Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
ปรึกษาทนายความที่ออนไลน์ตอนนี้ ทนายความทั้งหมด
คดีแพ่ง ธุรกิจ และทรัพย์สิน คดีแพ่งทั่วไปและสัญญา หนี้สิน บัตรเครดิต และบังคับคดี คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย คดีหุ้นส่วนและบริษัท คดีธุรกิจและการค้า คดีลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า คดีล้มละลายและฟื้นฟูกิจการ คดีคุ้มครองผู้บริโภค คดีอาญา ทุจริต และฟอกเงิน คดีอาญาทั่วไป คดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ คดี ป.ป.ช. และ ป.ป.ท. คดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีฟอกเงินและยึดทรัพย์ คดียาเสพติด คดีเด็กและเยาวชน คดีครอบครัวและมรดก คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คนไทย) คดีหย่า อำนาจปกครองบุตร (คู่สมรสต่างประเทศ) คดีมรดก พินัยกรรม และทรัพย์สิน คดีครอบครัวและมรดก (ทั่วไป) คดีไซเบอร์และออนไลน์ คดีฉ้อโกงออนไลน์และหลอกโอนเงิน คดีหมิ่นประมาทออนไลน์และโซเชียล คดี พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์และอาชญากรรมไซเบอร์ คดีออนไลน์และเทคโนโลยี (ทั่วไป) คดีแรงงาน จราจร และปกครอง คดีแรงงานและการเลิกจ้าง คดีจราจรและอุบัติเหตุรถชน คดีปกครอง วินัยข้าราชการและรัฐวิสาหกิจ คดีเฉพาะทางและระหว่างประเทศ คดีทางการแพทย์และสาธารณสุข คดีบัญชีและภาษีอากร คดีขนส่งทางทะเลและการค้าระหว่างประเทศ คดีประกันภัยและสินไหมทดแทน คดีคนต่างด้าว วีซ่า และใบอนุญาตทำงาน
ให้แพลตฟอร์มเลือกทนายให้ สมัครเป็นทนายความ
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8346/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

การที่จำเลยร่วมกับพวกรุมเตะผู้ตายเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำที่รวมอยู่ในความผิดฐานฆ่าผู้ตาย จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้ตายอีกบทหนึ่ง คงเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นเพียงบทเดียวเท่านั้น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 288, 290 และริบตั่งไม้ของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 ประกอบมาตรา 83, 288 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 15 ปี ริบตั่งไม้ของกลาง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 เห็นว่า พยานโจทก์เบิกความสอดคล้องเชื่อมโยงกันในสาระสำคัญ บริเวณที่เกิดเหตุมีแสงสว่างจากหลอดไฟนีออนยาวติดอยู่ น่าเชื่อว่าพยานโจทก์เบิกความไปตามที่รู้เห็น พยานหลักฐานจำเลยไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานโจทก์แม้นายประดิษฐ์ จะเบิกความว่า มองเห็นหน้าคนร้ายแบบเฉียงๆ ตอนนั้นคนร้ายใช้ผ้าพันหน้าตนเองไว้ แต่บริเวณใกล้ๆ มีแสงสว่างจากไฟนีออนแบบยาวผูกติดไว้กับต้นพิกุลทั้งนายประดิษฐ์รู้จักกับจำเลยมาก่อน และเห็นจำเลยกับพวกออกไปเต้นรำอยู่หน้าเวที จึงเห็นชุดที่จำเลยสวมใส่มาในวันเกิดเหตุ ประกอบกับจำเลยมีรูปร่างสูงใหญ่กว่าคนทั่วไปเป็นที่สังเกตได้ง่าย หลังเกิดเหตุเพียง 3 วัน นายประดิษฐ์ให้การต่อพนักงานสอบสวนยืนยันว่าจำเลยเป็นคนร้าย

เชื่อว่านายประดิษฐ์เห็นและจำจำเลยได้ว่าเป็นคนร้ายที่ใช้ตั่งไม้ตีผู้ตาย แม้คำเบิกความของนายขวัญชัย จะเป็นคำซัดทอดของผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน แต่มิใช่คำซัดทอดเพื่อให้นายขวัญชัยพ้นผิดเพราะนายขวัญชัยถูกดำเนินคดีด้วย เมื่อนำคำเบิกความของนายขวัญชัยมาพิจารณาประกอบกับพยานหลักฐานอื่นของโจทก์ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยเป็นคนร้ายที่ใช้ตั่งไม้ตีผู้ตาย พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฎีกาจำเลยที่ว่า เหตุคดีนี้มีการชุลมุนต่อสู้ของกลุ่มวัยรุ่น พวกของจำเลยมี 7 คน ส่วนวัยรุ่นบ้านข่อยมี 4 ถึง 5 คน การตายของผู้ตายเกิดจากการชุลมุนต่อสู้ ไม่มีผู้ใดจงใจทำร้ายร่างกายผู้ตาย ตามลักษณะของเหตุการณ์และสถานที่เกิดเหตุมีเหตุสงสัยตามสมควรว่าใครเป็นผู้ทำร้ายผู้ตาย ผู้ตายถึงแก่ความตายในการชุลมุนต่อสู้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 294 นั้น เห็นว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวได้ชอบด้วยเหตุผลแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่รับคดีไว้พิจารณาพิพากษา ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 วรรคหนึ่ง

อนึ่ง แม้พฤติการณ์แห่งคดีจะฟังได้ว่า จำเลยร่วมกับพวกรุมเตะผู้ตายบริเวณร่างกายหลายครั้งก่อนที่จำเลยจะใช้ตั่งไม้ตีศีรษะผู้ตายก็ตาม แต่การกระทำของจำเลยต่อผู้ตายนั้น เป็นการกระทำที่ต่อเนื่องในคราวเดียวกัน ไม่สามารถแยกจากกันได้ ทั้งมีผู้ตายเป็นผู้ถูกกระทำเพียงคนเดียว การกระทำของจำเลยจึงมีเพียงเจตนาเดียวคือเจตนาฆ่าผู้ตายเท่านั้นการที่จำเลยร่วมกับพวกรุมเตะผู้ตายจึงเป็นส่วนหนึ่งของการกระทำที่รวมอยู่ในความผิดฐานฆ่าผู้ตาย จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้ตายอีกบทหนึ่ง คงเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นเพียงบทเดียว ที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 290 มาด้วยนั้นไม่ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

ผลคำพิพากษา

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 ในส่วนที่พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 อีกบทหนึ่งนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ชัยวัฒน์ เวียงธีรวัฒน์ · ชัยยุทธ ศรีจำนงค์ · สุทัศน์ ศิริมหาพฤกษ์
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายสมบูรณ์ กวีดำรงพัฒนา
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายเฉลิมพล ชอบธรรม
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.2037/2559
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ852/2558
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ3691/2558
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้