Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8064/2556

พ.ศ. 2556 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้เสียหายมีอาชีพทำฟาร์มโค ฟางอัดแท่งที่เก็บอยู่ในโรงเก็บฟาง ไม่ใช่สินค้าที่มีไว้เพื่อการค้าของผู้เสียหาย แต่น่าจะมีไว้เลี้ยงโคผู้เสียหายเองมากกว่า โรงเก็บฟางที่จำเลยวางเพลิงจึงมิใช่โรงเรือนอันเป็นที่เก็บสินค้าตามความหมายของมาตรา 218 (2) แต่เป็นทรัพย์ทั่วไปของผู้อื่นตามมาตรา 217

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 217, 218

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218 (2) จำคุก 5 ปี

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยคือผู้วางเพลิงเผาโรงเก็บฟางอัดแท่งของผู้เสียหายหรือไม่ เห็นว่า ผู้เสียหายเบิกความยืนยันมั่นคงว่าเห็นจำเลยกระโดดลงจากโรงเก็บฟางอัดแท่งแล้วมีควันไฟและไฟไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากเห็นตอนกระโดดแล้ว ผู้เสียหายยังเห็นจำเลยวิ่งไปทางบ้านจำเลยอีก ซึ่งจากการที่จำเลยกับผู้เสียหายเป็นญาติและรู้จักกันอย่างดีนั้น เชื่อว่าผู้เสียหายจำจำเลยได้ไม่ผิด เพราะขณะเกิดเหตุเป็นเวลากลางวันและบริเวณที่เกิดเหตุเป็นฟาร์มเลี้ยงโคที่ไม่มีผู้คนพลุกพล่าน ทั้งทิศทางที่เห็นคนร้ายวิ่งไปก็ไปทางบ้านจำเลย ก่อนเกิดเหตุจำเลยก็มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้เสียหายเรื่องสุนัขของผู้เสียหายไปกินไก่และไข่ไก่ของจำเลย

ถึงขั้นจำเลยลักลอบเบื่อสุนัขของผู้เสียหายตายไปหนึ่งตัวซึ่งเหตุดังกล่าวมีน้ำหนักเพียงพอให้จำเลยคิดกระทำความผิดเช่นนั้นได้ หลังเกิดเหตุผู้เสียหายก็แจ้งแก่ผู้ใหญ่บ้านและพนักงานสอบสวนทันทีว่าจำเลยเป็นคนร้าย อันแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของผู้เสียหายว่าได้เห็นจำเลยกระโดดลงมาจากโรงเก็บฟางอัดแท่งก่อนจะเกิดเพลิงไหม้จริง พยานหลักฐานโจทก์จึงรับฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยเป็นคนร้ายรายนี้ ที่จำเลยอ้างฐานที่อยู่ว่าจำเลยไปอยู่บ้านกำนันขณะไฟกำลังลุกไหม้นั้นไม่มีน้ำหนักพอที่จะหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ข้อต่อสู้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกฟ้องโจทก์โดยเห็นว่าพยานหลักฐานโจทก์ยังมีข้อสงสัยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

อนึ่ง โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยวางเพลิงเผาโรงเรือนอันเป็นที่เก็บสินค้าของผู้เสียหายและขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218 จากทางนำสืบของโจทก์ที่ว่าผู้เสียหายมีอาชีพทำฟาร์มโคนั้น ข้อเท็จจริงย่อมฟังได้ว่าฟางอัดแท่งที่เก็บอยู่ในโรงเก็บดังกล่าวไม่ใช่สินค้าที่มีไว้เพื่อการค้าของผู้เสียหาย แต่น่าจะมีไว้เลี้ยงโคผู้เสียหายเองมากกว่า โรงเก็บฟางที่จำเลยวางเพลิงจึงไม่ใช่โรงเรือนอันเป็นที่เก็บสินค้าตามความหมายของมาตรา 218 (2) แต่เป็นทรัพย์ทั่วไปของผู้อื่นตามมาตรา 217 จำเลยจึงไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218 แต่มีความผิดตามมาตรา 217

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 217 จำคุก 2 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พิศล พิรุณ · กฤษฎิ์จิรัฐ คุณาจิรภรณ์ · เสรี เพศประเสริฐ
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดพัทลุง - นายขจร ยิ่งดำนุ่น
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายชาติชาย โฆษิตวัฒนฤกษ์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.6674/2552
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ772/2550
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ702/2551
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11963/2553

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 217, 83 จำเลยมิได้อุทธรณ์ กลับแก้อุทธรณ์ของโจทก์และขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8746/2543

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 218 (1) โดยศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายืน เมื่อปรากฏว่า กระท่อมนาและทรัพย์สินที่ถูกเพลิงไหม้มีราคาเพียงเล็กน้อย ทั้งกระท่อมนาดังกล่าวปลูกอยู่กลางทุ่งนา รอบกระท่อม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 976/2539

เมื่อคดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาจะต้องฟังข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา222เมื่อข้อเท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2829/2532

การกระทำที่จะเป็นความผิดสำเร็จฐานวางเพลิงเผาโรงเรือนไม่หมายความเพียงว่าเอาเพลิงไปวางเท่านั้น หากต้องเป็นการเผาทำให้เกิดเพลิงไหม้โรงเรือนนั้นลุกติดไฟขึ้นด้วย เพียงแต่ฝาผนังบ้านอันเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรื…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 234/2528

ปกติลูกระเบิดเป็นอาวุธร้ายแรง เมื่อถอดสลักลูกระเบิดหรือสลักนิรภัยออกแล้วย่อมจะต้องระเบิดขึ้นทำอันตรายแก่ชีวิตและทรัพย์สินได้จำเลยทำให้เกิดระเบิดโดยเจตนาฆ่าตัวตายเป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหายย่…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้