Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2503 (เลขอ้างอิง 81877)

พ.ศ. 2503 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

อสังหาริมทรัพย์อาจตกอยู่ในภาระจำยอม ก็เพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์อื่นเท่านั้น จะอ้างว่าใช้ที่ดินนั้นเพื่อประโยชน์แก่การค้าน้ำแข็งหาได้ไม่ ผู้ที่ต้องยอมรับภารจำยอมคือ เจ้าของทรัพย์ จำเลยเป็นเพียงผู้เช่าที่ดินของวัด จำเลยย่อมไม่มีหน้าที่จะ ยกวัดเข้ามาเป็นจำเลย โจทก์ฟ้องอ้างภาระจำยอม โดยกล่าวว่า โจทก์ได้ใช้ที่ดินนั้นเข้าออกเพื่อประโยชน์อื่น เช่นนี้ เป็นการฟ้องเคลือบคลุม ไม่แจ้งชัดว่าประโยชน์ใด โจทก์จะนำสืบมิได้ เพราะไม่แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 172 วรรค 2 ประเด็นในคดีเป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยของโจทก์ภายหลังการกั้นรั้วของจำเลยหรือเพราะเหตุที่กั้นรั้วนั้น ว่าโจทก์ยังสุขสบายตามสมควรหรือไม่ เช่นนี้ ศาลไม่จำเป็นต้องสืบพยานถึงความสุขสบายของโจทก์ ตั้งแต่ครั้งที่จำเลยยังไม่กั้นรั้วและศาลยังไม่ไปเดินเผชิญสืบ

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ทั้ง ๓ สำนวน ฟ้องขอให้จำเลยเปิดรั้วและเรียกค่าเสียหาย โดยอ้างว่า จำเลยได้กั้นรั้วในที่ ๆ โจทก์ใช้เป็นท่าเรือสพานปลา ทำให้โจทก์ขาดรายได้ที่เคยได้จากการนั้น การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดสิทธิ์ในภารจำยอม และทำให้โจทก์ไม่ได้รับแสงสว่างและทางลม ต้องเสื่อมเสียสุขภาพอนามัย จำเลยทุกสำนวนต่อสู้อย่างเดียวกันว่า จำเลยที่ ๑ เป็นผู้เช่าที่ดินบริเวณสพานปลานี้จากกรมการศาสนาอันเป็นที่ธรณีสงฆ์ ส่วนที่ดินของโจทก์ที่อยู่ติดต่อกันนั้น มีตรอกเดินออกถนนและทางสาธารณะไปสู่ตลาดสดกับท่าสพานปลาได้ถึง ๔ ด้าน จำเลยมิได้ปล่อยให้บุคคลใดเข้ามาใช้บริเวณสพานปลาของจำเลยโดยพละการ จำเลยที่ ๒ ได้ประกาศประกวดราคาผูกขาดการขายน้ำแข็งในบริเวณสพานปลาและแจ้งให้โจทก์กับพวกทราบด้วยว่า

ถ้าโจทก์กับพวกประมูลไม่ได้ จำเลยก็จะกั้นรั้วระหว่างที่ดินของโจทก์กับสพานปลาเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ที่ประมูลได้ โจทก์ทราบแล้วมิได้ทักท้วงโต้แย้งผลที่สุดนายวิรัชประมูลได้ จำเลยจึงทำรั้วขึ้นตามที่ตกลงไว้กับนายวิรัช มิได้เจตนาจะแกล้งหรือละเมิดต่อโจทก์ รั้วนั้นมิได้กั้นแสงสว่างทางลมอย่างใด โจทก์ไม่เสียหายและตัดฟ้องว่า บริเวณสพานปลาเป็นที่ธรณีสงฆ์ ไม่อาจตกอยู่ในภาระจำยอม สิทธิครอบครองหรือสิทธิอื่นใดทั้งสิ้น คู่ความแถลงรับกันในรายงานพิจารณาบางประการและศาลชั้นต้นเดินเผชิญสืบตรวจดูสภาพที่พิพาทแล้วสั่งงดสืบพยาน และเห็นว่า

