Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8128/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ในขณะที่โจทก์ฟ้อง อ. อ. ได้ถึงแก่กรรม ไม่มีสภาพเป็นบุคคลตามกฎหมายแล้ว โจทก์จึงไม่อาจฟ้อง อ. เป็นจำเลยที่ 5 ได้ การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องให้จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นทายาทของจำเลยที่ 5มารับผิดแทนจำเลยที่ 5 ซึ่งโจทก์ไม่สามารถจะฟ้องร้องได้อยู่แล้วจึงไม่อาจกระทำได้เพราะมิใช่เป็นการแก้ไขคำฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179 โจทก์ชอบที่จะไปฟ้องจำเลยที่ 3 ในฐานะที่เป็นทายาทโดยธรรมของจำเลยที่ 5ได้ใหม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้เดิมโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าร่วมกันชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ย หากไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองที่เหลือติดจำนองอยู่จำนวน 3 แปลง ออกขายทอดตลาดชำระหนี้ให้แก่โจทก์จนครบถ้วนจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ยื่นคำให้การต่อสู้คดี จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ ต่อมาโจทก์ทราบจากจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ว่า จำเลยที่ 2ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดเลิกห้างไปแล้วภายหลังถูกฟ้องคดีนี้ ส่วนจำเลยที่ 5ถึงแก่กรรมไปเมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2538 ก่อนโจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้โจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2540 ขอแก้ไขคำฟ้อง โดยขอเพิ่มเติมข้อความในคำฟ้องว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

อนึ่ง เนื่องจากนายอารีย์ วีระพันธ์ ได้เสียชีวิตลงหลังจากวันที่ได้จำนองที่ดินไว้แก่โจทก์ และกรณีอยู่ระหว่างการแบ่งมรดกจำเลยที่ 3 ในฐานะทายาทโดยธรรมจะต้องชำระหนี้จำนองจากกองมรดกของผู้ตายด้วย" และยื่นคำร้องลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2540 อีกฉบับหนึ่งขอแก้ไขคำฟ้อง โดยขอเพิ่มเติมข้อความต่อท้ายคำฟ้องแผ่นสุดท้ายว่า "เนื่องจากหลังวันฟ้อง จำเลยที่ 2 ได้เลิกห้างหุ้นส่วนจำกัด โดยมีจำเลยที่ 3เป็นผู้ชำระบัญชีและจำเลยที่ 3 เสร็จการชำระบัญชีโดยไม่ชำระหนี้ของจำเลยที่ 2 แก่โจทก์ก่อนจำเลยที่ 3 จะต้องชำระหนี้ของจำเลยที่ 2 แก่โจทก์รวมทั้งนำทรัพย์ที่แบ่งปันแก่หุ้นส่วนทั้งหมดของจำเลยที่ 2 กลับคืนมาเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์ด้วย" และขอเพิ่มเติมคำขอท้ายฟ้องเป็นอีกข้อหนึ่งว่า"ขอให้จำเลยที่ 3 ในฐานะทายาทโดยธรรมของนายอารีย์

วีระพันธ์ ชำระหนี้แก่โจทก์ตามคำขอข้างต้นจากกองมรดกของนายอารีย์ วีระพันธุ์ และให้โจทก์ใช้สิทธิที่จะบังคับจำนองแก่ทรัพย์จำนองตามคำขอข้างต้นเอาแก่จำเลยที่ 3ในฐานะผู้รับโอนทรัพย์จำนอง กับให้จำเลยที่ 3 ในฐานะผู้ชำระบัญชีของจำเลยที่ 2 ชำระหนี้ของจำเลยที่ 2 แก่โจทก์ รวมทั้งนำทรัพย์ที่แบ่งปันแก่หุ้นส่วนทั้งหมดของจำเลยที่ 2 กลับคืนมาเพื่อชำระหนี้แก่โจทก์" ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2540 ว่า ตามที่โจทก์ยื่นคำร้องฉบับลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2540 ขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องนั้นปรากฏว่าจำเลยที่ 5 ถึงแก่กรรมก่อนที่โจทก์จะยื่นฟ้องโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 5 เพราะไม่มีสภาพเป็นบุคคลจึงให้จำหน่ายคดีโจทก์สำหรับจำเลยที่ 5 ออกจากสารบบความและโจทก์ไม่อาจขอแก้ไขคำฟ้องโดยให้จำเลยที่ 3 ในฐานะทายาทโดยธรรมรับผิดเพราะไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมยกคำร้อง

ค่าคำร้องเป็นพับ ส่วนที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดได้เลิกห้างไปหลังจากยื่นฟ้องแล้วเห็นว่า ตอนท้ายของคำร้องฉบับนี้มีการแก้ไขเกี่ยวพันถึงจำเลยที่ 5 ด้วยจึงให้โจทก์ไปจัดการแก้ไขเสียให้ถูกต้องเพื่อศาลจะได้มีคำสั่งต่อไปต่อมาวันที่ 31 ธันวาคม 2540 โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องฉบับใหม่เพิ่มเติมข้อความต่อจากคำฟ้องเดิมสรุปได้ความว่า เนื่องจากหนี้ของจำเลยที่ 1 มีนายอารีย์ วีระพันธุ์ จำนองที่ดิน น.ส.3 เลขที่ 1348/164พร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันในวงเงิน 70,000,000 บาท แต่หลังจากจำนองแล้วนายอารีย์ได้ถึงแก่กรรม (ขณะนี้อยู่ระหว่างแบ่งมรดก) และจำเลยที่ 3 ในฐานะบุตรทายาทโดยธรรมของผู้ตายได้รับโอนทรัพย์จำนองซึ่งเป็นมรดกของผู้ตายไป โจทก์จึงชอบที่จะบังคับจำนองที่ดินแปลงที่กล่าวนี้แก่จำเลยที่ 3 ได้

