Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8303/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ขณะทำหนังสือสัญญาขายที่ดินและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแก่ลูกหนี้ เจ้าหนี้และลูกหนี้ต่างมีเจตนา อันแท้จริงที่จะผูกพันกันตามราคาที่ดินและเงื่อนไขการชำระราคาตามสัญญาจะซื้อขาย ส่วนการทำสัญญาขายที่ดิน เป็นเพียงวิธีดำเนินการให้มีการจดทะเบียนซื้อขายเพื่อโอนกรรมสิทธิ์กันตามกฎหมายเท่านั้น การที่ลูกหนี้สั่งจ่าย เช็คพิพาทชำระค่าเสียหายอันเนื่องจากเช็คค่าที่ดินเดิมถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินโดยเจ้าหนี้ยินยอมถอนคำร้องทุกข์และไม่ดำเนินคดีอาญาแก่ลูกหนี้ต่อไป จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่เจ้าหนี้และลูกหนี้ระงับข้อพิพาท ซึ่งมีอยู่ให้เสร็จไปด้วยต่างยอมผ่อนผันให้แก่กัน และมีผลให้เจ้าหนี้ได้สิทธิตามที่แสดงในสัญญานั้น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 850, 852 เจ้าหนี้จึงชอบที่จะได้รับชำระหนี้ตามเช็คพิพาทพร้อมดอกเบี้ยจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลย (ลูกหนี้) เด็ดขาดและต่อมาได้พิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยและค่าฤชาธรรมเนียมคดีล้มละลายรวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๓๑,๐๑๖,๗๑๔.๙๙ บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๐๔ แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วทำรายงานความเห็นว่าเจ้าหนี้ไม่มีสิทธิได้ชำระหนี้ตามเช็ค เพราะไม่มีมูลที่จะอ้างได้ ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๙๔ (๑) เห็นควรยกคำขอรับชำระหนี้ตามมาตรา ๑๐๗ (๑)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว มีคำสั่งยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ เจ้าหนี้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ แผนกคดีล้มละลายพิพากษาแก้เป็นว่า ให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จำนวน ๒๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๓๖ เป็นต้นไปถึงวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๓๙ ซึ่งเป็น วันพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาด โดยดอกเบี้ยเป็นเงินไม่เกิน ๖,๐๑๕,๖๒๔.๙๙ บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามทีคู่ความต่างไม่โต้เถียงกันในชั้นนี้ว่า เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๓๔ ลูกหนี้ได้ตกลงจะซื้อที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ ๘๕๔๓ จากเจ้าหนี้ในราคา ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท โดยแบ่งชำระราคา ๓ งวด เป็นเช็คฉบับละ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท และ ๑๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตามลำดับ ตามสำเนาหนังสือสัญญาจะซื้อขายเอกสารหมาย จ.๑ ต่อมาวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๓๔ เจ้าหนี้และลูกหนี้ได้ทำหนังสือสัญญาขายที่ดินและจดทะเบียน โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวแก่ลูกหนี้ โดยระบุราคาซื้อขายที่ดิน ๑๓,๗๕๐,๐๐๐ บาท และลูกหนี้ได้ชำระราคาเรียบร้อยแล้ว ตามสำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดินเอกสารหมาย จ.๑๖ ในวันดังกล่าว ลูกหนี้ได้ชำระเงินแก่เจ้าหนี้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท และเจ้าหนี้ได้คืนเช็คฉบับแรกแก่ลูกหนี้

ส่วนเช็คที่เหลืออีก ๒ ฉบับ ต่อมาธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เจ้าหนี้จึงดำเนิน คดีอาญาแก่ลูกหนี้ ลูกหนี้ตกลงยินยอมทำบันทึกขอใช้ค่าเสียหายโดยสั่งจ่ายเช็คธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด ลงวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๓๖ จำนวน ๒ ฉบับ รวมเป็นเงิน ๒๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท แก่เจ้าหนี้ และเจ้าหนี้ได้ถอนคำร้องทุกข์ ครั้นเมื่อเช็คถึงกำหนดชำระเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เจ้าหนี้จึงนำมูลหนี้ตามเช็คดังกล่าวมาฟ้องลูกหนี้ให้เป็นบุคคลล้มละลาย และขอรับชำระหนี้ตามเช็คพิพาททั้ง ๒ ฉบับ พร้อมค่าฤชาธรรมเนียมคดีล้มละลาย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ว่า เช็คพิพาททั้ง ๒ ฉบับ มีมูลหนี้ที่ลูกหนี้จะต้องรับผิดชำระแก่เจ้าหนี้หรือไม่ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกาว่า ความผูกพันที่ลูกหนี้จะต้องชำระหนี้ค่าที่ดินตามเช็คอีก ๒ ฉบับ ตามสำเนาหนังสือสัญญาจะซื้อขายเอกสารหมาย จ.๑ เป็นอันระงับไปตามสำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดินเอกสารหมาย จ.๑๖ ลูกหนี้จึงไม่ต้องรับผิดตามเช็คพิพาททั้ง ๒ ฉบับ ที่สั่งจ่ายเป็นค่าเสียหายอันเนื่องจากเช็คชำระค่าที่ดินดังกล่าว ถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินนั้น เห็นว่า แม้สำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดินเอกสารหมาย จ.๑๖ จะระบุว่าราคาที่ดิน ที่ซื้อขายกันเป็นเงิน ๑๓,๗๕๐,๐๐๐ บาท และลูกหนี้ได้ชำระราคาเรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่ปรากฏว่าในวันทำสัญญา

