Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2509 (เลขอ้างอิง 83254)

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจหลอกให้โจทก์มาด้วยโดยอ้างว่าผู้บังคับกองเรียกให้ไปพบนั้น หาใช่เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายไม่ แม้ว่าต่อมาผู้บังคับกองจะสั่งให้จำเลยพาโจทก์ไปหานายร้อยเวรก็ตาม ก็ไม่ถือว่าโจทก์ยอมไปด้วยความสมัครใจ ดังนั้น เมื่อโจทก์ขอตัวกลับ แต่จำเลยยังคงหน่วงเหนี่ยวตัวไว้ จึงเป็นการปฏิบัติที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78 ซึ่งห้ามไว้เด็ดขาดว่าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับผู้ใดโดยไม่มีหมายจับไม่ได้ นอกจากในกรณี 4 ประการอันบัญญัติเป็นบทยกเว้น การกระทำของจำเลยยังถือไม่ได้ว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันมา สำนวนแรก

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยได้บังอาจใช้กำลังกายใช้มือชกต่อยทำร้ายร่างกายพลตำรวจเจิม มีฉวี ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่ จนมีบาดแผลถึงบาดเจ็บ

จำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยถูกพลตำรวจเจิมทำร้ายบาดเจ็บสาหัสฝ่ายเดียว สำนวนหลัง

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยผู้ซึ่งเป็นพลตำรวจ มีหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่ ได้บังอาจใช้อุบายหลอกลวงโจทก์ว่า ผู้บังคับกองเรียกให้ไปหา โจทก์หลงเชื่อจึงได้ไปกับจำเลย ต่อมาจำเลยใช้กำลังกายกระชากแขนโจทก์แล้วเตะและกระทืบโจทก์ เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับอันตรายถึงทุพพลภาพ หรือป่วยเจ็บด้วยอาการทนทุกขเวทนาแก่กล้าเกินกว่า ๒๐ วัน โดยไม่สามารถประกอบกรณียกิจได้ตามปกติ

จำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยปฏิบัติราชการตามหน้าที่ และบาดแผลโจทก์ไม่ถึงสาหัส

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยทั้งสองต่างทำร้ายร่างกายซึ่งกันและกัน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๕ ปรับจำเลยทั้งสองคนละ ๒๐๐ บาท ให้ยกฟ้องของพนักงานอัยการโจทก์เฉพาะ มาตรา ๑๓๘ และให้ยกฟ้องของนายสวาสดิ์โจทก์ ตามมาตรา ๒๙๗,๒๘๙ และ ๒๙๙ โจทก์จำเลยต่างอุทธรณ์ทั้ง ๒ สำนวน

ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การที่พลฯเจิมไปหลอกนายสวาสดิ์พาตัวมานั้น ไม่ถือว่าพลฯเจิมปฏิบัติการในหน้าที่โดยชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๗๘ ดังนั้น แม้นายสวาสดิ์จะขัดขืนไม่ยอมขึ้นไปบนสถานีตำรวจโดยสบัดแขนหรือชกต่อยพลฯเจิม ๑ ที ก็เป็นการกระทำเพื่อป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมายและพอสมควรแก่เหตุ นายสวาสดิ์หามีความผิดไม่ แล้วฟังว่า พลฯเจิมทำร้ายนายสวาสดิ์บาดเจ็บสาหัส พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า พลตำรวจเจิมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๗ จำคุก ๑ ปี ให้ยกฟ้องคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ และปล่อยตัวนายสวาสดิ์จำเลยพ้นข้อหาไป พลตำรวจเจิมจำเลยและอัยการโจทก์ฎีกา โดยพลฯเจิมจำเลยขอให้ยกฟ้องคดีที่นายสวาสดิ์เป็นโจทก์

