Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 802/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์และจำเลยต่างก็ผลิตสินค้าสร้อยข้อมือโดยเลียนแบบจากของต่างประเทศออกจำหน่าย เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยมีสิทธิแต่ผู้เดียวในการผลิตสร้อยข้อมือแบบดังกล่าว จำเลยก็ไม่มีสิทธิห้ามมิให้โจทก์ผลิตสินค้าสร้อยข้อมือเลียนแบบสินค้าของจำเลย จำเลยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสร้อยข้อมือของจำเลยไว้ ใช้ว่าฮกลกซิ่วคัง อันมีลักษณะเป็นเครื่องหมายคำ 4 คำรวมกัน แปลว่า มีวาสนาศรีสุข อายุยืน มีพลานามัยดี ซึ่งการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวระบุไว้ด้วยว่า ไม่ให้สิทธิแก่ผู้ขอจดทะเบียนแต่ผู้เดียวที่จะใช้อักษรจีนคำว่า ฮกลกซิ่ว แยกแต่ลำพัง ส่วนสร้อยข้อมือของโจทก์ปรากฏว่า เครื่องหมายคำทั้ง 4 คำดังกล่าวไม่ได้อยู่รวมกัน หากแต่แยกออกจากกันเป็นคำๆ คำละหนึ่งข้อสร้อย แต่ละคำปรากฏในข้อสร้อยนี้อยู่สลับกับข้อสร้อยที่มีลวดลายเป็นรูปดอกไม้ ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าโจทก์ทำละเมิดเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายจากโจทก์

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อประมาณ ๖ ปีมาแล้ว โจทก์ได้ประดิษฐ์สร้อยข้อมือสร้อยคอ และเครื่องประดับออกจำหน่าย โดยบรรจุอักษรจีน ๔ ตัว อ่านว่า ฮก ลก ซิ่ว คัง เป็นคำอวยพรให้ผู้ใช้มีความสุข ความเจริญ มีอายุ วรรณะ สุข พละ นอกจากโจทก์แล้วยังมีผู้อื่นอีกที่ใช้อักษรจีน ๔ ตัวนี้กับสินค้าอื่นรวมทั้งเครื่องประดับด้วย ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๖ จำเลยได้นำอักษรจีนทั้ง ๔ ตัวนี้ไปขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าต่อกองสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้า กระทรวงพาณิชย์ และกองสิทธิบัตรฯรับจดทะเบียนให้จำเลยแล้ว จำเลยมีหนังสือห้ามมิให้โจทก์และพ่อค้าอื่นผลิตหรือนำเครื่องประดับที่มีอักษรจีนทั้ง ๔ ตัวดังกล่าวออกจำหน่าย อักษรจีน ๔ ตัวนี้เป็นคำอวยพรที่คนจีนทั่วไปใช้อวยพรแก่กัน

การที่จำเลยนำอักษรจีนทั้ง ๔ ตัวไปจดทะเบียนเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ทำให้โจทก์ผู้ผลิตสินค้าพวกนี้ไว้เป็นจำนวนมากไม่สามารถจะขายได้ ขอให้ศาลพิพากษาว่า การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยเป็นการไม่ชอบ ให้จำเลยไปเพิกถอนการจดทะเบียนดังกล่าวหากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทน

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๐ จำเลยเป็นผู้ผลิตสร้อยข้อมือแปดข้อ มีความหมายเป็นสี่ฤดู มีอักษรจีนเป็นสัญลักษณ์ประกอบอ่านว่า ฮก ลก ซิ่ว คัง แต่ละคำอวยพรอยู่ระหว่างข้อละคำสลับกับรูปต้นเก๊กฮวย รูปรวงข้าว รูปดอกบัว และรูปต้นไผ่ รูปละข้อ ผลิตด้วยทองคำและเงินออกจำหน่ายก่อนผู้ใดเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๕ จำเลยสืบทราบว่า โจทก์และผู้อื่นผลิตสร้อยข้อมือเลียนแบบของจำเลยออกจำหน่าย ต่อมาปี พ.ศ.๒๕๑๖ จำเลยจึงไปยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเฉพาะอักษรจีนทั้ง ๔ คำดังกล่าว โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องใช้รวมกันทั้ง ๔ คำ จะไม่ใช้แยกคำ โจทก์เลียนแบบเครื่องหมายการค้าของจำเลยและเป็นการเอารูปรอยประดิษฐ์ในการประกอบการค้าาของจำเลยมาใช้กับสินค้าของโจทก์

