Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8075/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

จำเลยทั้งสองทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์ โดยจำนองห้องชุดเลขที่ 181/289 ตำบลบางแค อำเภอภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร เป็นประกันหนี้ แต่จำเลยทั้งสองผิดนัดไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงมีหนังสือทวงถามและบอกกล่าวบังคับจำนองภายใน 30 วัน ย่อมมีความหมายชัดแจ้งว่าโจทก์แจ้งให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้และจัดการไถ่ถอนจำนองภายในเวลาที่กำหนด เมื่อไม่ปรากฏว่า จำเลยทำสัญญาจำนองทรัพย์สินรายอื่นเป็นประกัน ทรัพย์ที่โจทก์จะบังคับจำนองย่อมหมายถึงห้องชุดเลขที่ 181/289 การที่หนังสือบอกกล่าวของโจทก์ระบุหมายเลขห้องชุดเป็นห้องชุดเลขที่ 0289 ตำบลบางแค อำเภอภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร น่าจะเป็นเพียงการพิมพ์หมายเลขคลาดเคลื่อนเท่านั้น หามีผลทำให้หนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่อย่างใด คำบอกกล่าวบังคับจำนองของโจทก์ชอบด้วยมาตรา 728 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แล้ว

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๒๓๖,๔๗๓.๔๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๓.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๒๑๔,๑๘๑.๑๒ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเบี้ยประกันภัยที่โจทก์ออกแทนไปก่อน สามปีต่อครั้ง เป็นเงินครั้งละ ๑,๒๐๔.๘๒ บาท เริ่มชำระครั้งแรกในวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๔๘ เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระหนี้เสร็จสิ้น หรือวันที่ขายทอดตลาดทรัพย์ที่จำนองได้ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ดังกล่าว หรือชำระหนี้ไม่ครบถ้วน ขอให้ยึดทรัพย์ที่จำนองออกขายทอดตลาดชำระหนี้ หากได้เงินไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ

จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยต้องรับผิดตามสัญญากู้เงินพร้อมดอกเบี้ยต่อโจทก์ ส่วนเงินค่าเบี้ยประกันภัยเป็นข้อเรียกร้องในหนี้อนาคตจึงไม่อาจเรียกได้ และโจทก์บอกกล่าวบังคับจำนองไม่ถูกต้อง จึงไม่อาจขอให้บังคับจำนองตามฟ้องได้ พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๒๓๖,๔๗๓.๔๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๓.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๒๑๔,๑๘๑.๑๒ บาท นับแต่วันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๔๕ ซึ่งเป็นวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ ๒,๐๐๐ บาท คำขออื่นให้ยก

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๒๒๓ ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์มีว่า การบอกกล่าวบังคับจำนองเป็นการบอกกล่าวบังคับจำนองโดยชอบหรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์ข้อความในหนังสือบอกกล่าวของโจทก์แล้วมีความว่า "ตามที่นายศักดิ์ดา พุ่มโพธิงาม และนางสาวชนิดา พุ่มโพธิงาม ได้ทำสัญญากู้เงินจากธนาคารอาคารสงเคราะห์เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๔๒ จำนวนเงิน ๒๓๐,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ยร้อยละ ๑๓.๕ ต่อปี โดยตกลงชำระดอกเบี้ยพร้อมผ่อนเงินต้นเป็นรายเดือนทุก ๆ เดือน ไม่ต่ำกว่าเดือนละ ๒,๓๕๐ บาท ทั้งนี้โดยท่านได้นำห้องชุดเลขที่ ๐๒๘๙ ตำบลบางแค อำเภอภาษีเจริญ จังหวัดกรุงเทพมหานคร มาจดทะเบียนจำนองไว้เป็นประกันกับธนาคาร ปรากฏว่าท่านผิดนัดไม่ชำระหนี้ นับถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ ท่านมีหนี้ทั้งหมดเป็นต้นเงิน ๒๑๔,๑๘๑.๑๒ บาท

