Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8010/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนรถยนต์คันเกิดเหตุที่หายไปให้แก่ผู้เอาประกันภัยไปแล้ว ย่อมรับช่วงสิทธิในค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวเท่านั้น ไม่อาจเรียกร้องให้จำเลยส่งคืนรถยนต์คันเกิดเหตุแก่โจทก์ได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยคืนรถยนต์กระบะคันดังกล่าวแก่โจทก์หรือชำระเงิน 251,900 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน น - 8453 กระบี่ แก่โจทก์ หากคืนไม่ได้ให้ชำระเงิน 250,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 7 พฤษภาคม 2539) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า จำเลยจะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ เห็นว่า แม้นายพรสัยจะมิได้แจ้งให้จำเลยทราบว่าได้นำรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุมาจอดไว้ที่บริเวณที่จอดรถยนต์โรงแรมจำเลยก็ตาม แต่วันรุ่งขึ้นเมื่อนายพรสัยทราบแน่ชัดว่ารถยนต์กระบะคันเกิดเหตุได้สูญหายไป นายพรสัยไปแจ้งแก่นางสาววิชญา กรรมการจำเลยให้ทราบทันที ซึ่งนางสาววิชญาพยานจำเลยก็เบิกความเจือสมข้อเท็จจริงดังกล่าว นอกจากนี้โจทก์มีร้อยตำรวจเอกวิทยา พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกระบี่ เป็นพยานเบิกความสนับสนุนว่า พยานเชื่อว่ารถยนต์คันเกิดเหตุถูกลักไปจริง จึงรับคำร้องทุกข์และบันทึกรายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีไว้

ที่จำเลยฎีกาว่ารถยนต์กระบะคันเกิดเหตุไม่ได้สูญหายไปขณะจอดที่บริเวณที่จอดรถหน้าโรงแรมจำเลย แต่พวกนายพรสัยที่มาพักโรงแรมจำเลยด้วยกันขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุออกไป โดยมีนายสุรัตน์และนายสุทัศน์เป็นประจักษ์พยานรู้เห็น ซึ่งนายสุรัตน์พยานจำเลยเบิกความว่าเห็นชายผิวคล้ำเดินถือกุญแจลงมาจากห้องพักแล้วขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุออกไป ส่วนนายสุทัศน์พยานจำเลยเบิกความว่า เห็นพวกนายพรสัยรูปร่างสูงเดินไปไขกุญแจประตูรถแล้วขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุออกไป คำเบิกความของพยานจำเลยทั้งสองดังกล่าวเพียงเท่านี้ยังไม่พอรับฟังได้ว่าผู้ที่ขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุออกไปจากบริเวณที่จอดรถหน้าโรงแรมจำเลยเป็นพวกนายพรสัยที่มาพักโรงแรมจำเลยด้วยกัน

ดังนี้พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักมากกว่าพยานหลักฐานของจำเลย ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า นายพรสัยขับรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุไปจอดที่บริเวณที่จอดรถหน้าโรงแรมจำเลยและเข้าพักในโรงแรมจำเลย แล้วรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุได้สูญหายไป จำเลยในฐานะเจ้าสำนักโรงแรมต้องรับผิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 674 ส่วนที่จำเลยฎีกาว่ารถยนต์กระบะคันเกิดเหตุเป็นของมีค่าอย่างอื่น หากจำเลยต้องรับผิดก็ไม่เกิน 500 บาท นั้น เห็นว่า แม้ราคารถยนต์กระบะคันเกิดเหตุจะค่อนข้างสูงก็ตาม แต่ก็เป็นเพียงทรัพย์สินธรรมดาทั่ว ๆ ไป จึงยังถือไม่ได้ว่ามีลักษณะเป็นของมีค่า กรณีไม่อยู่ในข่ายที่จำเลยจะต้องรับผิดเพียง 500 บาท ตาม ป.พ.พ. มาตรา 675 วรรคสอง นายพรสัยไม่จำต้องแจ้งฝากรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุไว้ต่อจำเลย

เมื่อโจทก์ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายสระสินผู้เอาประกันภัยไปแล้ว จำเลยจำต้องรับผิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับช่วงสิทธิของนายสระสิน ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 250,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2539 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน แต่ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยคืนรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุ หมายเลขทะเบียน น - 8453 กระบี่ แก่โจทก์ก่อน หากคืนไม่ได้จึงให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นการไม่ถูกต้อง เพราะโจทก์รับช่วงสิทธิมาฟ้องเรียกร้องเอาจากจำเลยเนื่องจากโจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยได้จ่ายค่าสินไหมทดแทนให้แก่นายสระสินผู้เอาประกันภัยไปแล้ว ย่อมรับช่วงสิทธิในค่าสินไหมทดแทนดังกล่าวเท่านั้น จึงไม่อาจเรียกร้องให้จำเลยส่งคืนรถยนต์กระบะคันเกิดเหตุแก่โจทก์ได้ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขให้ถูกต้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอที่ให้จำเลยคืนรถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน น - 8453 กระบี่ แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เรวัตร อิศราภรณ์ · สุรพล เจียมจูไร · เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพล - นายสุชาติ สุวินิจฉัย
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายปกรณ์ วงศาโรจน์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 883/2567

คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.951/2562 ของศาลจังหวัดทุ่งสง พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3181/2559

คำว่า "คนเดินทางหรือแขกอาศัย" ตาม ป.พ.พ. มาตรา 674 หมายถึง บุคคลอื่นใดที่ใช้บริการเข้าพักในโรงแรม หรือ โฮเต็ล หรือ สถานที่อื่นทำนองเช่นนั้น ดังนี้ การที่ ก. เข้าพักอาศัยที่โรงแรมของจำเลย จึงถือได้ว่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4966/2558

โจทก์ฟ้องโดยเข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยที่มีต่อจำเลยซึ่งเป็นบุคคลภายนอกตาม ป.พ.พ. มาตรา 880 วรรคหนึ่ง สิทธิเรียกร้องของโจทก์ผู้รับประกันภัยจึงมีเท่ากับสิทธิเรียกร้องของผู้เอาประกันภัยที่มีอยู่โ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11027/2558

ป.พ.พ. มาตรา 448 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิดนั้นขาดอายุความเมื่อพ้นปีหนึ่งนับแต่วันที่ผู้ต้องเสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือเมื่อพ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10154/2558

จำเลยประกอบธุรกิจโรงแรมจึงมีหน้าที่ต้องรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สินของคนเดินทางหรือแขกอาศัยหากได้พามา โรงแรมของจำเลยมีห้องพัก 48 ห้อง มีทางเข้าออกเพียงทางเดียว มีพนักงานปฏิบัติหน้าที่ 2 คน อ. ทำหน้าที่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้