จำเลยบอกให้โจทก์หยุด โจทก์ไม่ยอมหยุด เป็นเหตุให้จำเลยขาดกำไรเดือนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท รวม ๓ เดือน เป็นเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท จึงฟ้องแย้งขอให้โจทก์เลิกใช้เครื่องหมายดังกล่าว ให้โจทก์เลิกผลิตและงดการจำหน่ายสินค้าสร้อยข้อมือดังกล่าว ให้โจทก์จัดการเก็บสินค้าของโจทก์ในท้องตลาดให้หมด ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายตามฟ้องแย้ง ๓๐๐,๐๐๐ บาทพร้อมดอกเบี้ย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า เครื่องประดับตามรูปตามลักษณะที่จำเลยกล่าวมีผู้ผลิตจำหน่ายมาช้านานแล้ว อักษรจีน ๔ คำ ฮก ลก ซิ่ว คัง เป็นคำสามัญที่ใช้กันทั่วไปไม่มีลักษณะเป็นเครื่องหมายการค้า โจทก์มิได้เลียนแบบหรือเอารูปรอยประดิษฐ์ของจำเลยมาใช้เพราะไม่เหมือนกันจนทำให้ประชาชนหลงผิด จำเลยไม่ได้ขาดกำไรตามฟ้องแย้ง เมื่อจำเลยแจ้งให้โจทก์ระงับการผลิต โจทก์ก็ระงับแล้ว ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์และจำเลยมิใช่เป็นผู้ค้นคิดประดิษฐ์รูปเครื่องหมายอักษรจีนรายพิพาท หากแต่ลอกเลียนแบบจากต่างประเทศ จึงไม่มีสิทธิจะหวงห้ามมิให้คนอื่นใช้ แต่ต่อมาเมื่อจำเลยเป็นผู้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแล้ว จำเลยย่อมมีสิทธิใช้เครื่องหมายการค้านี้ โจทก์ไม่มีสิทธิห้ามหรือขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนของจำเลย เมื่อ จำเลยแจ้งการจดทะเบียนให้โจทก์ทราบ โจทก์ก็หยุดการผลิต ไม่เป็นการละเมิด พิพากษายกฟ้องโจทก์และยกฟ้องแย้งจำเลย โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของจำเลยเป็นการชอบด้วยกฎหมาย สร้อยข้อมือที่โจทก์ผลิตออกเป็นตัวสินค้าที่จำหน่ายไม่ใช่เครื่องหมายการค้าของจำเลย เพราะไม่มีตราเลียนแบบเป็นตัวอักษรจีน ๔ คำ ติดกันเรียงลำดับจากบนลงล่างตามที่จำเลยจดทะเบียน ถือไม่ได้ว่าโจทก์ทำละเมิดเลียนเครื่องหมายการค้าของจำเลย พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาข้อแรกที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยมีสิทธิจะห้ามไม่ให้โจทก์ผลิตสินค้าสร้อยข้อมือเลียนแบบสินค้าของจำเลยนั้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์และจำเลยต่างก็ผลิตสินค้าสร้อยข้อมือโดยเลียนแบบจากของต่างประเทศออกจำหน่าย กล่าวคือลักษณะของสร้อยทำเป็นข้อๆแยกจากกันรวม ๘ ข้อ แต่มีห่วงหรือสลักเชื่อมเป็นสร้อยเส้นเดียวกัน ข้อแรกมีอักษรจีน ๑ คำ ข้อที่ ๒ มีรูปดอกไม้ ข้อที่มีอักษรจีนกับข้อที่มีรูปดอกไม้อยู่สลับกันไปอย่างนี้รวม ๘ ข้อ แม้จำเลยจะอ้างว่าสร้อยข้อมือของต่างประเทศมีอักษรจีนว่า ฮกลกซิ่วซ้วง โดยเฉพาะคำที่ ๔ นั้น จำเลยได้เปลี่ยนคำว่า "ซ้วง" เป็น "คัง" ไม่ได้เลียนตัวอักษรมาทุกคำก็ตาม แต่ข้อเท็จจริงก็ได้ความชัดว่าลักษณะหรือแบบของสร้อยข้อมือคงเหมือนของต่างประเทศทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยมีสิทธิแต่ผู้เดียวในการผลิตสร้อยข้อมือดังกล่าว