ดอกเบี้ย ๘,๘๙๑.๔๔ บาท รวมเป็นเงิน ๒๒๓,๐๗๒.๕๖ บาท ธนาคารจึงขอเรียนมาเพื่อขอให้ท่านนำเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๓.๕ ต่อปี ของต้นเงิน ๒๑๔,๑๘๑.๑๒ บาท นับถัดจากวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕ จนถึงวันที่ชำระเสร็จไปชำระให้แก่ธนาคารและไถ่ถอนจำนองให้เสร็จสิ้นภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกกล่าวฉบับนี้ หากพ้นกำหนดดังกล่าวธนาคารจำเป็นต้องดำเนินคดีกับท่านตามกฎหมายต่อไป" เห็นว่าตามข้อความดังกล่าวมีความหมายโดยชัดแจ้งว่า โจทก์แจ้งให้จำเลยทั้งสองชำระหนี้และจัดการไถ่ถอนจำนองภายในเวลาที่กำหนดไว้ ถ้าจำเลยที่ ๑ ไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าว โจทก์ผู้รับจำนองจะฟ้องคดีต่อศาลเพื่อบังคับตามสัญญาจำนองต่อไป

เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยทำสัญญาจำนองทรัพย์สินรายอื่นเป็นประกันหนี้ต่อโจทก์อีก ทรัพย์ที่โจทก์จะบังคับจำนองย่อมหมายถึงห้องชุดเลขที่ ๑๘๑/๒๔๙ ตามสัญญาจำนอง หนังสือบอกกล่าวตามเอกสารหมาย จ. ๑๐ จึงเป็นคำบอกกล่าวบังคับจำนองที่ชอบด้วยกฎหมายตามมาตรา ๗๒๘ แห่ง ป.พ.พ. แล้ว การที่โจทก์ระบุหมายเลขห้องชุดเป็นห้องชุดเลขที่ ๐๒๘๙ น่าจะเป็นเพียงการพิมพ์หมายเลขคลาดเคลื่อนเท่านั้น หามีผลทำให้หนังสือบอกกล่าวบังคับจำนองไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่อย่างใดไม่ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำขอให้บังคับจำนองของโจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

อนึ่ง โจทก์คิดคำนวณดอกเบี้ยถึงวันฟ้องและมีคำขอให้จำเลยทั้งสองชำระดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จจึงเกินคำขอของโจทก์ ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน ๒๓๖,๔๗๓.๔๙ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๓.๕ ต่อปี ของต้นเงินจำนวน ๒๑๔,๑๘๑.๑๒ บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้หรือชำระหนี้ไม่ครบถ้วนให้ยึดห้องชุดเลขที่ ๑๘๑/๒๘๙ ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ ๖๔๑๘๔ ตำบลบางแค อำเภอภาษีเจริญ จังหวัดกรุงเทพมหานคร ออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้โจทก์ หากได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มนตรี ยอดปัญญา · สายันต์ สุรสมภพ · สุพัฒน์ บุญยุบล
ศาลล่าง
ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายจำรัส ศรีธวัชพงศ์ศาลอุทธรณ์ -
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3881/2568

หนี้ที่ถึงกำหนดชำระตาม ป.พ.พ. มาตรา 729/1 วรรคหนึ่ง หมายถึง หนี้ที่คู่สัญญาตกลงกำหนดเวลาที่ลูกหนี้ต้องชำระตามข้อตกลงในสัญญา และถึงกำหนดเวลาชำระหนี้แล้ว โดยมิต้องคำนึงว่าเจ้าหนี้จะสามารถใช้สิทธิเรียกร้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2710/2568

แม้สัญญาจำนองจะทำขึ้นก่อน พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 มีผลใช้บังคับ แต่การที่โจทก์ผู้รับจำนองประสงค์จะบังคับจำนองก็ต้องปฏิบัติตาม ป.พ.พ. มาตรา 728 วรรคหนึ่ง ท…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 181/2568

การที่เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 4 และผู้คัดค้านตามหมายบังคับคดี ถือเป็นเหตุผิดนัดผิดสัญญาตามสัญญากู้เงินและเป็นกรณีทรัพย์จำนองถูกเจ้าหนี้อื่นบังคับยึดไว้ ผู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5226/2567

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 728 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่าผู้รับจำนองต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังลูกหนี้ก่อนว่าให้ชำระหนี้ภายในเวลาอันสมควรซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ได้รับคำบอกกล่าวนั้นและในกรณีเป็นก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2737/2559

แม้การขายทอดตลาดทรัพย์จำนองจะเป็นการขายโดยวิธีปลอดจำนอง แต่การบังคับจำนองดังกล่าวไม่เป็นการทำให้หนี้ของจำเลยที่มีอยู่ต่อผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้และผู้รับจำนองระงับสิ้นไปตาม ป.พ.พ. มาตรา ๗๔๔ (๕) เนื่องจาก…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้