Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 824/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้ถูกกล่าวหาเรียกร้องเอาเงินจากว.เพื่อเป็นค่าจ้างในการดำเนินการขอหลักทรัพย์คืนเร็วกว่าปกติ และนำไปติดสินบนแก่ผู้มีอำนาจสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว กับเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการให้ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวลงลายมือชื่อในคำร้องขอปล่อยชั่วคราวโดยได้ดำเนินการดังกล่าวหน้าห้องควบคุมผู้ต้องหาและร้านขายอาหารซึ่งอยู่ในรั้วเดียวกับศาลชั้นต้น พฤติการณ์เป็นการหลอกลวงเรียกร้องเอาเงินจากประชาชนผู้มาติดต่อศาล ทำให้เกิดความเสียหายแก่สถาบันศาลเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยภายในบริเวณศาลจึงเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 31(1)

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2535 นายวิชัยแซ่ลี้ ได้ให้ถ้อยคำต่อนายก่อพงศ์ สุวรรณจูฑะ เลขานุการศาลชั้นต้นว่า เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2535 นายวิชัยได้ติดต่อผู้ถูกกล่าวให้ดำเนินการร้องขอปล่อยนางวิไลหรือภาณี แซ่ลี้พี่สาวของตนชั่วคราวในระหว่างสอบสวนตามคดีหมายเลขดำที่พย.2160/2535 ของศาลชั้นต้น ผู้ถูกกล่าวหาได้เรียกร้องเงิน500,000 บาท เพื่อเป็นสินบนแก่ผู้มีอำนาจสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหาให้ถ้อยคำว่า ไม่เคยเรียกร้องเงินเพื่อใช้เป็นสินบนให้แก่ผู้มีอำนาจสั่งอนุญาตให้ปล่อยนางวิไลชั่วคราวศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31(1), 33 ให้จำคุก 6 เดือนผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ถูกกล่าวหาฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2535 มีผู้มาติดต่อผู้ถูกกล่าวหาให้ดำเนินการร้องขอปล่อยชั่วคราวนางวิไลหรือภาณี แซ่ลี้ผู้ต้องหาซึ่งอยู่ในระหว่างสอบสวนตามคดีหมายเลขดำที่ พย.2160/2535ของศาลชั้นต้น ปัญหาที่จะวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ถูกกล่าวหามีว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดฐานละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ ตามทางไต่สวนมีนายวิชัย แซ่ลี้ นายณรงค์ศักดิ์ ผิวกากี นางสาวเบญจาภา ภู่พฤกษาและ นางหยี พรมหบดินทร์ เป็นพยาน นายวิชัยเบิกความว่า พยานรู้จักผู้ถูกกล่าวหาโดยนายไพศาลหรือหมีไม่ทราบนามสกุลแนะนำให้รู้จักเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2535 ขณะที่พยานมาติดต่อขอรับหลักประกันที่ใช้ประกันตัวนายพล อัมรินทร์

คืนที่ศาลชั้นต้น นายไพศาลบอกพยานว่าหากว่าจ้างผู้ถูกกล่าวหาดำเนินการขอหลักประกันคืนจากศาลชั้นต้นจะได้เร็วกว่าปกติ พยานจึงว่าจ้างผู้ถูกกล่าวหาดำเนินการให้โดยเสียค่าจ้างเป็นเงิน 500 บาท ต่อมาวันที่ 7 กรกฎาคม 2535นางวิไลหรือภาณี แซ่ลี้ พี่สาวพยานถูกนำตัวมาฝากขังที่ศาลชั้นต้นในข้อหามียาเสพติดให้โทษไว้ในครอบครอง พยานติดต่อผู้ถูกกล่าวหาให้ยื่นคำร้องขอปล่อยนางวิไลชั่วคราว ผู้ถูกกล่าวหาจึงให้พยานโทรศัพท์ไปสอบถามที่บ้าน เมื่อพยานโทรศัพท์ไปหาผู้ถูกกล่าวหาตามหมายเลขโทรศัพท์ที่ผู้ถูกกล่าวหาให้ไว้ตามเอกสารหมายร.1 ผู้ถูกกล่าวหาบอกว่าต้องใช้หลักทรัพย์เป็นเงิน 1,000,000 บาทและนัดมาเจรจากันที่ศาลชั้นต้นในวันรุ่งขึ้นเวลาประมาณ 10 นาฬิกาครั้นถึงเวลาตามที่กำหนดไว้

