Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 833/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่นายจ้างจัดห้องพักให้ลูกจ้างเข้าอยู่อาศัย เป็นการให้สวัสดิการแก่ลูกจ้าง อันเป็นสภาพการจ้างอย่างหนึ่ง ดังนั้นเมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นลูกจ้างประจำของโจทก์ว่า โจทก์ให้จำเลยเข้าอยู่อาศัยในห้องพักคนงานโดยมีเงื่อนไขว่าจำเลยต้องออกจากห้องที่อยู่อาศัยเมื่อโจทก์ต้องใช้สถานที่ และโจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบว่าโจทก์ต้องการใช้ห้องที่ทำงานอยู่อาศัยเพื่อกิจการอื่น แต่จำเลยไม่ยอมออกไป

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 5 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 8

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์จึงเลิกจ้างแล้วฟ้องขับไล่จำเลย จึงถือได้ว่าเป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 8(1)อันอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานกลางที่จะพิจารณาพิพากษา.

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นลูกจ้างประจำประเภทช่างไม้ของโจทก์โจทก์ให้สวัสดิการแก่จำเลยโดยให้พักอาศัยในห้องพักคนงานในบริเวณอู่ซ่อมเรือของโจทก์ มีเงื่อนไขว่า จำเลยต้องออกจากห้องพักเมื่อโจทก์ต้องการใช้สถานที่ หรือจำเลยถูกปลดหรือลาออกจากงาน ต่อมาโจทก์ต้องการใช้ห้องพักที่จำเลยอยู่อาศัยเพื่อทำกิจการอื่นจำเลยไม่ยอมออก โจทก์เห็นว่าจำเลยฝ่าฝืนคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายจึงเลิกจ้างโจทก์ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารและให้ใช้ค่าเสียหายจนกว่าจะออกจากห้องพิพาทจำเลยให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางเพราะเป็นคดีฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย จำเลยย้ายจากห้องของโจทก์แล้วมาปลูกสร้างห้องพิพาทขึ้นเองในที่ดินสาธารณะ โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้องศาลแรงงานกลางกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยเข้าอยู่อาศัยในบ้านพักหรืออยู่ในที่ดินโจทก์หรือไม่ ค่าเสียหายโจทก์มีเพียงใดโดยกำหนดให้โจทก์นำสืบก่อนวันนัดสืบพยานโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางสั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยชี้ขาดข้อกฎหมายเบื้องต้นว่า คดีไม่อยู่ในอำนาจของศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "ข้อที่โจทก์อุทธรณ์ว่า การที่โจทก์ได้กล่าวในฟ้องอ้างอิงถึงเหตุที่จำเลยเข้าอยู่อาศัยในห้องพิพาทเพราะโจทก์ให้สวัสดิการแก่จำเลยผู้เป็นลูกจ้างได้เข้าพักอาศัยโดยไม่เสียค่าเช่า และจำเลยยอมตกลงปฏิบัติตามเงื่อนไขว่า หากโจทก์ต้องการใช้สถานที่แล้วจำเลยจะต้องออกไป ตามคำฟ้องเป็นเรื่องจำเลยละเมิดข้อตกลงในเรื่องสวัสดิการอันเป็นสภาพการจ้างอย่างหนึ่งจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานกลางและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 8(1) อันอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานกลางที่จะพิจารณาพิพาาษาได้นั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้วพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ให้นิยามคำว่า "ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง" ไว้ว่า "หมายความว่า" ข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างหรือระหว่างนายจ้าง หรือสมาคมนายจ้างกับสหภาพแรงงานเกี่ยวกับสภาพการจ้าง" และให้คำนิยามคำว่า "สภาพการจ้าง" ไว้ว่า"หมายความว่า เงื่อนไขการจ้างหรือการทำงาน กำหนดวันและเวลาทำงานค่าจ้าง สวัสดิการ การเลิกจ้าง หรือประโยชน์อื่นของนายจ้าง หรือลูกจ้างอันเกี่ยวกับการจ้างหรือการทำงาน" ซึ่งข้อเท็จจริงตามคำฟ้องของโจทก์ได้ระบุว่า จำเลยเป็นลูกจ้างของโจทก์ เป็นผู้มีสิทธิเข้าพักอาศัยในห้องพักของโจทก์ตามที่จำเลยแจ้งความจำนงโดยมีเงื่อนไขว่าจำเลยต้องออกไปเมื่อโจทก์ต้องการใช้ห้องพักนั้นเพื่อประโยชน์อื่นของโจทก์หรือจำเลยถูกปลดออกจากงาน หรือลาออกจากงานปรากฎตามข้อบังคับเกี่ยวกับการขอห้องพักของโจทก์ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 4

ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์ผู้เป็นนายจ้างให้สิทธิแก่จำเลยผู้เป็นลูกจ้างได้เข้าพักอาศัยอยู่ในห้องพักซึ่งเป็นของนายจ้าง โดยมีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ตามข้อบังคับเกี่ยวกับการขอห้องพักของโจทก์ เอกสารท้ายคำฟ้องหมายเลข 4 ย่อมเป็นการให้สวัสดิการแก่ลูกจ้างอันเป็นสภาพการจ้างอย่างหนึ่ง จึงเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์จำเลยตามความหมายของคำนิยามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ที่โจทก์ฟ้องคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวด้วยสิทธิหรือหน้าที่ตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างอยู่ในอำนาจของศาลแรงงานกลางที่จะพิจารณาพิพากษาได้ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 8(1)ที่ศษลแรงงานกลางมีคำสั่งให้งดสืบพยานคู่ความเพราะเห็นว่าคดีไม่อยู่ในอำราจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงานกลาง และพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้นพิพากษายกคำพิพากษาของศาลแรงงานกลาง ให้ศาลแรงงานกลางดำเนินการต่อไปตามประเด็นที่ได้กำหนดไว้แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดี"

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · จำนง นิยมวิภาต
แหล่งที่มา
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2093/2532

คำฟ้องของโจทก์ได้บรรยายว่า ขณะเกิดเหตุคดีนี้จำเลยทั้งห้าเป็นลูกจ้างโจทก์ จำเลยแต่ละคนมีตำแหน่งอะไร มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฎหมายระเบียบข้อบังคับ และคำสั่งของโจทก์อย่างไร และจำเลยทั้งห้าได้กร…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3823/2531

คดีก่อนมีประเด็นว่า คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนโจทก์ทางวินัยชอบหรือไม่ โจทก์ถูกย้ายตำแหน่งหน้าที่ชอบหรือไม่ และควรขึ้นค่าจ้างในระหว่างที่โจทก์ถูกสอบสวนหรือไม่ ส่วนคดีหลังมีประเด็นว่าคำสั่งลงโทษโจทก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 27712)

การหย่อนสมรรถภาพในการทำงานไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นประการใดประการหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 ที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าข้อบังคับองค์การทอผ้าว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ พ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 104125)

การหย่อนสมรรถภาพในการทำงานไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นประการใดประการหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 ที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ข้อบังคับองค์การทอผ้าว่าด้วยกองทุนบำเหน็จ…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2529 (เลขอ้างอิง 993)

การหย่อนสมรรถภาพในการทำงานไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นประการใดประการหนึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา583ที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ข้อบังคับองค์การทอผ้าว่าด้วยกองทุนบำเหน็จพ.ศ.…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้