Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8235/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่โจทก์มีคำขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกัน แจ้งต่อนายทะเบียนให้จดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์เข้าเป็นหุ้นส่วนของห้างจำเลยที่ 1 ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกัน ส่งมอบกิจการและทรัพย์สินของห้างจำเลยที่ 1 ตามสัญญาให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยเท่ากับเป็นการใช้สิทธิเลิกสัญญาเพื่อให้คู่สัญญาแต่ละฝ่ายได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมตาม ป.พ.พ. มาตรา 391 วรรคหนึ่ง การที่โจทก์ ห. อ. ย. ป. และ จ. เป็นคู่สัญญาฝ่ายเดียวกันตกลงทำสัญญายินยอมให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเข้าเป็นผู้บริหารกิจการห้างจำเลยที่ 1 อันเป็นการทำสัญญาโดยบุคคลหลายคนด้วยกันอยู่ข้างหนึ่งหรืออีกข้างหนึ่ง โจทก์จะบอกเลิกสัญญาได้ต้องอยู่ในบังคับของ ป.พ.พ. มาตรา 390 คือ ต้องใช้สิทธิเลิกสัญญาโดยบุคคลฝ่ายเดียวกันทั้งหมดรวมกันใช้ โจทก์เพียงคนเดียวในฐานะส่วนตัวไม่อาจใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาโดยลำพังได้ แม้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือกระทำการไม่ให้ผลของสัญญาบรรลุผลตามความประสงค์ของคู่สัญญาเป็นการเอารัดเอาเปรียบคู่สัญญาอีกฝ่าย ก็เป็นเรื่องที่โจทก์อาจใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากการปฏิบัติผิดสัญญาหรือขอให้ศาลบังคับคู่สัญญาให้ปฏิบัติตามสัญญา โจทก์ไม่อาจใช้สิทธิมาฟ้องขอให้เลิกสัญญาโดยขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายข้างต้นได้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันแจ้งต่อนายทะเบียนให้จดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์เข้าเป็นหุ้นส่วนของห้างจำเลยที่ 1 ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันส่งมอบกิจการและทรัพย์สินของห้างจำเลยที่ 1 ตามสัญญาฉบับลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2545 ให้แก่โจทก์ในสภาพที่เรียบร้อย

จำเลยทั้งสี่ให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า ห้างจำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วนจำกัด มีนายห้อง นางอุบล นางสาวเยาวนุช นายวิทยากร นางประทุม นางจิรามล และจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เป็นหุ้นส่วน ต่อมานายวิทยากรลาออกจากการเป็นหุ้นส่วนของห้างจำเลยที่ 1 แล้วโอนหุ้นให้แก่โจทก์ โจทก์ นายห้อง นางฉลอง นางอุบล นางสาวเยาวนุช นางประทุม และนางจิรามล ฝ่ายหนึ่ง กับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 อีกฝ่ายหนึ่ง ทำสัญญายินยอมให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 เข้าไปเป็นผู้บริหารกิจการห้างจำเลยที่ 1 โดยมีข้อตกลงว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จะต้องผ่อนชำระหนี้ของห้างจำเลยที่ 1 ให้แก่ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน)

สาขาสงขลา ไม่น้อยกว่าเดือนละ 150,000 บาท จนกว่าจะชำระหนี้ครบถ้วน โดยจะต้องรายงานให้โจทก์กับพวกที่เป็นคู่สัญญาทราบทุก 6 เดือน แล้วยังต้องทบทวนจำนวนเงินที่ต้องผ่อนชำระให้แก่ธนาคารดังกล่าวทุก 5 ปี และชี้แจงในเชิงหารือโจทก์กับพวกที่เป็นคู่สัญญาทุกปีจนกว่าจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จะชำระหนี้ครบถ้วนโดยให้โจทก์กับพวกที่เป็นหุ้นส่วนของห้างจำเลยที่ 1 ลาออกจากการเป็นหุ้นส่วนของห้างจำเลยที่ 1 ต่อมาจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 จดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อผู้เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการจากนายห้อง นางอุบล และนางสาวเยาวนุช มาเป็นจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 แล้วคัดชื่อโจทก์กับพวกออกจากการเป็นหุ้นส่วนของห้างจำเลยที่ 1 โจทก์กับพวกที่เป็นคู่สัญญาได้รับเงินค่าตอบแทนคนละ 6,000 บาท

ต่อเดือน จากจำเลยทั้งสี่ตลอดมา ห้างจำเลยที่ 1 ยังมีหนี้ค้างชำระอยู่กับธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาสงขลา เป็นเงินประมาณ 8,000,000 บาท มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 หรือไม่ เห็นว่า การที่โจทก์มีคำขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันแจ้งต่อนายทะเบียนให้จดทะเบียนใส่ชื่อโจทก์เข้าเป็นหุ้นส่วนของห้างจำเลยที่ 1 ให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันส่งมอบกิจการและทรัพย์สินของห้างจำเลยที่ 1 ตามสัญญาฉบับลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2545 ให้แก่โจทก์ในสภาพที่เรียบร้อยเท่ากับเป็นการใช้สิทธิเลิกสัญญาเพื่อให้คู่สัญญาแต่ละฝ่ายได้กลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 วรรคหนึ่ง

เมื่อข้อเท็จจริงเป็นยุติว่า โจทก์ นายห้อง นางอุบล นางสาวเยาวนุช นางประทุม และนางจิรามล เป็นคู่สัญญาฝ่ายเดียวกัน ตกลงทำสัญญายินยอมให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 คู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเข้าเป็นผู้บริหารกิจการห้างจำเลยที่ 1 อันเป็นการทำสัญญาโดยบุคคลหลายคนด้วยกันอยู่ข้างหนึ่งหรืออีกข้างหนึ่ง การที่โจทก์จะบอกเลิกสัญญาได้จึงต้องอยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 390 คือต้องใช้สิทธิเลิกสัญญาโดยบุคคลฝ่ายเดียวกันทั้งหมดรวมกันใช้ โจทก์เพียงคนเดียวในฐานะส่วนตัวไม่อาจใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาพิพาทโดยลำพังได้ ส่วนที่โจทก์ฎีกาอ้างว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 4 ไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือกระทำการไม่ให้ผลของสัญญาบรรลุตามความประสงค์ของคู่สัญญาเป็นการเอารัดเอาเปรียบคู่สัญญาอีกฝ่าย

โจทก์จึงใช้สิทธิทางศาลได้นั้น หากกรณีเป็นไปตามที่โจทก์กล่าวอ้างจริงก็เป็นเรื่องที่โจทก์อาจใช้สิทธิเรียกร้องค่าเสียหายจากการปฏิบัติผิดสัญญาหรือขอให้ศาลบังคับคู่สัญญาให้ปฏิบัติตามสัญญา แต่ไม่อาจใช้สิทธิมาฟ้องขอให้เลิกสัญญาโดยขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายข้างต้นได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
จักร อุตตโม · วีระวัฒน์ ปวราจารย์ · ประทีป ดุลพินิจธรรมา
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดสงขลา - นางสาวสุภัทรา กรอุไร
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายกิตติพงษ์ ศิริโรจน์
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
พณ.99/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
พ737/2549
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
พ298/2551
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกพาณิชย์และเศรษฐกิจ
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้