ฉะนั้นจำเลยจึงไม่มีสิทธิห้ามมิให้โจทก์ผลิตสินค้าสร้อยข้อมือเลียนแบบสินค้าของจำเลย ปัญหาข้อต่อไปที่จำเลยฎีกาว่า การที่โจทก์นำเครื่องหมายการค้าที่เขียนเป็นภาษาจีนว่า ฮกลกซิ่วคัง ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าของจำเลยไปใช้กับสินค้าของโจทก์เป็นการละเมิดสิทธิของจำเลยนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าเครื่องหมายการค้าสร้อยข้อมือของจำเลยที่จดทะเบียนไว้ ใช้ว่า ฮกลกซิ่วคัง อันมีลักษณะเป็นเครื่องหมายคำ ๔ คำรวมกัน และแปลว่า มีวาสนาศรีสุขอายุยืนมีพลานามัยดี ซึ่งการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ารายนี้ระบุไว้ด้วยว่าไม่ให้สิทธิแก่ผู้ขอจดทะเบียนแต่ผู้เดียวที่จะใช้อักษรจีนคำว่า ฮกลกซิ่ว แยกแต่ลำพัง ดังปรากฏในบันทึกหลังเอกสารหมาย ล.๕ ส่วนสร้อยข้อมือของโจทก์ปรากฏว่าเครื่องหมายคำทั้ง ๔ คำดังกล่าวไม่ได้อยู่รวมกัน หากแต่แยกออกจากกันเป็นคำๆ คำละ ๑ ข้อสร้อย และแต่ละคำที่ปรากฏในข้อสร้อยนี้อยู่สลับกับข้อสร้อยที่มีลวดลายเป็นรูปดอกไม้ (ดูภาพเอกสารหมาย จ.๒ ประกอบ) ถือไม่ได้ว่าโจทก์ทำละเมิดเลียนแบบเครื่องหมายการค้าของจำเลย จำเลยไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ตามฟ้องแย้งฎีกาจำเลยทุกข้อฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
โสพิทย์ คังคะเกตุ · จันทร์ ระรวยทรง · เฟื่องขจิต รัศมิภูติ
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายวุฒิ ยุววิทยาพาณิชย์
ศาลอุทธรณ์ - นายจำรัส อมรสุข
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 882/2567

กรมธรรม์ประกันภัย ข้อ 6 ระบุเหตุที่โจทก์สละสิทธิไล่เบี้ยจากผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัยว่า ในกรณีที่มีความเสียหายต่อรถยนต์ เมื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ใช้รถยนต์โดยได้รับความยินยอมจากผู้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 464/2567

เหตุแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 2 เป็นผลโดยตรงทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้อาคารของโจทก์ในการประกอบกิจกรรมบริการเชิงเศรษฐกิจการพาณิชย์ได้ เนื่องเพราะสำนักงานเขตบางกะปิมีหนังสือถึงโจทก์แจ้งว่าอาคารมีสภาพที่อาจเป…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 700072)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2567 (เลขอ้างอิง 703998)

แม้โจทก์ที่ 1 มีเพียงคำขอให้เพิกถอนนิติกรรมต่าง ๆ ระหว่างจำเลยทั้งสี่โดยมิได้มีคำขอให้ใช้ราคาที่ดินทั้งสองแปลงแก่โจทก์ที่ 1 ก็ตาม แต่เมื่อศาลไม่อาจพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวเพื่อให้ที่ดินทั้งสอ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้