อนึ่งหลังจากวันฟ้อง จำเลยที่ 2 ได้เลิกห้างหุ้นส่วนจำกัดโดยมีจำเลยที่ 3 เป็นผู้ชำระบัญชีและจำเลยที่ 3 จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีโดยไม่ชำระหนี้ของจำเลยที่ 2 แก่โจทก์ก่อน จำเลยที่ 3จะต้องรับผิดต่อโจทก์และขอเพิ่มเติมคำขอท้ายฟ้องมาด้วย ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องของโจทก์ในรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 21 มกราคม 2541ว่า จำเลยที่ 5 ถึงแก่กรรมก่อนฟ้อง ศาลจำหน่ายคดีไปแล้วเพราะโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์จะขอแก้ไขฟ้องโดยให้จำเลยที่ 3 ในฐานะทายาทของจำเลยที่ 5 รับผิดแทนไม่ได้เพราะไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิม ส่วนจำเลยที่ 2เลิกห้างระหว่างพิจารณา โจทก์จะขอแก้ไขคำฟ้องโดยให้จำเลยที่ 3ในฐานะผู้ชำระบัญชีรับผิดแทนจำเลยที่ 2 ไม่ได้ เพราะไม่เกี่ยวกับฟ้องเดิมยกคำร้องโจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ศาลชั้นต้นรับคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องของโจทก์ฉบับลงวันที่ 31 ธันวาคม 2540 เฉพาะส่วนที่ขอให้จำเลยที่ 3 ในฐานะผู้ชำระบัญชีของจำเลยที่ 2 รับผิดชำระหนี้ของจำเลยที่ 2 ต่อโจทก์ตามข้อความในหน้าที่ 2 ย่อหน้าที่ 2 และคำขอท้ายฟ้องที่เพิ่มเป็นข้อ 5 ไว้แล้วดำเนินการต่อไป

นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์จะขอแก้ไขคำฟ้องให้จำเลยที่ 3 รับผิดในฐานะทายาทโดยธรรมของนายอารีย์ วีระพันธุ์ จำเลยที่ 5 ได้หรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่านายอารีย์ วีระพันธุ์ จำเลยที่ 5 ได้ถึงแก่กรรมก่อนที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ เห็นว่าในขณะที่โจทก์ฟ้องนายอารีย์นั้น นายอารีย์ได้ถึงแก่กรรม ไม่มีสภาพเป็นบุคคลตามกฎหมายแล้ว โจทก์จึงไม่อาจฟ้องนายอารีย์ เป็นจำเลยที่ 5 ได้การที่โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องให้จำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นทายาทของจำเลยที่ 5 มารับผิดแทนจำเลยที่ 5 ซึ่งโจทก์ไม่สามารถจะฟ้องร้องได้อยู่แล้วจึงไม่อาจกระทำได้เพราะมิใช่เป็นการแก้ไขคำฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179 โจทก์ชอบที่จะไปฟ้องร้องจำเลยที่ 3 ในฐานะที่เป็นทายาทโดยธรรมของจำเลยที่ 5 ได้ใหม่ ที่ศาลล่างทั้งสองไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องในประเด็นนี้โดยยกคำร้องในส่วนนี้จึงเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
มงคล ทับเที่ยง · สุรพล เจียมจูไร · วิศณุ เลื่อมสำราญ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4269/2565

แม้จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจะมิได้ยกปัญหาว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายขึ้นอ้างในคำให้การ แต่กรณีเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยและจำเลยร่วมทั้งสามจึงยกขึ้นฎีกาได้ตาม ป.ว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 746/2563

การที่โจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ที่ได้ยื่นไว้ต่อศาลชั้นต้นโดยขอลดจำนวนทุนทรัพย์จาก 3,000,000 บาท ลงเหลือ 300,000 บาท มิใช่เป็นการแก้ไขประเด็นในอุทธรณ์ ย่อมไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ การขอแก้ไขเพิ่มเติม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4795/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยว่า โจทก์เป็นผู้เช่าที่ดินราชพัสดุและเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างบนที่ราชพัสดุดังกล่าว โดยซื้อมาจาก จ. เดิมจำเลยเป็นผู้เช่าสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวจาก จ. แต่ จ. ได้ยกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3202/2559

แม้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่ได้ตั้งประเด็นข้อพิพาทว่าฟ้องแย้งของจำเลยเกี่ยวข้องกันกับฟ้องเดิมที่รวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้หรือไม่ไว้ด้วย แต่เมื่อโจทก์ได้ยื่นคำร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15722/2558

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำฟ้องของโจทก์ให้บริบูรณ์เพื่อแสดงและยืนยันตัวบุคคลว่าเป็นบุคคลคนเดียวกัน เมื่อ"นายสมเกียรติ" กับ "นายสมเกียรติ์" เป็นบุคคลคนเดียวกัน การขอแก้ไขเพิ่มเติมชื่อนายสมเกียรติ์เข้ามา จึงม…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้