Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8183/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สำเนาสัญญาจัดหางานเพื่อให้คนหางานไปทำงานในต่างประเทศ เอกสารท้ายฟ้องซึ่งโจทก์รับรองสำเนาถูกต้อง อันเป็นส่วนหนึ่งของฟ้อง เมื่อจำเลยมิได้ให้การปฎิเสธ ว่าเป็นเอกสารไม่ถูกต้องกับเอกสารต้นฉบับอย่างไร จึงถือว่าจำเลยรับว่าข้อความในเอกสารดังกล่าวเป็นอยู่จริงตามนั้น ย. กรรมการจำเลยผู้มีอำนาจลงชื่อและประทับตราสำคัญของจำเลยผูกพันจำเลยได้ลงชื่อในสัญญาจัดหางานกับโจทก์โดยเป็นการดำเนินการแทนบริษัท จ. เพื่อส่งโจทก์ไปทำงานกับบริษัท จ. ที่ไต้หวัน ต่อมาโจทก์ได้ไปทำงานโดยทำสัญญาจ้างแรงงานกับบริษัท จ. แล้ว ถือได้ว่าจำเลยเป็นตัวแทนของบริษัท จ. ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ เมื่อการกระทำของจำเลยเข้าลักษณะเป็นตัวแทนทำสัญญากับโจทก์แทนตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาในต่างประเทศ จำเลยจึงต้องรับผิดตามสัญญานั้นแต่ลำพังตนเอง แม้ทั้งชื่อตัวการจะได้เปิดเผยแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824การที่บริษัท จ. ยอมให้โจทก์กลับประเทศไทยโดยไม่จัดหาตั๋วเครื่องบินขากลับให้แก่โจทก์ตามสัญญา แต่กลับหักค่าตั๋วเครื่องบินจากค่าจ้างโจทก์ไว้โดยไม่มีสิทธิจำเลยในฐานะตัวแทนของนายจ้างดังกล่าวจึงต้องรับผิดคืนเงินค่าจ้างที่หักไว้แก่โจทก์จำเลยจะอ้าง พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2528 มาตรา 39(1) มายกเว้นความรับผิดหาได้ไม่

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.พ.พ. มาตรา 575 ป.พ.พ. มาตรา 824 ป.วิ.พ. มาตรา 84 ป.วิ.พ. มาตรา 172 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 พ.ร.บ.จัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2528 มาตรา 39 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน มาตรา 2

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสี่สำนวนนี้ศาลแรงงานกลางให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันโดยให้เรียกโจทก์ตามลำดับสำนวนว่า โจทก์ที่ 1ถึงโจทก์ที่ 4โจทก์ทั้งสี่สำนวนฟ้องว่า เมื่อปลายปี 2538 จำเลยในฐานะตัวแทนบริษัทจีน จำกัด (เหม่ยฉี) นายจ้างตัวการซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ไต้หวัน ได้ทำสัญญาจัดหางานเพื่อส่งคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ และทำสัญญาว่าจ้างโจทก์ทั้งสี่ไปทำงานที่ไต้หวัน ตามตำแหน่งและอัตราค่าจ้างในฟ้องของโจทก์แต่ละสำนวนโดยจำเลยตกลงว่าจะออกค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับให้โจทก์ทั้งสี่ ต่อมาบริษัทจีน จำกัด (เหม่ยฉี)ได้ให้โจทก์ทั้งสี่เดินทางกลับก่อนครบกำหนดในสัญญาจ้างโดยโจทก์ทั้งสี่มิได้กระทำผิดสัญญา และบริษัทจีน จำกัด(เหม่ยฉี) ได้หักเงินค่าจ้างของโจทก์เพื่อนำไปซื้อตั๋วเครื่องบินขากลับให้โจทก์จำนวน 6,000 เหรียญไต้หวันคิดเป็นเงินไทยจำนวน 5,490 บาท

อันเป็นการผิดสัญญาจ้างข้อ 1 ท้ายฟ้อง จำเลยในฐานะตัวแทนสัญญาว่าจ้างแทนบริษัทจีน จำกัด (เหม่ยฉี) นายจ้างซึ่งเป็นตัวการต่างประเทศและมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ ถือได้ว่าจำเลยเป็นนายจ้างของโจทก์ทั้งสี่ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานด้วย จึงต้องรับผิดในเงินค่าจ้างซึ่งถูกหักไปโจทก์ทั้งสี่ทวงถามแล้ว จำเลยเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างซึ่งถูกหักไว้เป็นค่าตั๋วเครื่องบินแก่โจทก์ทั้งสี่จำนวนคนละ 5,490 บาทจำเลยทั้งสี่สำนวนให้การว่า จำเลยไม่ใช่ตัวแทนของนายจ้างต่างประเทศของโจทก์ทั้งสี่ แต่เป็นเพียงบริษัทจัดหางานที่ดำเนินการจัดส่งโจทก์ทั้งสี่ไปทำงานให้บริษัทนายจ้างที่ไต้หวัน และจำเลยจะต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับให้โจทก์ทั้งสี่กับพวกต่อเมื่อโจทก์ทั้งสี่เดินทางไปต่างประเทศแล้วไม่ได้งานทำตามที่ตกลงกันไว้ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน

