Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 821/2466

พ.ศ. 2466 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

สัญญา สินจ้างฝ่ายเดียว ผิดรัฐประสาสโนบาย

คำฟ้องและคำให้การ

โจทย์ฟ้องว่า โจทย์ให้นายมาลัยเปนผู้รับซื้อที่นา ตำบลดอนไผ่ จังหวัดราชบุรีของโจทย์ ซึ่งศาลมณฑลราชบุรียึดไว้ขายทอดตลาด โดยมีสัญญาว่า ถ้าขาดเงินอยู่เท่าใดให้นายมาลัยออกไปก่อน แลเมื่อรับซื้อไว้ได้แล้วให้ขายต่อไป เอาเงินที่ขายได้ใช้เงินที่นายมาลัยได้ออกไป เหลือเท่าไรให้หักเงินที่หลวงวรากร ฯ บุตร์โจทย์กับนางทองดีแพ้ความเปนณี่นายมาลัยอยู่นั้น ถ้ามีเงินเหลืออีกให้คืนให้โจทย์ บัดนี้นายมาลัยขายนาหมดได้เงิน ๓๔๖๓๕ บาท ๘ สตางค์ หักเงินที่นายมาลัยออกไปกับเงินที่หลวงวรากรฯ นางทองดีเปนณี่นายมาลัยอยู่ ๖๖๘๖ บาทออกแล้ว คงมีเงินเหลืออยู่อีก ๑๕๑๔๒ บาท ๘ สตางค์ นายมาลัยยังหาได้คืนให้โจทย์ไม่ ต่อมานายมาลัยตาย จำเลยเปนผู้จัดการมรฎกของนายมาลัยไม่ยอมใช้เงินรายนี้ให้โจทย์ โจทย์จึงขอให้ศาลบังคับจำเลยให้ใช้เงิน ๑๕๑๔๒ บาท ๘ สตางค์ กับดอกเบี้ยอีก ๓๓๐๖ บาท ๑๘ สตางค์ให้แก่โจทย์ กับดอกเบี้ยอีกต่อ ๆ ไปจนกว่าจะใช้เงินเสร็จ ๆ

จำเลยให้การว่า นายมาลัยไม่ได้เกี่ยวข้องทำสัญญาให้โจทย์ แลถึงแม้ว่าจะทำให้โจทย์จริง สัญญานั้นก็มีสินจ้างฝ่ายเดียว โจทย์จะฟ้องร้องไม่ได้ ฯ สัญญาที่เปนปัญหาโต้เถียงกันระหว่างโจทย์จำเลยมีดังนี้ คือ - "วันที่ ๑๘ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๘ ส่วนนายมาลัยเปนผู้รับซื้อจากศาลขายทอดตลาดที่ดินรายนี้ได้ออกเงินไปกับค่าความหลวง วรากรราชกิจ ทองดีภรรยา แพ้คดีที่ ๒๓๗/๒๔๕๗ รวมเปนเงิน......บาท เมื่อขายที่ดินได้เงินครบจำนวนที่กล่าวแล้วนี้ คดีเปนอันเลิกแล้วกัน แลยอมคืนที่ดินที่เหลืออยู่ให้ข้าพเจ้านายเกาะทั้งหมด ไม่เกี่ยวข้องอีกต่อไป ทั้ง ๒ ฝ่ายได้เซ็นชื่อให้ไว้ต่อหน้าพยานเปนสำคัญ " (ลงนาม) นายมาลัย แลนายเกาะได้ลงชื่อไว้ในตอนท้ายด้วยดังนี้

"นายเกาะพยานผู้เขียนด้วย" ฎีกาตัดสินว่า สัญญาฉบับนี้แม้จะมีชื่อนายมาลัยกับโจทย์ด้วยกันก็ดี ข้อความตามหนังสือนั้นก็เลื่อนลอย เช่น ไม่มีจำนวนเงินเปนต้น แม้ว่าจะฟังหนังสือฉบับนี้ว่าเปน สัญญาก็เปนสัญญาที่มีสินจ้างฝ่ายเดียว นอกจากนี้ตามข้อความซึ่งโจทย์อ้างว่า ได้ตกลงกับนายมาลัยโดยตนเองไม่ออกหน้า ให้นายมาลัยเปนผู้ไปรับซื้อที่ดินของตนซึ่งถูกยึดเพื่อเอาไปขายหากำไรอีกต่อหนึ่ง โดยไม่รำพึงถึงประโยชน์ของเจ้าณี่ตนผู้ชนะความ ถ้าจะว่าเปนสัญญาก็เปนสัญญาอยู่ในจำพวกที่ฝ่าฝืนต่อรัฐประสาสโนบาย ไม่ควรได้รับความอุดหนุนของศาลยุติธรรม. จึงให้ยกฟ้องโจทย์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
กฤติ · พิจารณา · หริศ
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้