เนื้อความคำพิพากษา
ทางพิจารณาได้ความว่าทรัพย์ของ ล.แล น.หายไป โดยคนร้ายใช้สว่านเป็นเครื่องเจาะแลล้วงถอดกลอนประตูหน้าต่างเข้าไปเจ้าพนักงานจับของกลางบางอย่างได้ที่บ้านจำเลยซึ่งอยู่บ้านเดียวกัน โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยเป็น ๒ สำนวนด้วยกัน ศาลชั้นต้น พิพากษาว่า ส.ฉ.แล ย.มีผิดตาม ม.๒๙๕, ๒ กะทง ให้จำคุก ๕ ปี ช.มีผิดตาม ม.๓๒๑ ให้จำคุก ๑ ปี แต่ให้รอการลงอาญาไว้ ศาลอุทธรณ์ไม่เชื่อว่าจำเลยกระทำผิดแต่ฟังว่า ส.จำเลยผู้เดียวได้ทรัพย์มาไว้โดยรู้สึกว่าเป็นของร้าย มีผิดฉะเพาะในสำนวนแรก
ผลคำพิพากษา
จึงพิพากษาแก้ให้จำคุก ส. ๑ ปี ตาม ม.๓๒๑ นอกนั้นปล่อยตัวไป โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้แม้โจทก์ไม่มีประจักษ์พะยานเห็นในเวลาเกิดเหตุ แต่ตามพฤตติการณ์ฟังได้ว่า ฉ.ส.แล ย.จำเลยเป็นผู้ร้ายรายนี้ จึงให้ลงโทษจำเลยยืนตามศาลชั้นต้น