Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8065/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองโดยอ้างมูลคดีว่าจำเลยทั้งสองผิดสัญญาเช่าซื้อและค้ำประกันที่โจทก์กับจำเลยทั้งสองทำกันไว้ส่วนผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความฝ่ายที่สามโดยอ้างนิติสัมพันธ์ตามสัญญาซื้อขายที่ผู้ร้องกับจำเลยที่1มีต่อกันเป็นคำร้องขอเพื่อยังให้ได้รับความรับรองคุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของผู้ร้องที่มีอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา57(1)ซึ่งเป็นคำฟ้องตามมาตรา172วรรคสองที่ต้องแสดงโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับแต่คำร้องของผู้ร้องมิได้มีคำขอบังคับโดยชัดแจ้งหรือมีคำขอบังคับอยู่ในตัวว่าอย่างไรเป็นคำร้องที่ไม่ชอบ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2533 จำเลยที่ 1ได้เช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน ม-8214 นครราชสีมาไปจากโจทก์ราคา 553,200 บาท จำเลยที่ 1 ชำระราคาในวันทำสัญญา150,000 บาท ส่วนที่เหลือจะชำระเป็นงวดละเดือน โดยมีจำเลยที่ 2เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ 1 ได้รับรถยนต์คันดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้วในวันทำสัญญา นับแต่จำเลยที่ 1 ได้เช่าซื้อรถยนต์ไปจากโจทก์จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อให้แก่โจทก์เพียง 26 งวด ต่อจากนั้นจำเลยที่ 1 ไม่ได้ชำระอีกเลย โจทก์จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดส่งมอบคืนการครอบครองรถยนต์ให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ หากคืนรถยนต์ไม่ได้ต้องชำระราคาแทน 553,200 บาท และค่าเสียหายจากการขาดประโยชน์ใช้สอย59,600 บาท กับต่อไปอีกวันละ 100 บาท

นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะคืนรถยนต์หรือชำระราคาเสร็จสิ้นจำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ 1 เช่าซื้อรถยนต์มาจากโจทก์จริง แต่จำเลยที่ 1 ได้ขายให้แก่บริษัทอยู่ไทยอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยโจทก์ทราบแล้วและไม่คัดค้านอีกทั้งมีการส่งมอบรถยนต์ให้แก่บริษัทดังกล่าวโดยพนักงานของโจทก์เป็นผู้ขับไปส่ง ในการชำระค่าเช่าซื้อ เมื่อจำเลยที่ 1ได้รับเงินจากบริษัทอยู่ไทยอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด แล้วจำเลยที่ 1 ก็นำไปชำระให้แก่โจทก์ทุกครั้งจนถึงเดือนกุมภาพันธ์2535 จำเลยที่ 1 แจ้งให้โจทก์ไปโอนชื่อทางทะเบียนให้แก่บริษัทอยู่ไทยอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ต่อมาประมาณกลางปี 2535จำเลยที่ 1 พบกับผู้จัดการของบริษัทอยู่ไทยอินเตอร์เนชั่นแนลจำกัด จำเลยที่ 1 จึงทราบว่าโจทก์ยังไม่ได้จัดการโอนทางทะเบียนโดยอ้างว่า บริษัทดังกล่าวไม่ยอมเสียค่าธรรมเนียมการโอนและดอกเบี้ยให้แก่โจทก์อีก ตามเหตุผลดังกล่าวจำเลยทั้งสองจึงหลุดพ้นจากความรับผิดที่ต้องชำระหนี้แก่โจทก์ ขอให้ยกฟ้องบริษัทอยู่ไทยอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าหมายเลขทะเบียน ม-8214นครราชสีมา โดยซื้อมาจากจำเลยที่ 1 ผู้ร้องได้ชำระราคาให้แก่จำเลยที่ 1 บางส่วนแล้ว ส่วนที่เหลือชำระราคาโดยผ่อนชำระเป็นงวดเมื่อผู้ร้องผ่อนชำระราคาครบแล้ว ได้แจ้งให้จำเลยที่ 1 ไปโอนชื่อทางทะเบียน แต่จำเลยที่ 1 ผัดผ่อนเรื่อยมา ผู้ร้องจึงไปตรวจสอบทะเบียนที่สำนักงานขนส่งจังหวัดนครราชสีมา ทราบว่าโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รถยนต์คันดังกล่าว ผู้ร้องจึงได้ฟ้องจำเลยที่ 1ต่อศาลชั้นต้น ขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้นผู้ร้องจึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในคดีนี้มีความจำเป็นเพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของผู้ร้องที่มีอยู่ ขอให้ไต่สวนและมีคำสั่งให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความฝ่ายที่สามศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นว่า คดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสอง โดยอ้างมูลคดีว่า จำเลยทั้งสองผิดสัญญาเช่าซื้อและค้ำประกันที่โจทก์กับจำเลยทั้งสองทำกันไว้ สำหรับคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องขอเข้าเป็นคู่ความฝ่ายที่สามโดยอ้างนิติสัมพันธ์ตามสัญญาซื้อขายที่ผู้ร้องกับจำเลยที่ 1 มีต่อกัน คำร้องของผู้ร้องเป็นคำร้องขอเพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครองหรือบังคับตามสิทธิของผู้ร้องที่มีอยู่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(1) ดังนั้น คำร้องของผู้ร้องจึงเป็นคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสองที่ต้องแสดงโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ แต่ตามคำร้องของผู้ร้องนั้น มิได้มีคำขอบังคับโดยชัดแจ้งหรือมีคำขอบังคับอยู่ในตัวว่าอย่างไร เป็นคำร้องที่ไม่ชอบ และไม่ได้รับยกเว้นไม่จำต้องมีคำขอบังคับ ศาลล่างทั้งสองไม่รับคำร้องของผู้ร้องชอบแล้ว"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เสริม บุญทรงสันติกุล
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2566

