Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2509 (เลขอ้างอิง 83894)

พ.ศ. 2509 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ข้อตกลงของคู่ความที่ศาลได้จดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาในระหว่างพิจารณาคดีว่า หากจำเลยชนะคดีและโจทก์ไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไปภายใน 3 วัน โจทก์ยอมใช้ค่าเสียหายให้วันละ 200 บาทนั้น เป็นเรื่องพิพาทกันในชั้นขอให้คุ้มครองสิทธิของคู่ความในระหว่างคดีก่อนมีคำพิพากษา คู่ความจึงขอให้บังคับตามข้อตกลงในคดีเดิมนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264, 260(2) ส่วนค่าเสียหายตามข้อตกลงนั้นถือว่าเป็นเบี้ยปรับ และศาลมีอำนาจลดลงได้ตามสมควร ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383.

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้ มีปัญหาเกี่ยวกับข้อตกลงของคู่ความในระหว่างพิจารณาคดีโดยศาลได้จดรายงานกระบวนพิจารณาข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยไว้ว่า "๓. เมื่อคดีถึงที่สุด หากจำเลยเป็นผู้ชนะคดีแต่ยังมีสิ่งปลูกสร้างของโจทก์อยู่บนที่พิพาท ก็ยอมให้โจทก์รื้อถอนไปได้ภายใน ๓ วัน ถ้ายังไม่รื้อถอนไปภายในกำหนดนั้น ไม่ว่าเพราะเหตุใด โจทก์ยอมใช้ค่าเสียหายให้จำเลยอีกวันละ ๒๐๐ บาทจนกว่าจะรื้อถอนไปเสร็จ ทั้งหากมีการฟ้องร้องกันในกรณีนี้แล้ว โจทก์จะไม่โต้เถียงเรื่องค่าเสียหายข้อนี้เลย" ต่อมาเมื่อศาลพิพากษาคดีนั้นให้จำเลยชนะคดี และคดีถึงที่สุดแล้ว จำเลยจึงขอบังคับตามข้อตกลงนั้น โจทก์เถียงว่าจำเลยจะบังคับในคดีเดิมนั้นไม่ได้ ต้องฟ้องเป็นคดีใหม่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ศาลมีอำนาจสั่งในคดีนั้นได้ และเห็นว่าค่าเสียหายมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับซึ่งมากเกินไป จึงลดลงโดยให้โจทก์ใช้เพียง ๑๒,๐๐๐ บาท โจทก์จำเลยอุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีนี้เป็นเรื่องพิพาทกันในชั้นขอให้คุ้มครองสิทธิของคู่ความในระหว่างคดีก่อนมีคำพิพากษา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๖๔ และ ๒๖๐(๒) ให้ถือว่าคำสั่งนั้นคงมีผลต่อไปจนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น ดังนี้ ย่อมแสดงว่าคำสั่งเรื่องคุ้มครองสิทธินั้นมีผลบังคับกันได้โดยไม่ต้องฟ้องเป็นคดีใหม่ ฉะนั้น ข้อตกลงในระหว่างพิจารณาคดีของคู่ความดังกล่าวจึงใช้บังคับกันได้อยู่ในตัว ส่วนเรื่องค่าเสียหายนั้นเห็นว่า ที่พิพาทมีราคาเพียง ๕,๐๐๐ บาท ค่าเสียหายวันละ ๒๐๐ บาทจึงเป็นเบี้ยปรับที่สูงเกินไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๓ ศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจลดลงได้ และเห็นว่าที่ศาลล่างกำหนดมาชอบแล้ว

ผลคำพิพากษา

จึงพิพากษายืน.

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
เสนอ บุณยเกียรติ · เชื้อ คงคากุล · ยง เหลืองรังษี
ศาลล่าง
ศาลจังหวัดลพบุรี - นายล้วน นิลกำแหง
ศาลอุทธรณ์ - นายไฉน บุญยก
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2509 (เลขอ้างอิง 41541)

ข้อตกลงของคู่ความที่ศาลได้จดไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาในระหว่าง พิจารณาคดีว่า หากจำเลยชนะคดีและโจทก์ไม่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไปภายใน 3 วัน โจทก์ยอมใช้ค่าเสียหายให้วันละ 200 บาทนั้น เป็นเรื่องพิพาทกันในชั้…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2829/2536

ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นขอให้มีคำสั่งถอนการยึดที่ดินที่โจทก์นำยึดศาลชั้นต้นสั่งผู้ร้องวางเงินประกันความเสียหายตามคำร้องขอของผู้คัดค้านร่วม ผู้ร้องมิได้วางเงิน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีของผุ้ร…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2536 (เลขอ้างอิง 56377)

ความว่า คดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา เนื่องจากในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลมีคำสั่งห้ามจำเลย ทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับที่ดินแปลงพิพาทจนกว่าคดีจะถึงที่สุด บัดนี้ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ที่ศา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4017/2530

ศาลชั้นต้นออกหมายบังคับคดีตามคำขอของโจทก์ แต่สั่งให้งดการบังคับคดีไว้ก่อนจนกว่าจะสิ้นระยะเวลาอุทธรณ์ เมื่อจำเลยมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้น คำสั่งที่ให้งดการบังคับคดีย่อมสิ้นสุดลง แต่โจทก์ได้ขอห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2953/2527

โจทก์จดทะเบียนเป็นมูลนิธิถูกต้องและชอบด้วยกฎหมาย บรรดาทรัพย์สินต่างๆรวมทั้งองค์เซียนแป๊ะโค้วย่อมตกเป็นทรัพย์สินของมูลนิธิตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลได้ เงินที่ประชาชนบริจาคในการ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้