Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 828/2477

พ.ศ. 2477 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

+แม้จำเลยให้การปฏิบัติเสธกฎหมายก็มิได้บังคับให้ศาลฟ้องซักไซ้ไล่เลี่ยงจำเลย แต่เป็นเรื่องอยู่ในดุลยพินิจแล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร วิธีพิจารณาอาชญา พะยาน คำหญิงเจ้าทุกข์คนกลางปากเดียวในคดีเรื่องข่มขืน กระทำชำเรานั้น ถ้าไม่ชอบด้วยเหตุผลก็ฟังลงโทษจำเลยไม่ได้ อำนาจศาลไต่สวนการพิจารณาคดี ศาลชั้นไต่สวนย่อมวินิจฉัยเหตุการณ์ข้อเท็จจริงใด ๆเกี่ยวกับข้อหาได้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ บุกรุกเข้าไปในบ้านโจทก์ฉุดคร่าห์บุตรีโจทก์ไปกระทำการข่มขืนณบ้านจำเลยที่ ๒-๓-๔-๕ โดยจำเลยเหล่านี้ทราบการทุจจริตแล้วได้จัดที่ให้พักซ่อนเร้นปิดบังแลกักขังหน่วนเหนี่ยวบุตรีโจทก์ไว้เพื่อสำเร็จความใคร่ของจำเลยที่ ๑ จึงขอให้ลงโทษจำเลย ศาลโบริสภาไต่สวนแล้วเห็นว่าคดีมีมูลฉะเพาะตัวจำเลยที่ ๑ ส่วนจำเลยอื่น ๆนอกนั้นหามีพิรุธไม่ จึงสั่งให้ยกข้อหาปล่อยตัวจำเลยที่ ๒-๓-๔-๕ ไป

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่า (๑) ศาลไม่ซักไซร้ไล่เลียงตามมาตรา ๑๒ แห่งพ.ร.บ.วิธีพิจารณาอาชญา ศก ๑๑๕ (๒) คำหญิงคนกลางปากเดียวก็ฟังได้ตามฎีกาที่ ๔๑๒/๒๔๗๔ (๓)

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดจากสำนวน (๔) ศาลชั้นไต่สวนมีหน้าที่แตจะพิเคราะห์ว่าจำเลยมีพิรุธหรือไม่เท่านั้นส่วนเจตนามีอย่างไรต้องวินิจฉัยในชั้นพิจารณาตามฎีกาที่ ๘๓๘/๒๔๖๑

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าในปัญหาข้อ ๑ ตามพ.ร.บ.วิธีพิจารณาอาชญา ร.ศ.๑๑๕ ม.๑๒ เป็นบทบัญญัติให้ศาลใช้ดุลยพินิจในการที่จะซักไซร้ไล่เลียงจำเลยเมื่อจำเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธซึ่งแล้วแต่ศาลจะเห็นสมควรหาใช่บังคับให้ศาลจำต้องซักไซร้จำเลยทุกเรื่องไปไม่ เช่นในบางเรื่องจำเลยไม่ให้การศาลถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อหาในปัญหาข้อ ๒ คำหญิงคนกลางนั้น เมื่อประกอบด้วยเหตุผลก็ฟังได้ แต่ในคดีเรื่องนี้ ศาลล่างฟังว่าไม่ชอบด้วยเหตุผลจึงมิได้ฟังตาม ในปัญหาข้อ ๓ เห็นว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยมีหลักฐานพะยานในสำนวนสนับสนุน แลในปัญหาข้อ ๔. เห็นว่าการที่ศาลชั้นไต่สวนจะวินิจฉัยว่าคดีเรื่องใดมีมูลหรือไม่ ย่อมวินิจฉัยเอาจากเหตุการณ์ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องกับข้อหาก็ได้ ไม่เป็นผิดต่อหลักกฎหมายหรือวิธีพิจารณา ฎีกาที่โจทก์อ้างก็หาได้วางหลักวินิจฉัยไว้ว่า ศาลชั้นไต่สวนไม่มีอำนาจวินิจฉัยถึงข้อเจตนาของจำเลยไม่

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
พรหม · กฤต · อมาตย
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้