Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8147/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

คดีนี้ ก. มาเบิกความเป็นพยานต่อศาลโดยตรงและได้เบิกความรับว่าได้ให้การไว้ในฐานะผู้กล่าวหาตามคำให้การเอกสารหมาย จ.16 จึงเป็นเรื่องที่ ก. เบิกความในเรื่องที่ตนประสบพบเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคดีนี้โดยตรง ส่วนถ้อยคำของ ก. ที่ให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนตามเอกสารหมาย จ.16 ก็เป็นถ้อยคำของ ก. เองมิใช่ถ้อยคำอันเป็นคำบอกเล่าของบุคคลอื่นที่นำมาเสนอต่อศาลเพื่อพิสูจน์ความจริงแห่งข้อความดังกล่าวแต่อย่างใด อันจะเป็นพยานบอกเล่าตามความหมายของ ป.วิ.อ. มาตรา 226/3

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 288

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบมาตรา 83 จำคุก 20 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสี่จำคุก 15 ปี

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้นางกุหลาบมาเบิกความเป็นพยานต่อศาลโดยตรงและได้เบิกความรับว่าได้ให้การไว้ในฐานะผู้กล่าวหาตามคำให้การเอกสารหมาย จ.16 จึงเป็นเรื่องที่นางกุหลาบเบิกความในเรื่องที่ตนประสบพบเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคดีนี้โดยตรง ส่วนถ้อยคำของนางกุหลาบที่ได้ให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนตามคำให้การเอกสารหมาย จ.16 ก็เป็นถ้อยคำของนางกุหลาบเองไม่ใช่ถ้อยคำอันเป็นคำบอกเล่าของบุคคลอื่นที่นำมาเสนอต่อศาลเพื่อพิสูจน์ความจริงแห่งข้อความดังกล่าวแต่อย่างใด อันจะเป็นพยานบอกเล่าตามความหมายของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226/3 อย่างไรก็ตามปัญหาที่จะต้องพิเคราะห์ก็คือเมื่อเกิดความแตกต่างกันในข้อเท็จจริงบางตอนของถ้อยคำที่พยานเบิกความต่อศาลกับที่พยานได้เคยให้การไว้ในชั้นสอบสวน

เห็นว่า การที่พยานเบิกความในชั้นศาลแตกต่างกับที่พยานเคยให้การไว้ในชั้นสอบสวนโดยพยานไม่ได้แสดงให้เห็นถึงเหตุผลให้รับฟัง ทั้งพยานไม่ได้โต้แย้งว่าบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนดังกล่าวพนักงานสอบสวนทำโดยไม่ชอบแต่อย่างใด จึงมีลักษณะเป็นการเบิกความบ่ายเบี่ยงเพื่อช่วยเหลือจำเลย ส่วนที่พยานได้ให้การไว้ในชั้นสอบสวนเกิดขึ้นไม่นานหลังเกิดเหตุยืนยันข้อเท็จจริงว่าจำเลยกับพวกร่วมกันทำร้ายผู้ตายโดยใช้ขวดสุราและมีดเป็นอาวุธทำร้ายผู้ตายจนถึงแก่ความตายแล้วหนีไป จึงน่าเชื่อว่าเป็นความจริงยิ่งกว่าที่พยานเบิกความในชั้นศาล นอกจากนั้นโจทก์ยังได้นำสืบคำให้การรับสารภาพของนายประยุทธในชั้นสอบสวนที่ซัดทอดจำเลยซึ่งเป็นผู้ต้องหาในคดีเดียวกันกับจำเลยโดยโจทก์ได้นำสืบพันตำรวจโทธีระ

เจ้าพนักงานตำรวจผู้สอบสวนนายประยุทธตามบันทึกคำให้การชั้นสอบสวน ในสำนวนคดีหมายเลขแดงที่ 1998/2550 ของศาลชั้นต้น เบิกความสนับสนุนว่า ชั้นสอบสวนนายประยุทธ ให้การรับสารภาพว่าวันเกิดเหตุผู้ตายได้ไปที่ห้องเช่าเกิดเหตุ เมื่อนายประยุทธเห็นผู้ตาย ได้หยิบมีดปลายแหลมแทงผู้ตาย 2 ถึง 3 ครั้ง ขณะแทง จำเลยได้ร่วมกับพวกจับตัวผู้ตายไว้ เมื่อผู้ตายถูกแทงล้มลงแล้ว จำเลยได้เข้ากระทืบซ้ำ หลังจากนั้นนายประยุทธและจำเลยกับพวกได้หลบหนีไป เช่นนี้แม้ว่าคำให้การชั้นสอบสวนของนายประยุทธตามบันทึกคำให้การชั้นสอบสวนดังกล่าวจะเป็นทั้งพยานบอกเล่าและเป็นพยานซัดทอดด้วย ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227/1 บัญญัติว่า ในการวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า

พยานซัดทอด ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มีพฤติการณ์พิเศษแห่งคดี หรือมีพยานหลักฐานประกอบอื่นมาสนับสนุน เห็นว่า คำให้การชั้นสอบสวนของนายประยุทธดังกล่าวเมื่อฟังประกอบคำเบิกความของนางกุหลาบที่ได้เคยให้การไว้ในชั้นสอบสวน ยืนยันว่าจำเลยร่วมกับพวกฆ่าผู้ตายซึ่งได้วินิจฉัยไว้ข้างต้นแล้วว่าเป็นความจริงยิ่งกว่าคำเบิกความของนางกุหลาบในชั้นพิจารณา พยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักมั่นคงฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำความผิดฐานร่วมกับพวกฆ่าผู้ตายตามที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษมา พยานหลักฐานโจทก์หาได้มีข้อพิรุธหรือมีน้ำหนักน้อยไม่พอฟังลงโทษจำเลยดังที่จำเลยอ้างมาในฎีกาแต่อย่างใด ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยและพิพากษาลงโทษจำเลยชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พรเพชร วิชิตชลชัย · วิรุฬห์ แสงเทียน · ปดารณี ลัดพลี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายอุทัย พิศวง
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางสมศรี หรูจิตตวิวัฒน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.6738/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ2529/2550
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ2909/2551
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้