คำฟ้องและคำให้การ
คดี ๒ สำนวนนี้ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน
โจทก์ฟ้องขอแบ่งมรดกของนายชีจากจำเลย จำเลยต่อสู้ในข้อสำคัญว่า โจทก์ที่ ๑ ไม่ใช่บุตรนายชี จึงไม่มีสิทธิฟ้องเรียกมรดกที่ดินที่นายชีรับจำนองไว้จากนายกรองนั้น นายชีได้โอนสิทธิรับจำนองให้จำเลยแล้ว
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่านายชีได้รับรองเด็กหญิงเป้าโจทก์ที่ ๑ ว่าเป็นบุตรนายชี จึงมีสิทธิรับมรดกได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๒๙(๑) ส่วนสิทธิรับจำนองที่ดินที่นายชีรับจำนองไว้นั้น นายชีมิได้ทำนิติกรรมต่อเจ้าพนักงานที่ดินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๒๕ คงมอบแต่ตราจองสำหรับที่ดินที่รับจำนองให้ไว้ ยังไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย สิทธิในการรับจำนองยังคงเป็นของนายชีอยู่ตามเดิม พิพากษาให้แบ่งทรัพย์ตามรายการที่ฟังว่าเป็นมรดกนายชีให้แก่โจทก์ ๒ คนๆ ละ ส่วน ให้จำเลย ๑ ส่วน หากแบ่งไม่ตกลงให้ประมูลกัน ถ้าประมูลไม่ตกลงให้ ถ.ขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกันตามส่วน ให้จำเลยไปขอจดทะเบียนสิทธิรับมรดกสัญญาจำนองที่ดินร่วมกับโจทก์ทั้งสอง
ถ้าจำเลยไม่ไป ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาพิพากษายืน ข้อกฎหมายที่ศาลฎีกาวินิจฉัยมีดังนี้ ตามข้อเท็จจริงที่รับฟังได้ว่านางแผ่วเป็นภริยานายชีโดยมิได้จดทะเบียนสมรสกัน นางแผ่วเกิดบุตรกับนายชี ๒ คน คือ โจทก์ทั้งสองนี้ นางแผ่วได้อยู่กินกับนายชีฉันสามีภริยา โจทก์ทั้งสองก็ได้อยู่กับนายชีและนางแผ่นจนกระทั่งนายชีตายจากไป นายชีได้อุปการะเลี้ยงดูโจทก์ฉันบิดากับบุตร โจทก์ใช้นามสกุลของนายชีและเรียกนายชีว่าเตี่ย ในการสำรวจตรวจสอบทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๔๙๙ ก็ปรากฎในทะเบียนว่า โจทก์ทั้งสองเป็นบุตรนายชี ดังนี้ เป็นที่ฟังได้ว่าโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรนายชีเกิดกับนางแผ่ว นายชีได้รับรองโจทก์ทั้งสองเป็นบุตรนายชีโดยชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๖๒๗ ให้ถือว่าโจทก์เป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของนายชี
โจทก์จึงเป็นทายาทของนายชีมีสิทธิรับมรดกของนายชีตามกฎหมาย ข้อที่จำเลยฎีกาในเรื่องสิทธิรับจำนองว่า นายชีได้ยกให้จำเลยโดยส่งมอบและแจ้งให้ลูกหนี้ทราบแล้ว เป็นอันสมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๒๕ และจำเลยก็ได้รับโอนสิทธิรับจำนองรายนี้ทางทะเบียนถูกต้องแล้ว สิทธิรับจำนองจึงไม่ใช่มรดกของนายชีนั้น
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามข้อเท็จจริงเป็นเรื่องนายชียกสิทธิรับจำนองที่ดินให้แก่จำเลย สิทธิรับจำนองนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๐ ถือว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์ ฉะนั้น การยกสิทธิรับจำนองให้แก่กันจะต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๒๕ คือ ต้องทำเป็นหนังสือจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว ก็ไม่ตัดสิทธิของโจทก์ที่จะขอรับมรดกสิทธิรับจำนองของนายชีร่วมกับจำเลยด้วย