ดังกล่าวซึ่งได้มีการจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน ลูกหนี้ได้ชำระเงินจำนวน ๑๓,๗๕๐,๐๐๐ บาท ตามข้อความในสำเนาหนังสือสัญญาขายที่ดินเอกสารหมาย จ.๑๖ แก่เจ้าหนี้แต่อย่างใด คงได้ความตามคำให้การของพยานเจ้าหนี้ใน ชั้นสอบสวนคำขอรับชำระหนี้แต่เพียงว่าในวันทำสัญญาและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าว ลูกหนี้ได้ชำระเงินค่าที่ดินแก่เจ้าหนี้เพียง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท และเจ้าหนี้ได้คืนเช็คชำระค่าที่ดินฉบับแรกให้แก่ลูกหนี้โดยมิได้มีการตกลง เวนคืนเช็คค่าที่ดินที่เหลืออีก ๒ ฉบับ ที่จะถึงกำหนดชำระภายหลังวันทำสัญญาขายที่ดินและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์แก่ลูกหนี้ หรือมีการกระทำใด ๆ อันแสดงว่าเจ้าหนี้และลูกหนี้ได้ตกลงจะไม่ผูกพันกันตามราคาที่ดินละเช็คทั้ง ๒ ฉบับ

ดังกล่าวตามสำเนาหนังสือสัญญาจะซื้อขาย เอกสารหมาย จ.๑ อีกต่อไป ประกอบกับภายหลังเมื่อธนาคารปฏิเสธ การจ่ายเงินตามเช็คทั้ง ๒ ฉบับ แล้ว ลูกหนี้ยังได้ตกลงยินยอมใช้ค่าเสียหายโดยสั่งจ่ายเช็คพิพาททั้ง ๒ ฉบับ รวมเป็นเงิน ๒๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท เท่ากับจำนวนตามเช็คทั้ง ๒ ฉบับ เดิมดังกล่าวแก่เจ้าหนี้ ตามพฤติการณ์ดังกล่าวแสดงว่าขณะทำหนังสือสัญญาขายที่ดินเอกสารหมาย จ.๑๖ และจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินแก่ลูกหนี้นั้น เจ้าหนี้และลูกหนี้ต่างมีเจตนาอันแท้จริงที่จะคงผูกพันกันตามราคาที่ดินและเงื่อนไขการชำระราคาตามสำเนาหนังสือสัญญาจะซื้อขาย เอกสารหมาย จ.๑ ส่วนการทำหนังสือสัญญาขายที่ดินตามเอกสารหมาย จ.๑๖ เป็นเพียงวิธีดำเนินการให้มีการการ

จดทะเบียนซื้อขายเพื่อโอนกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายเท่านั้น ทั้งสองฝ่ายหาได้มีเจตนาจะเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกหนังสือสัญญาจะซื้อขายฉบับเดิมแต่อย่างใด ดังนั้น การที่ลูกหนี้สั่งจ่ายเช็คพิพาททั้ง ๒ ฉบับ ชำระค่าเสียหายอันเนื่องจาก เช็คค่าที่ดิน ๒ ฉบับ เดิมถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน โดยเจ้าหนี้ยินยอมถอนคำร้องทุกข์และไม่ดำเนินคดีอาญาแก่ลูกหนี้ต่อไป จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่เจ้าหนี้และลูกหนี้ระงับข้อพิพาทซึ่งมีอยู่ให้เสร็จไปด้วยต่างยอม ผ่อนผันให้แก่กัน และมีผลให้เจ้าหนี้ได้สิทธิตามที่แสดงในสัญญานั้น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๐, ๘๕๒ เจ้าหนี้จึงชอบที่จะได้รับชำระตามเช็คพิพาททั้ง ๒ ฉบับ พร้อมดอกเบี้ยจากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๑ พิพากษานั้นชอบแล้ว ฎีกาของเจ้าหนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ .

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สมชาย พงษธา · ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน · วัฒนชัย โชติชูตระกูล
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายสมจิตร์ ปอพิมาย
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายถมรัตน์ เลิศไพรวัน
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6848/2538

ลูกหนี้และบริษัทส.ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับเจ้าหนี้โดยยอมรับผิดร่วมกันชำระเงินแก่เจ้าหนี้ไม่ว่าลูกหนี้จะต้องรับผิดตามเช็คมูลหนี้เดิมเป็นส่วนตัวหรือไม่ก็ตามการที่ลูกหนี้ยินยอมระงับข้อพิพาทที่มีอยู่ด…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1280/2568

สัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำขึ้นนอกศาล ไม่อาจยกเลิกเพิกถอนหรือลบล้างผลของคำพิพากษาในคดีเดิม รวมทั้งไม่กระทบถึงสิทธิในการบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษาในคดีเดิม แต่ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาได้ความว่าในร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3237/2567

ตามรายงานการประชุมการไกล่เกลี่ยครั้งที่ 3 ปรากฏข้อความในช่องรายการอื่น ๆ ว่า โจทก์ตกลงถอนฟ้อง โดยจำเลยทั้งสองเสนอให้ขายที่ดินพิพาทในราคาไม่ต่ำกว่า 30,000,000 บาท ภายใน 1 ปี หากไม่มีผู้ซื้อ จำเลยที่ 2…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 727/2567

ตามบันทึกตกลงไว้เป็นหลักฐานได้ความว่า วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 โจทก์และจำเลยกับพวกตกลงกันได้โดยโจทก์ชำระเงินค่าที่ดินส่วนที่เหลือ 1,500,000 บาท ในวันดังกล่าว แล้วจำเลยกับพวกต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15721/2558

ตามบันทึกถ้อยคำไม่รับมรดกที่โจทก์ทั้งสอง จำเลยทั้งสอง และ ก. ให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานที่ดินมีใจความสำคัญว่า ที่ดินพิพาทที่มีชื่อ ว. เจ้ามรดกเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ อ. สามีของ ว. ได้มายื่นเรื่องราวขอรับมรด…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้