Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 805/2509

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์กู้เงินจากจำเลยโดยเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 13 ต่อปี ต่อมาจำเลยมีหนังสือไปถึงโจทก์เสนอขอขึ้นดอกเบี้ยแก่โจทก์เป็นร้อยละ 15 ต่อปี โจทก์ไม่ตอบรับข้อเสนอของจำเลย ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าเป็นการสนองรับข้อเสนอของจำเลย แต่กลับเป็นการแสดงเจตนาปฏิเสธโดยปริยาย ข้อเสนอของจำเลยจึงไม่มีผลเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยตามสัญญากู้เดิม การที่โจทก์ยอมชำระดอกเบี้ยให้จำเลยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีก็เพราะถูกจำเลยบีบบังคับ มิฉะนั้นจำเลยจะไม่ยอมให้โจทก์ไถ่จำนอง ถือไม่ได้ว่าเป็นการชำระหนี้ตามอำเภอใจโดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระ และการที่จำเลยได้รับดอกเบี้ยเกินจากที่ตกลงไว้จากโจทก์โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ เป็นเหตุให้โจทก์เสียเปรียบ จำเลยต้องคืนเงินดอกเบี้ยส่วนที่เกินนั้นให้แก่โจทก์.

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำนองที่ดินเป็นประกันเงินกู้จำเลยโดยเสียดอกเบี้ยร้อยละ ๑๓ ต่อปี ต่อมาจำเลยขอขึ้นดอกเบี้ยเป็นร้อยละ ๑๕ ต่อปี โจทก์มิได้ยินยอม ต่อมาโจทก์ไถ่จำนองชำระเงินกู้ จำเลยคิดเอาดอกเบี้ยจากโจทก์ร้อยละ ๑๕ ต่อปี โจทก์ทวงถามให้จำเลยคืนเงินที่เรียกเก็บเกินไปจากโจทก์ จำเลยก็ไม่คืน ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยคืนพร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ได้ยอมให้จำเลยคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี จำเลยได้แจ้งยอดหนี้ซึ่งคิดดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี ให้โจทก์ทราบหลายครั้งแล้ว โจทก์ก็ไม่คัดค้านและได้เคยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีให้จำเลยแล้ว ในการไถ่จำนอง โจทก์ยอมชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปีให้จำเลย ถ้าโจทก์รู้ว่าโจทก์มิได้เป็นลูกหนี้จำเลย การที่โจทก์ชำระเงินให้แก่จำเลยเช่นนั้น เป็นการกระทำตามอำเภอใจ จะเรียกคืนมิได้ ยอดเงินที่โจทก์คำนวณมานั้นคลาดเคลื่อน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า การที่จำเลยเสนอขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปยังโจทก์แล้วโจทก์เฉยเสีย ถือไม่ได้ว่าเป็นการยอมรับตามข้อเสนอ แต่การที่โจทก์รู้อยู่ว่าไม่มีความผูกพันจะต้องชำระดอกเบี้ยให้จำเลยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี แต่ก็ได้ชำระดอกเบี้ยให้จำเลยไปตามอัตราเช่นว่านั้น โจทก์จะเรียกคืนไม่ได้ ให้ยกฟ้อง โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่โจทก์เฉยเสียจะถือว่าเป็นการยอมรับตามข้อเสนอของจำเลยไม่ชอบ การที่โจทก์ยอมให้จำเลยคิดดอกเบี้ยตามอัตราใหม่นั้น มิใช่สมัครใจชำระให้ตามอำเภอใจ การที่จำเลยรับดอกเบี้ยส่วนที่เกินกว่าร้อยละ ๑๓ ไว้จากโจทก์ไม่มีมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ เป็นเหตุให้โจทก์เสียเปรียบ จำเลยต้องคืนส่วนที่เกินให้แก่โจทก์ พิพากษากลับให้จำเลยคืนเงินแก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์ไม่ยอมตอบหนังสือให้ความยินยอมแก่จำเลย ถือไม่ได้ว่าเป็นการสนองรับข้อเสนอของจำเลย แต่กลับเป็นการแสดงเจตนาปฏิเสธโดยปริยาย ข้อเสนอของจำเลยจึงไม่มีผลเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยตามสัญญากู้เดิม แม้ต่อมาจำเลยจะได้ส่งบัญชีต้นเงินดอกเบี้ยที่ค้างไปให้โจทก์ทราบเป็นคราว ๆ แต่ในบัญชีนั้นก็มิได้บอกไปด้วยว่าได้คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี และโจทก์ไม่เคยตอบรับไปยังจำเลยว่าจำนวนเงินที่จำเลยคิดไปถูกต้อง จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ยินยอมในการที่จำเลยคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี เมื่อไถ่จำนอง การที่โจทก์ยอมชำระดอกเบี้ยให้จำเลยในอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี ก็เพราะถูกจำเลยบีบบังคับ มิฉะนั้นจำเลยจะไม่ยอมให้โจทก์ไถ่จำนอง จึงถือไม่ได้ว่าเป็นการชำระหนี้ตามอำเภอใจ โดยรู้อยู่ว่าตนไม่มีความผูกพันที่จะต้องชำระ ส่วนจำเลยก็ได้รับดอกเบี้ยส่วนที่เกินร้อยละ ๑๓ ต่อปีไว้จากโจทก์โดยปราศจากมูลอันจะอ้างกฎหมายได้ เป็นเหตุให้โจทก์เสียเปรียบ จำเลยจึงต้องคืนเงินดอกเบี้ยส่วนที่เกินให้โจทก์

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · วิเชียร เศวตรุนทร์
ศาลล่าง
ศาลแพ่ง - นายมงคล เชาวน์ดี
ศาลอุทธรณ์ - นายพันธ์ นัยวิฑิต
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้