พยาน นายไพศาลหรือหมีนายอู๊ดและนางสาวเบญจาภาได้มาพบผู้ถูกกล่าวหาที่หน้าห้องควบคุมผู้ต้องหาที่ศาลชั้นต้น ผู้ถูกกล่าวหาบอกพยานว่าต้องใช้เงินสดประกัน 1,000,000 บาท และจะต้องเสียเงินสินบนให้ผู้มีอำนาจสั่งปล่อยชั่วคราวนางวิไลอีกเป็นเงิน 500,000 บาท เพราะพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวของนางวิไล พยานมีเงินไม่พอจึงบอกให้ผู้ถูกกล่าวหาช่วยเหลือ ผู้ถูกกล่าวหาขอผัดไปเจรจากับผู้มีอำนาจดังกล่าวก่อน แต่เรียกเงินจากพยานอีก 10,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินเรื่องให้นางวิไลลงลายมือชื่อในคำร้องขอปล่อยชั่วคราว และผู้ถูกกล่าวหานัดพยานกับพวกมาพบกับผู้ถูกกล่าวหาที่ศาลชั้นต้นในวันที่ 9 กรกฎาคม 2535 เวลาประมาณ 10 นาฬิกา

ณที่เดิม เมื่อพยานมาพบผู้ถูกกล่าวหาแล้วครั้งนี้ผู้ถูกกล่าวหาบอกว่าผู้ใหญ่ลดเงินสินบนในการสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว100,000 บาท คงเหลือ 400,000 บาท ผู้ถูกกล่าวหาจะช่วยออกเงิน200,000 บาท พยานต้องออกเงินในการอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว200,000 บาท และต้องเสียค่าเช่าโฉนดที่ดินใช้เป็นหลักทรัพย์ในการประกันอีก 500,000 บาท พยานต่อรองเหลือ 600,000 บาทแต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมจึงตกลงกันไม่ได้ พยานจึงเลิกติดต่อกับผู้ถูกกล่าวหาและไปขอคำแนะนำจากพนักงานอัยการกับเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของศาลชั้นต้นเพื่อยื่นคำร้องขอปล่อยนางวิไลชั่วคราวต่อศาลชั้นต้นในที่สุดศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ปล่อยนางวิไลชั่วคราว แต่นางวิไลยังไม่ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเนื่องจากถูกขังดำเนินคดีอื่น

พยานยื่นคำร้องขอปล่อยนางวิไลชั่วคราวใหม่พร้อมกับชี้แจงพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาตามเอกสารหมาย ร.2 เห็นว่านายวิชัยได้เบิกความให้รายละเอียดเกี่ยวกับพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาเป็นลำดับขั้นตอนยากที่จะปรุงแต่งเรื่องราวมาปรักปรำให้ร้ายผู้ถูกกล่าวหาได้ นอกจากนี้นายณรงค์ศักดิ์ นางสาวเบญจาภาและนางหยีซึ่งมาเป็นเพื่อนนายวิชัยในการเจรจากับผู้ถูกกล่าวหาเพื่อขอให้ผู้ถูกกล่าวหาช่วยเหลือนางวิไลให้ได้รับการปล่อยชั่วคราวก็เบิกความทำนองเดียวกันว่า ในระหว่างที่นายวิชัยและผู้ถูกกล่าวหาเจรจาเกี่ยวกับการเช่าโฉนดที่ดินเพื่อประกันตัวนางวิไลได้ยินผู้ถูกกล่าวหาเรียกร้องเอาเงินสินบนจากนายวิชัยแม้รายละเอียดที่ผู้ถูกกล่าวหาเรียกเอาเงินสินบนจากนายวิชัยพยานทั้งสามจะเบิกความแตกต่างกันบ้างก็มิใช่ข้อสาระสำคัญ

เนื่องจากความสนใจในการรับฟังของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกันเมื่อข้อสาระสำคัญตรงกันเป็นที่รับฟังได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาเรียกร้องเอาเงินสินบนจากนายวิชัยจริง คำเบิกความของนายณรงค์ศักดิ์นางสาวเบญจาภาและนางหยีจึงเชื่อมโยงกับคำเบิกความของนายวิชัยเป็นการสนับสนุนคำเบิกความของนายวิชัยให้มีน้ำหนักในการรับฟังยิ่งขึ้น สำหรับการที่ผู้ถูกกล่าวหาถูกดำเนินคดีฐานะละเมิดอำนาจศาลแม้จะสืบเนื่องมาจากคำร้องของนายวิชัยตามเอกสารหมาย ร.2 ก็ตาม แต่ข้อความตามคำร้องดังกล่าวนายวิชัยเพียงชี้แจงให้ศาลชั้นต้นทราบถึงเหตุที่นางวิไลจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6510/2531 ของศาลชั้นต้นไม่มาศาลว่าไม่ใช่เพราะนางวิไลหลบหนี พร้อมกับชี้แจงพฤติการณ์ของนายประกันที่เรียกสินบนอ้างว่าจะนำไปให้ผู้มีอำนาจสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในคดีหมายเลขดำที่

พย.2160/2536 ด้วย จึงเห็นได้ว่านายวิชัยยื่นคำร้องดังกล่าวมิได้เป็นการจงใจกล่าวโทษผู้ถูกกล่าวหาต่อศาลชั้นต้นโดยตรง แต่เหตุที่ยื่นคำร้องนี้ก็เพื่อให้ศาลชั้นต้นประกอบดุลพินิจในการมีคำสั่งปล่อยชั่วคราวนางวิไลในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 6510/2531 ของศาลชั้นต้นเท่านั้น ทั้งรายละเอียดตามคำร้องเอกสารหมาย ร.2 อาจทำให้นายวิชัยถูกดำเนินคดีในข้อหาใช้ให้ผู้อื่นติดสินบนเจ้าพนักงานจึงเชื่อว่านายวิชัยยื่นคำร้องดังกล่าวโดยสุจริตใจมิใช่ประสงค์จะให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องถูกศาลลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาล ที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่าเหตุที่ถูกร้องเรียนเพราะญาติของนางวิไลโกรธเคืองผู้ถูกกล่าวหาที่ไม่ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวให้แต่ผู้ถูกกล่าวหานำสำเนาคำร้องขอฝากขังนางวิไลไปให้นายประยูร

เอื้อเฟื้อ ดูทำให้นางวิไลถูกควบคุมตัวในคดีเรื่องอื่นและผู้ถูกกล่าวหายังไปต่อว่าญาติของนางวิไลอีกเห็นว่า เหตุที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างมาเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่มีน้ำหนักฟังหักล้างคำพยานตามทางไต่สวนได้พยานหลักฐานตามทางไต่สวนจึงมีน้ำหนักมั่นคงสมด้วยเหตุผลข้อเท็จจริงฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า ผู้ถูกกล่าวหาเรียกร้องเอาเงิน 500 บาทจากนายวิชัยเพื่อเป็นค่าจ้างในการดำเนินการขอหลักทรัพย์คืนเร็วกว่าปกติ และเรียกร้องเอาเงินจากนายวิชัยเป็นเงิน500,000 บาท เพื่อนำไปติดสินบนแก่ผู้มีอำนาจสั่งอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวนางวิไลกับเรียกร้องเงิน 10,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการให้นางวิไลลงลายมือชื่อในคำร้องขอปล่อยชั่วคราวผู้ถูกกล่าวหาได้ดำเนินการดังกล่าวที่หน้าห้องควบคุมผู้ต้องหาและร้านขายอาหารซึ่งอยู่ในรั้วเดียวกับศาลชั้นต้น