พ.ศ. 2528มาตรา 39(1) เมื่อโจทก์ทั้งสี่ทำสัญญากับนายจ้างโดยสัญญาจ้างข้อ 4.4 กำหนดว่านายจ้างมีหน้าที่จัดหาตั๋วเครื่องบินเดินทางจากประเทศไทยไปไต้หวันและตั๋วเครื่องบินขากลับสู่ประเทศไทยให้แก่ลูกจ้าง จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางให้จำเลยจ่ายเงินให้โจทก์ทั้งสี่คนละ5,490 บาทจำเลยทั้งสี่สำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าการที่บริษัทจำเลยลงชื่อและประทับตราในสำเนาสัญญาจ้างงานของนายจ้างเป็นเพียงการปฎิบัติตามระเบียบข้อบังคับของกรมการจัดหางานเท่านั้น ส่วนฐานะของจำเลยยังเป็นตัวแทนของบริษัทนายจ้างเพื่อให้มีอำนาจเพียงเป็นผู้จัดหาคนหางานให้นายจ้างเท่านั้น หาใช่ทำให้ฐานะของจำเลยกลายเป็นตัวแทนโดยทั่วไปที่จะต้องรับผิดตามสัญญาดังกล่าวตามลำพังแม้ชื่อของตัวการจะเปิดเผยแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 824 ไม่ เห็นว่า ตามสำเนาสัญญาจัดหางานเพื่อให้คนหางานไปทำงานในต่างประเทศ เอกสารท้ายฟ้องของโจทก์ทั้งสี่ซึ่งโจทก์ทั้งสี่รับรองสำเนาถูกต้อง อันเป็นส่วนหนึ่งของฟ้อง จำเลยมิได้ให้การปฎิเสธว่าเป็นเอกสารไม่ถูกต้องกับเอกสารต้นฉบับอย่างไร จึงถือว่าจำเลยรับว่าข้อความในเอกสารดังกล่าวเป็นอยู่จริงตามนั้น

นอกจากนี้โจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 4ก็ยังได้นำส่งสัญญาจัดหางานซึ่งเป็นต้นฉบับตามสัญญาเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 พร้อมสำเนาสัญญาจ้างแรงงาน (เป็นภาษาจีนซึ่งแปลเป็นภาษาไทย) ประกอบการพิจารณาด้วย และตามต้นฉบับสัญญาจัดหางานกับสำเนาสัญญาจัดหางาน เอกสารท้ายฟ้องมีข้อความสาระสำคัญทำนองเดียวกันว่า สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นระหว่างบริษัทจัดหางานอุดรปัญญารัตน์จำกัด เรียกว่าผู้รับอนุญาตจัดหางาน กับโจทก์ทั้งสี่เรียกว่า คนหางาน ทั้งสองฝ่ายตกลงให้จำเลยจัดหางานแก่โจทก์ทั้งสี่เพื่อไปทำงานกับนายจ้างชื่อบริษัทจีน จำกัด (เหม่ยฉี) ที่ไต้หวันในตำแหน่งคนงานอุตสาหกรรมการผลิต ผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์โดยได้รับค่าจ้างในอัตรา 14,880 เหรียญไต้หวันต่อเดือน (ต่อคน)

ค่าอาหารนายจ้างจัดหาให้โดยไม่คิดมูลค่า ค่าล่วงเวลาตามกฎหมายแรงงานประเทศดังกล่าว และค่าโดยสารเครื่องบินไปกลับ การทำสัญญานี้จำเลยมีนางยศธร หงษาคำ ลงชื่อในฐานะผู้รับอนุญาตจัดหางานและประทับตราบริษัทจำเลยเป็นสำคัญ ส่วนโจทก์ทั้งสี่ลงชื่อในสัญญาในฐานะคนหางาน และจำเลยแถลงรับตามรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 19 พฤศจิกายน 2539 ว่า ในการจัดหางานดังกล่าว โจทก์ทั้งสี่ได้ทำสัญญาจัดหางานกับจำเลยเพื่อให้ไปทำงานในต่างประเทศโดยจำเลยจะรับผิดชอบช่วยเหลือคนหางานตามหน้าที่ตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 ตามเอกสารหมาย จ.1 กับ จ.2 และโจทก์ทั้งสี่ได้ไปทำสัญญาจ้างแรงงานกับบริษัทจีน จำกัด(เหม่ยฉี) ที่ไต้หวันแล้ว

