คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ทั้ง ๒ สำนวน ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันฉ้อโกงโจทก์ ขอให้ลงโทษ
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลแขวงลำปางสืบพยานแล้วเห็นว่า จำเลยมีความผิด ควรลงโทษจำคุกคนละ ๑ ปี ๖ เดือน แต่เกินอำนาจศาลแขวงที่จะพิพากษา จึงทำความเห็นส่งสำนวนไปให้ศาลจังหวัดลำปางพิพากษา ศาลจังหวัดลำปางเห็นว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามฟ้องจึงพิพากษายกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ทั้งสองฎีกา จำเลยคัดค้านฎีกาของโจทก์ว่าไม่ควรรับไว้ เพราะ (๑) สำเนาฎีกาของผู้ว่าคดีที่จำเลยได้รับไม่มีผู้พิพากษาหรืออธิบดีกรมอัยการรับรอง (๒) ฎีกาของโจทก์ร่วมซึ่งมิใช่พนักงานอัยการนั้น ไม่มีผู้พิพากษารับรองให้ฎีกา แต่กลับมีคำรับรองของอธิบดีกรมอัยการ เป็นการไม่ชอบ
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อคัดค้านว่า (๑) ปรากฎว่าในฎีกาของผู้ว่าคดีมีผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาอนุญาตให้ฎีกาได้แล้ว เป็นการถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๑ การที่ในสำเนาฉบับที่จำเลยได้รับไม่มีข้อความดังกล่าว อาจเป็นเพียงเรื่องผิดพลาดในการส่งสำเนา ไม่เป็นเหตุถึงกับทำให้ฎีกาอันแท้จริงเสียไป (๒) อธิบดีกรมอัยการมีอำนาจรับรองฎีกาของโจทก์ร่วมได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๑ นอกจากนั้น
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงซึ่งฎีกา และพิพากษายืน