ถือได้ว่าเป็นการกระทำภายในบริเวณศาลชั้นต้น ทั้งที่ศาลชั้นต้นได้จัดเจ้าหน้าที่ไว้คอยบริการให้ความสะดวกรวดเร็วในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการขอปล่อยชั่วคราวเอาไว้ พฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาเป็นพวกหากินตามตีนโรงตีนศาล หลอกลวงเรียกร้องเอาเงินจากประชาชนผู้มาติดต่อศาลทำให้เกิดความเสียหายแก่สถาบันศาลที่ประสาทความยุติธรรมแก่คู่ความอันอาจเป็นเหตุให้ผู้มาติดต่อศาลเกิดความเข้าใจผิดว่าการดำเนินกระบวนพิจารณาต่าง ๆ ของศาลหากต้องการความรวดเร็วและเป็นไปตามความประสงค์ของผู้มาติดต่อเกี่ยวกับคดีแล้วจะต้องให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นแก่ศาลในลักษณะเป็นการให้สินบน พฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยภายในบริเวณศาลเป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 31(1)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ได้พิจารณาพยานหลักฐานตามทางไต่สวนและพยานหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหาที่นำสืบมาโดยชอบแล้วมิใช่เป็นการรับฟังพยานตามทางไต่สวนแต่ฝ่ายเดียวดังที่ผู้ถูกกล่าวหาฎีกามาคำสั่งของศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ลงโทษผู้ถูกกล่าวหาชอบแล้ว ฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาฟังไม่ขึ้น"

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุทธิ นิชโรจน์ · บุญศรี กอบบุญ · เสมอ อินทรศักดิ์
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3395/2566

ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 31 (1), 33 กฎหมายดังกล่าวให้ศาลมีอำนาจพิเศษในการสั่งลงโทษจำเลยได้โดยไม่ต้องมีผู้ใดร้องขอหรือเป็นโจทก์ฟ้อง ส่วนความผิดของจำเลยคดีนี้เป็นเรื่องปลอมเอกสารและใช้เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3147/2562

การที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 นำที่ดินที่มีสภาพเป็นสระน้ำขนาดใหญ่เช่นเดียวกับคดีนี้ไปใช้เป็นหลักประกันในการปล่อยชั่วคราวจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ 1874/2545 ของศาลอาญาธนบุรี และผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ยังผิดสัญญาป…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 635/2559

ข้อความที่ผู้ถูกกล่าวหาลงแสดงในเฟซบุ๊กมีข้อความที่ไม่เป็นความจริงกล่าวหาว่าศาลดำเนินคดีไม่เป็นธรรม และไปถ่ายรูปในบริเวณศาลนำมาลงประกอบข้อความเท็จของตนในเฟซบุ๊กว่าศาลเรียกเงิน และมีข้อความลงข่มขู่ศาลว่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6294/2558

ความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลเป็นความผิดต่อศาล และการลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลย่อมเป็นอำนาจของศาลโดยเฉพาะ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิจารณาแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานเท่าที่ไต่สวนมายังไม่อาจรับฟังได้อย่างสนิทใจ เห็นคว…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4923/2557

บทบัญญัติเรื่องละเมิดอำนาจศาลเป็นกฎหมายพิเศษที่ศาลมีอำนาจค้นหาความจริงได้โดยการไต่สวนและไม่จำต้องกระทำต่อหน้าจำเลยดังเช่นการพิจารณาคดีอาญาทั่วไป กรณีเช่นนี้จึงไม่อาจนำ ป.วิ.อ. มาตรา 173 วรรคสอง มาใช้บ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้