ฝ่ายอัยการโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษนายสวาสดิ์ตามฟ้อง ศาลฎีกาฟังว่า พลฯเจิมได้ไปหลอกนายสวาสดิ์ให้มาพบผู้บังคับกองจริง ทั้ง ๆที่ ผู้บังคับกองไม่ได้สั่ง ดังนั้น พลฯเจิมจึงไม่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่จะกระทำได้ เพราะนายสวาสดิ์มิได้มีความผิดหรือถูกแจ้งในข้อหาอันใด หากแม้จะฟังว่า ต่อมาผู้บังคับกองได้สั่งให้พลฯเจิมพานายสวาสดิ์ไปพบนายร้อยเวรก็ตาม ในเมื่อปรากฏในชั้นแรกว่านายสวาสดิ์มาพบผู้บังคับกองโดยหลงเชื่อพลฯเจิมแล้ว ฉะนั้น การที่นายสวาสดิ์ขอตัวกลับ แต่พลฯเจิมยังคงหน่วงเหนี่ยวตัวไว้ จึงเป็นการปฏิบัติที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๗๘ ซึ่งห้ามไว้เด็ดขาดว่า พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับผู้ใดโดยไม่มีหมายจับไม่ได้

นอกจากในกรณี ๔ ประการอันบัญญัติเป็นบทยกเว้นเท่านั้น การกระทำของพลฯเจิมยังถือไม่ได้ว่าได้ปฏิบัติตามหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมาย ตามคำพยานนายสวาสดิ์ประกอบกับรายงานชันสูตรบาดแผลของแพทย์โรงพยาบาลตำรวจซึ่งตรวจละเอียดกว่าแพทย์โรงพยาบาลจังหวัดสมุทรสงครามปรากฏว่า นายสวาสดิ์มีบาดแผลถึงสาหัส ศาลฎีกาเชื่อว่าบาดแผลดังกล่าวเกิดจากถูกพลฯเจิมทำร้ายจริง ฎีกาของอัยการโจทก์และพลตำรวจเจิมฟังไม่ขึ้น

ผลคำพิพากษา

พิพากษายืน ให้ยกฎีกาของอัยการโจทก์และพลตำรวจสมัครเจิม มีฉวี จำเลย.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เชื้อ คงคากุล · เสนอ บุณยเกียรติ · อดุล รัตนปิณฑะ
ศาลล่าง
ศาลชั้นต้น - นายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย.
ศาลอุทธรณ์ - นายวิริยะ เกิดศิริ.
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2509 (เลขอ้างอิง 41379)

การที่จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจหลอกให้โจทก์มาด้วยโดยอ้างว่าผู้บังคับกองเรียกให้ไปพบนั้น หาใช่เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายไม่ แม้ว่าต่อมาผู้บังคับกองจะสั่งให้จำเลยพาโจทก์ไปหานายร้อยเวรก็ตา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 774/2548

จำเลยรู้ว่ากำลังถูกผู้เสียหายที่ 2 กับพวกซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจติดตามจับกุม การที่จำเลยกอดปล้ำต่อสู้และใช้มีดฟันแทงผู้เสียหายที่ 2 จึงเป็นความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติงานตามหน้าที่ต…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2560 (เลขอ้างอิง 619414)

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 4 ถึงที่ 10 มีความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตาม ป.อ. มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 80 ลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่ง ตามมาตรา 75 จำคุก 16 ปี 8 เ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15667/2558

แม้รายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์เอกสารท้ายฟ้องระบุว่า การบาดเจ็บของผู้เสียหายใช้เวลารักษา 2 สัปดาห์ หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนก็ตาม แต่ก็เป็นเพียงความเห็นของแพทย์ที่ทำไว้ขณะตรวจรักษาบาดแผลของผู้เสียห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5077/2554

การกระทำอันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ตาม ป.อ. มาตรา 91 มิได้บัญญัติว่าการกระทำความผิดหลายกรรมนั้นจะเกิดขึ้นในวาระเดียวกันไม่ได้ การกระทำในคราวเดียวกันหรือต่อเนื่องในคราวเดียวกันก็อาจเป็นความผิดหลายกร…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้