์ด้วย.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยที่ 1 และผู้มีชื่อรวม 11 คนได้กู้เงินไปจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โดยจำเลยที่ 1กู้เงินจำนวน 13,500 บาท โจทก์จำเลยที่ 1 และผู้มีชื่อรวม 11 คนยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นภรรยาให้คำรับรองและรู้เห็นเป็นใจ ยอมรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ซึ่งนำเงินกู้ไปใช้จ่ายในครอบครัว ครบกำหนดจำเลยที่ 1 ไม่ชำระหนี้ ธนาคารดังกล่าวทวงถามโจทก์ฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม โจทก์ได้นำเงินจำนวน 15,415.50 บาทไปชำระ โจทก์จึงเป็นผู้รับช่วงสิทธิจากธนาคาร โจทก์ทวงถามจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองไม่ชำระ ขอให้บังคับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน----------- จำนวน 15,415.50 บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 15,415.50 บาท

นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่าได้มอบเงินแก่โจทก์เพื่อให้ชำระหนี้แทนจำเลยที่ 1 แล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง การชำระหนี้ของโจทก์เป็นประโยชน์แก่จำเลยที่ 1 และลูกหนี้อื่นอีก 9 คนด้วย โจทก์มีสิทธิไล่เบี้ยจากจำเลยเพียง 1,401.41 บาท พร้อมดอกเบี้ย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงิน 15,415.50 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ 23 มกราคม2528 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1ชำระเงิน 15,415.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่ 23 มกราคม 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์และจำเลยที่ 2 นำสืบรับและไม่โต้เถียงกันฟังได้ว่า

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2516 จำเลยที่ 1ได้ขอขึ้นทะเบียนเป็นลูกค้าประจำของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาตรัง ในวันเดียวกันนี้เอง จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นภรรยาของจำเลยที่ 1 ได้ให้คำรับรองต่อธนาคารดังกล่าวว่า จำเลยที่ 2ทำงานเกษตรกับจำเลยที่ 1 โดยตลอด ฉะนั้น จำเลยที่ 2 จึงรับผูกพันว่าบรรดาการกู้เงิน ซึ่งจำเลยที่ 1 กู้จากธนาคารนี้เพื่อใช้ในการเกษตร เป็นหนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการงานซึ่งสามีภรรยาทำด้วยกันตามเอกสารหมาย จ.2 และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาตรัง ได้รับจำเลยที่ 1 ขึ้นทะเบียนเป็นลูกค้าไว้แล้ว นอกจากนี้เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2521 จำเลยที่ 2 ยังได้ทำหนังสือไว้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

สาขาตรัง ว่า บรรดานิติกรรมทั้งหลายที่จำเลยที่ 1 คู่สมรสของจำเลยที่ 2 ทำไว้กับธนาคารดังกล่าวในเวลานี้หรือในภายหน้า จำเลยที่ 2 ขอให้ความยินยอมกับการทำนิติกรรมดังกล่าวนั้น และให้มีผลผูกพันจำเลยที่ 2 ด้วยตามเอกสารหมาย จ.4ต่อมาโจทก์ จำเลยที่ 1 และผู้มีชื่อรวม 11 คน ได้กู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาตรัง เพื่อนำมาลงทุนในการผลิตยางพารา เฉพาะจำเลยที่ 1 กู้ไปจำนวน 13,500 บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 14 ต่อปี กำหนดชำระคืนภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2527ในการกู้เงินดังกล่าวผู้กู้ทุกคนตกลงรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกันตามเอกสารหมาย จ.1 เมื่อครบกำหนดสัญญาผู้กู้รายอื่นรวมทั้งโจทก์ได้ชำระหนี้ให้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