แม้คดีนี้ศาลจะมีคำสั่งให้ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์จนกระทั่งมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงสิทธิให้ผู้ร้องมีชื่อในโฉนดที่ดินพิพาทแล้วโดยไม่มีการออกหมายบังคับคดีเพื่อบังคับคดีแก่ล…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2559 (เลขอ้างอิง 597446)

จำเลยที่ 10 และ ป. ขับรถเฉี่ยวชนกัน ทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย และทำให้ทรัพย์สินของผู้ตายได้รับความเสียหาย ดังนั้นจำเลยที่ 10 และ ป. จึงเป็นผู้ครอบครองหรือเป็นผู้ควบคุมดูแลยานพาหนะอันเดินด้วยกำลังเครื่อ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3982/2558

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาทพร้อมบ้านพักซึ่งปลูกบนที่ดินโดยซื้อมาจากจำเลยร่วมทั้งสาม จำเลยเข้าไปอยู่อาศัยในที่พิพาทโดยไม่มีสิทธิทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ขับไล่จำเลยและให้จำเลยชดใช้ค่า…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13825/2558

ที่ดินพิพาทเป็นสินสมรสซึ่งผู้ร้องกับ ส. ร่วมกันซื้อมาระหว่างเป็นสามีภริยา ผู้ร้องกับ ส. จดทะเบียนหย่ากัน โดยผู้ร้องครอบครองที่ดินพิพาทนั้นตลอดมาและได้ยื่นคำร้องขอครอบครองปรปักษ์ที่ดินพิพาทในส่วนของ ส.

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2555 (เลขอ้างอิง 554427)

คำฟ้องของโจทก์ทั้งหมดบรรยายว่า โจทก์ทั้งหมดมีสิทธิได้รับการปรับอัตราค่าจ้างและได้รับบำเหน็จในส่วนที่ขาดตามมติคณะรัฐมนตรีและบันทึกข้อตกลงซึ่งเป็นสภาพแห่งข้อหา โดยมีข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่าจำ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้