ต่อมาโจทก์ทั้งสี่เดินทางกลับประเทศไทยโดยนายจ้างดังกล่าวมิได้จ่ายค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับ แต่หักค่าจ้างโจทก์ทั้งสี่ไว้เป็นค่าตั๋วเครื่องบินคนละ 5,490 บาท เช่นนี้ เมื่อปรากฎในสัญญาดังกล่าวว่า นางยศธร หงษาคำ กรรมการจำเลยผู้มีอำนาจลงชื่อและประทับตราสำคัญของจำเลยผูกพันจำเลยได้ลงชื่อในสัญญาจัดหางานกับโจทก์ทั้งสี่ โดยเป็นการดำเนินการแทนบริษัทจีนจำกัด (เหม่ยฉี) เพื่อส่งโจทก์ทั้งสี่ไปทำงานกับบริษัทจีนจำกัด (เหม่ยฉี) ที่ไต้หวัน ซึ่งต่อมาโจทก์ทั้งสี่ได้ไปทำงานโดยทำสัญญาจ้างแรงงานกับบริษัทจีน จำกัด (เหม่ยฉี)แล้ว ถือได้ว่าจำเลยเป็นตัวแทนของบริษัทจีน จำกัด (เหม่ยฉี)ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ต่างประเทศ การกระทำของจำเลยเข้าลักษณะเป็นตัวแทนทำสัญญากับโจทก์ทั้งสี่แทนตัวการซึ่งอยู่ต่างประเทศและมีภูมิลำเนาในต่างประเทศ

จำเลยจะต้องรับผิดตามสัญญานั้นแต่ลำพังตนเอง แม้ทั้งชื่อตัวการจะได้เปิดเผยแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 824 ดังนั้น เมื่อบริษัทจีน จำกัด (เหม่ยฉี) ที่ไต้หวันยอมให้โจทก์ทั้งสี่กลับประเทศไทย โดยไม่จัดหาตั๋วเครื่องบินขากลับให้แก่โจทก์ทั้งสี่ตามสัญญา ข้อ 4.4 แต่กลับหักค่าตั๋วเครื่องบินจากค่าจ้างโจทก์ทั้งสี่คนละ 5,490 บาท ไว้โดยไม่มีสิทธิจำเลยในฐานะตัวแทนของนายจ้างดังกล่าวจึงต้องรับผิดคืนเงินค่าจ้างที่หักไว้แก่โจทก์ทั้งสี่คนละ 5,490 บาท จำเลยจะอ้างพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528มาตรา 39(1) มายกเว้นความรับผิดหาได้ไม่ เพราะข้อเท็จจริงในคดีนี้ไม่ต้องด้วยบทกฎหมายดังกล่าวที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินกลับให้โจทก์ทั้งสี่จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายเงินค่าจ้างที่หักไว้แก่โจทก์ทั้งสี่คนละ 5,490 บาท

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมมาตร พรหมานุกูล · วิรัตน์ ลัทธิวงศกร · จุมพล ณ สงขลา
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5880/2540

จำเลยที่ 10 และที่ 11 มิได้เป็นนายจ้างของโจทก์มิได้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 10 และที่ 11 ให้รับผิดในส่วนนี้เกี่ยวกับการเลิกจ้าง ตาม พ.ร.ฎ.ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การเห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3974/2545

พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 49 ให้ศาลแรงงานมีอำนาจพิพากษาให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานหรือชดใช้ค่าเสียหายตามที่กฎหมายให้อำนาจไว้เท่านั้น จะพิพากษาให้นายจ้าง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7767/2543

โจทก์และจำเลยต่างเป็นเอกชนที่ตกลงทำสัญญาจ้างกัน โดยจำเลยตกลงจ้างโจทก์ทำงานเป็นครู และให้ค่าจ้างเป็นรายเดือนตลอดเวลาที่ทำงานให้จำเลย สัญญาจ้างเป็นครูดังกล่าวจึงเป็นการจ้างแรงงานตามประมวลกฎหมายแพ่งและพา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4800/2541

ตามคำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายว่า จำเลยทั้งสองได้จ้างโจทก์ทำงานเป็นลูกจ้างสร้างสถานีอนามัยและบ้านพักสถานีอนามัย โดยได้ระบุวันที่อ้างว่าจำเลยจ้างโจทก์ และระบุประเภท ตำแหน่ง อัตราค่าจ้าง กำหนดวันจ่ายค่าจ้าง…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4618/2541

โจทก์ฟ้องเรียกค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดและค่าพัสดุอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเลยเบิกไปใช้งานแล้วไม่นำไปใช้หรือใช้ไม่หมด แต่ไม่นำมาคืน ตามที่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของโจทก์สรุปความเห็นไว้ จำเลยให้การปฏิเสธว่า จำเล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้