สาขาตรังครบถ้วนแล้ว คงเหลือแต่จำเลยที่ 1 ไม่ชำระ โจทก์ซึ่งได้รับการทวงถามจึงชำระหนี้รวมทั้งดอกเบี้ยจำนวน 15,415.50 บาท แทนจำเลยที่ 1ให้แก่ธนาคารดังกล่าวไป คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2จะต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์หรือไม่พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยที่ 2 ได้ให้คำรับรองต่อธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาตรัง ว่า จำเลยที่ 2ทำงานเกษตรกับจำเลยที่ 1 ผู้เป็นสามี จึงรับผูกพันว่าบรรดาการกู้เงิน ซึ่งจำเลยที่ 1 กู้จากธนาคารดังกล่าวเพื่อใช้ในการเกษตรเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการงานซึ่งสามีภรรยาทำด้วยกันเมื่อต่อมาจำเลยที่ 1 ได้กู้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาตรัง เพื่อนำมาลงทุนในการผลิตยางพารา

อันเป็นการใช้ในการเกษตรตรงกับคำรับรองของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวข้างต้นเช่นนี้ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า เงินต้นพร้อมดอกเบี้ยที่จำเลยที่ 1กู้มานั้น เป็นหนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการงานที่จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นสามีภรรยาทำด้วยกัน แม้จำเลยที่ 2 จะได้ได้ลงชื่อในหนังสือกู้เงินตามเอกสารหมาย จ.1 ด้วย ก็ต้องถือว่าหนี้ดังกล่าวเป็นหนี้ที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นลูกหนี้ร่วมกันตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1490(3) จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในหนี้นั้นต่อธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาตรัง ด้วย เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏต่อมาว่าโจทก์ซึ่งมีความผูกพันร่วมกับจำเลยที่ 1 ได้เข้าใช้หนี้ของจำเลยที่ 1 ซึ่งจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดร่วมต่อธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

สาขาตรัง ไปแล้วเช่นนี้ โจทก์จึงเป็นผู้รับช่วงสิทธิของธนาคารดังกล่าวตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 229(3)และชอบที่จะใช้สิทธิที่ธนาคารนั้นมีอยู่โดยมูลหนี้ได้ในนามของโจทก์เองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 226 แม้จำเลยที่ 2จะไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ แต่โดยผลของกฎหมายดังกล่าวข้างต้นจำเลยที่ 2 ก็ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ด้วยที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · เธียร ยูงทอง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8951/2561

โจทก์เป็นผู้ค้ำประกันมีความผูกพันในอันจะต้องชำระหนี้แก่เจ้าหนี้เมื่อจำเลยไม่ชำระ และโจทก์ได้เข้าชำระหนี้นั้นแล้ว โจทก์จึงย่อมมีสิทธิไล่เบี้ยเอาจากจำเลยรวมถึงเข้ารับช่วงสิทธิของเจ้าหนี้บรรดามีเหนือลูกห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 18801/2555

เมื่อผู้ร้องในฐานะผู้ค้ำประกันหนี้ของจำเลยที่ 2 ต่อเจ้าหนี้รายที่ 3 ได้ชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้รายที่ 3 ย่อมมีผลให้ผู้ร้องได้รับช่วงสิทธิตามกฎหมายของเจ้าหนี้รายที่ 3 ที่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ไว้แล้ว ผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3113/2554

สัญญาฝากเงินและเบิกถอนเงินระหว่างโจทก์กับสหกรณ์ออมทรัพย์สาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ จำกัด เป็นสัญญาฝากทรัพย์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 672 ดังนั้นเงินฝากของสหกรณ์ที่ฝากไว้กับโจทก์ย่อมตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ตั้งแ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1245/2538

เงินค่ารักษาพยาบาลและค่าจัดการศพให้แก่ผู้โดยสารที่โดยสารมาในรถคันเกิดเหตุของโจทก์ แม้จะเป็นค่าใช้จ่ายที่โจทก์ได้จ่ายไปในการรักษาพยาบาลแก่ผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บ และค่าจัดการศพผู้ตายที่โดยสารมาในรถยน…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9035/2538

โจทก์และจำเลยในคดีนี้กับ ป.เคยถูก ช.ฟ้องเป็นจำเลยให้ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากรถยนต์แท็กซี่ของจำเลยซึ่งขับโดย ป.ชนรถยนต์ของ ช.เสียหาย คดีถึงที่สุดโดยศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ ป.และโจทก์ร่วมกันชำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้