คดีทั้งสามสำนวนนี้มีประเด็น ๒ ข้อ คือ (๑) โจทก์ได้ภารจำยอมเหนือสพานท่าปลาซึ่งเป็นของวัดโพธิ์งามหรือไม่ และ (๒) การที่จำเลยสร้างรั่วปิดกั้นเช่นนี้ จะเป็นการละเมิดต่อโจทก์หรือไม่ ผลที่สุดศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่ได้ภารจำยอม และการกระทำของจำเลยไม่เป็นการละเมิด พิพากษายกฟ้องโจทก์ทุกสำนวน ซึ่งศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืน ข้อวินิจฉัยของศาลฎีกามีว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ได้ใช้ที่ดินสพานปลามากกว่า ๔๐ ปี เพื่อประโยชน์ค้าน้ำแข็ง และใช้เข้าออกสำหรับประโยชน์อื่นด้วย เจ้าของที่ดินสพานปลาจึงต้องยอมรับกรรมตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๓๘๗ นั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า อสังหาริมทรัพย์อาจต้องตกอยู่ในภารจำยอมอันเป็นเหตุให้เจ้าของต้องยอมรับกรรมบางอย่างซึ่งกระทบถึงทรัพย์สินของคน ก็เพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์อื่นเท่านั้น เมื่อเช่นนี้ โจทก์จึงอ้างเอาการค้าขายหรือค้าน้ำแข็งมาใช้ในกรณีนี้มิได้ ส่วนข้อที่ว่า ใช้เข้าออกเพื่อระโยชน์อื่น

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องของโจทก์กล่าวถึงประโยชน์อื่นไว้ในลักษณะเคลือบคลุมไม่แจ้งชัดว่า ประโยชน์ใด โจทก์จะนำสืบมิได้ เพราะไม่แสดงชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๑๗๒ วรรค ๒

ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้ที่จะต้องรับภารจำยอม คือ เจ้าของทรัพย์ แต่จำเลยเป็นเพียงผู้เช่าเท่านั้น และเมื่อปรากฏว่าวัดเป็นเจ้าของที่ดินแน่นอนเช่นนี้ จำเลยผู้เช่าก็ไม่มีหน้าที่ที่จะเรียกวัดเข้ามาเป็นจำเลย ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่าที่ธรณีสงฆ์จะตกอยู่ในภารจำยอมได้หรือไม่ เรื่องแสงสว่างทางลม ศาลชั้นต้นได้บันทึกไว้แล้ว ศาลไม่จำเป็นต้องสืบพยาน ถึงความสุขสบายของโจทก์ตั้งแต่ครั้งที่จำเลยยังไม่ได้กั้นรั้วและศาลยังไม่ไปเดินเผชิญสืบเพราะประเด็นที่ได้โต้เถียงกันในคดีนี้ เกี่ยวกับสุขภาพอนามัยของโจทก์ภายหลังการกั้นรั้วของจำเลยหรือเพราะเหตุที่กั้นรั้วนั้น ว่าโจทก์ยังสุขสบายตามสมควรหรือไม่

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทธิวาทนฤพุฒิ · สัญญา ธรรมศักดิ์ · พิบูลย์ไอศวรรย์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายบัญญัติ สุชีวะ
ศาลอุทธรณ์ - หลวงสิริศาสตร์ประสิทธิ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1293/2540

จำเลยร่วมที่ 2 ได้ทำหนังสือร้องเรียนต่อนายอำเภอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของโจทก์ เจ้าพนักงานที่ดินได้เรียกโจทก์ไปสอบปากคำไว้โดยโจทก์ให้ถ้อยคำว่า โจทก์ขอรับรองว่าได้ออกหนังสือรับรองการทำประโ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2503 (เลขอ้างอิง 47826)

อสังหาริมทรัพย์อาจตกอยู่ในภารจำยอมก็เพื่อประโยชน์แก่อสังหาริมทรัพย์อื่นเท่านั้น จะอ้างว่าใช้ที่ดินนั้นเพื่อประโยชน์แก่การค้าน้ำแข็งหาได้ไม่ ผู้ที่ต้องยอมรับภารจำยอม คือ เจ้าของทรัพย์ จำเลยเป็นเพียงผู้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3001/2568

การที่โจทก์อยู่ในที่ดินพิพาทเป็นเวลา 3 ปี โดยอาศัยสิทธิคำพิพากษาตามยอมและข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความจนสิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2564 แล้วโจทก์ทำสัญญาเช่าฉบับใหม่กับผู้ร้องสอดทั้งสองซึ่งเป็นผู…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1460/2567

คำร้องขอให้เรียกบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นจำเลยร่วมเพื่อการใช้สิทธิไล่เบี้ยหรือเพื่อใช้ค่าทดแทน หากตนเองต้องแพ้คดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 57 (3) นั้น ไม่ใช่คำฟ้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 1 (3) เพราะเป็นแต่คำร้องให้เรีย…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2566

แม้คดีนี้ศาลจะมีคำสั่งให้ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์จนกระทั่งมีการจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงสิทธิให้ผู้ร้องมีชื่อในโฉนดที่ดินพิพาทแล้วโดยไม่มีการออกหมายบังคับคดีเพื่อบังคับคดีแก่ล…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้