Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 812/2484

พ.ศ. 2484 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

พินัยกรรมที่ระบุให้ผู้จัดการมฤดกเอาทรัพย์มฤดกปฏิสังขรณ์วัดต่าง ๆ ที่ชำรุดทรุดโทรมนั้น ถือว่ามุ่งหมายให้ผู้จัดการมฤดกเป็นผู้ระบุวัดที่จะได้รับปฏิสังขรณ์ ข้อกำหนดเช่นนี้ไม่เป็นโมฆะ พินัยกรรมของผู้ตายสั่งให้ผู้จัดการมฤดกนำเงินเหลือ จากการปลงศพบำรุงการกุศลในพระพุทธศาสนา เมื่อผู้จัดการมฤดก ไม่ปฏิบัติการให้เป็นไปตามพินัยกรรม กรมธรรมการมีอำนาจฟ้องขอถอดถอนได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าผู้ตายได้ทำพินัยกรรมไว้ฉะบับหนึ่งกำหนดว่าเมื่อผู้ตายวายชนม์แล้วให้จำหน่ายทรัพย์มฤดกจัดการปลงศพเมื่อมีเงินเหลืออยู่เท่าใด ให้นำไปประกอบการกุศลต่าง ๆ ในพระพุทธศาสนา ทั้งสิ้น คือปฏิสังขรณ์วัดต่าง ๆ ที่ชำรุดทรุดโทรม และตั้งให้จำเลยผู้เป็นพี่สาวเป็นผู้จัดการมฤดก ครั้นเมื่อผู้ตายวายชนม์แล้วจำเลยเข้าจัดการทรัพย์มฤดกโดยตลอดแต่จำเลยเพิกเฉยเสียไม่จัดการไปตามหน้าที่ โจทก์จึงฟ้องขอให้ศาลถอนจำเลยจากหน้าที่ผู้ จัดการมฤดกและตั้งโจทก์เป็นผู้จัดการมฤดกต่อไป

จำเลยให้การตัดฟ้องว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง และพินัยกรรมเป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อตัดฟ้องของจำเลยก่อน และเห็นว่าการที่ผู้ตายทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินไว้โดยตรงเพื่อประโยชน์แห่งการศาสนาและสาธารณประโยชน์ดังนี้ ย่อมมีผลเป็นมูลนิธิตามประมวลกฎหมายแพ่ง ฯ มาตรา ๑๖๗๖ กอปร์ด้วยมาตรา ๘๑ ส่วนโจทก์ในคดีนี้มีกองศาสนาสมบัติซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับศาสนาสมบัติรวมอยู่ด้วย เมื่อผู้ตายยกทรัพย์ให้บำรุงศาสนสมบัติที่ชำรุดทรุดโทรม โจทก์ย่อมมีส่วนได้เสียและมีอำนาจฟ้องตามประมวลแพ่ง ฯ มาตรา ๘๔

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้มีส่วนได้เสียไม่มีอำนาจฟ้องและพนัยกรรมมิได้กำหนดแน่ว่าทำบุญแก่วัดใดจึงเป็นโมฆะ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์อ้างว่าผู้ตายทำพินัยกรรมสั่งให้จำเลยจำหน่ายทรัพย์มฤดกปฏิสังขรณ์วัดต่าง ๆ ในพระพุทธศาสนาที่ชำรุดทรุดโทรม ซึ่งอยู่ในความทะนุบำรุงของโจทก์ เมื่อจำเลยไม่จัดการให้เป็นไปตามพิ่นัยกรรม โจทก์ก็อยู่ในฐานะที่มีส่วนได้เสีย และมีอำนาจฟ้องขอให้ศาลสั่งถอนจำเลยจากผู้จัดการมฤดกได้ ตามประมวลแพ่ท ฯ มาตรา ๑๗๒๗ ส่วนข้อที่จำเลยคัดค้านว่าพินัยกรรมเป็นโมฆะนั้น จริงอยู่ที่มิได้กำหนดว่าวัดใดจะได้รับการปฏิสังขรณ์ แต่ในพินัยกรรมข้อ ๑(๓) กล่าวว่าให้ทำการกุศลฉะเพาะในพระพุทธศาสนา และข้อ ๓(๑) ตั้งให้จำเลยเป็นผู้จัดการให้เป็นไปตามข้อ ๑(๓) ดังนี้ย่อมแสดงว่าผู้ทำพินัยกรรมมุ่งหมายให้ผู้จัดการเป็นผู้กำหนดวัดหนึ่งวัดใดให้ได้รับการปฏิสังขรณ์ ข้อกำหนดในพินัยกรรมจึงไม่เป็นโมฆะ

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ทิพปัญญา อ. บุปผเวส · อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ · วิเศษ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้