Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 839/2502

พ.ศ. 2502 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

ผู้เสียหายกับปู่แม่และน้าสาวนั่งดูเขาเล่นตรุษกันที่ปากตรอกบ้านจำเลยกับพวกเข้ามาที่ตัวผู้เสียหาย จำเลยคว้าแขนผู้เสียหายซึ่งนั่งอยู่ดึงลากไปเลยถูกไถลากไปกับพื้นดิน พวกจำเลยเข้ากั้นไม่ให้แม่และน้าสาวช่วยแม่ผู้เสียหายเข้ากอดตัวผู้เสียหายไว้และต่างร้องเอะอะกันขึ้น จำเลยปล่อยผู้เสียหายแล้วยังกลับมาลากอีก แม่ผู้เสียหายก็เข้ากอดไว้จนผู้เสียหายหลุดจากมือจำเลยจำเลยฉุดผู้เสียหายไถดินไปสัก 2 วา แล้วผู้เสียหายกับพวกก็พากันหนีไปเข้าบ้านการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานฉุดคร่าสำเร็จแล้ว ไม่ใช่เพียงฐานพยายาม (อ้างฎีกาที่ 982/2482 จำเลยฉุดคร่าผู้เสียหายไป 1 วา ผู้เสียหายสบัดหลุดไปเกาะเอวนางเพียร เป็นเรื่องฉุดคร่าสำเร็จแล้วไม่ใช่พยายาม)ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกจำเลย 4 เดือน แต่ให้รอการลงโทษไว้ศาลอุทธรณ์แก้เป็นจำคุก 3 เดือน และไม่รอการลงโทษเช่นนี้ แม้จะเป็นการแก้ไขมากก็ตามแต่ศาลอุทธรณ์ก็ยังคงลงโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

ป.อ. มาตรา 80 ป.อ. มาตรา 82 ป.อ. มาตรา 284 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 60 กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 276 ป.วิ.อ. มาตรา 220

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกับพวกฉุดคร่านางสาวมณี เกิดปัญญาไปเพื่อการอนาจาร จำเลยที่ 1 เคยต้องโทษฐานทำร้ายร่างกายให้จำคุก 10 วัน ปรับ 50 บาท โทษจำคุกให้ยก พ้นโทษไปไม่เกิน 5 ปีขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 276, 72ชั้นแรกจำเลยทั้งสองปฏิเสธ แต่เมื่อสืบนางสาวมณีผู้เสียหายแล้วจำเลยทั้งสองรับสารภาพตามฟ้อง คู่ความไม่สืบพยานศาลชั้นต้นเห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นผิดเพียงฐานพยายามฉุดคร่า ไม่ใช่ความผิดสำเร็จ พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 276, 60 เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 อีก 1 ใน 3 ตามมาตรา 72 จำเลยทั้งสองรับลดกึ่งตาม ม. 59 คงให้จำคุกจำเลยที่ 14 เดือน จำเลยที่ 2 3 เดือน แต่ให้รอการลงโทษไว้ 3 ปี ตาม มาตรา 41, 42 ที่แก้ไขโจทก์อุทธรณ์ว่า

การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสำเร็จ ไม่ใช่เพียงฐานพยายามและไม่ควรรอการลงโทษศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่จำเลยฉุดคร่าผู้เสียหายไปห่างที่เกิดเหตุ2 วานั้น เห็นชัดว่าจำเลยตั้งใจกระทำโดยบังอาจ และผู้เสียหายเคลื่อนจากความเป็นอิสระแล้ว ถ้ามารดาผู้เสียหายกับพวกไม่ติดตามเข้ายื้อแย่งเสียทันท่วงที จำเลยกับพวกก็คงพาตัวผู้เสียหายไปได้ไม่ใช่เป็นเรื่องจำเลยกระทำเพื่อให้ผู้เสียหายได้รับความอับอาย การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสำเร็จ ไม่ใช่เพียงฐานพยายาม ส่วนที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 นั้นเพิ่มไม่ได้ เพราะโทษครั้งก่อนจำเลยที่ 1 ยังมิได้ถูกจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยทั้งสองผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 276 จำคุกคนละ 6 เดือนลดรับกึ่ง เป็นจำคุกคนละ 3 เดือน เฉพาะจำเลยที่ 2 กระทำไปเพียงให้เกิดกำลังใจแก่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นตัวการอันแท้จริงเท่านั้นจึงให้รอการลงโทษไว้ 3 ปี ตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 41, 42 ที่แก้ไขและให้ยกคำขอเพิ่มโทษจำเลยที่ 1 เสียจำเลยที่ 1 ฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นแต่เพียงพยายามฉุดคร่าและขอให้รอการลงโทษไว้ก่อนศาลฎีกาพิจารณาแล้ว ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้เสียหายกับปู่แม่ และน้าสาวไปนั่งดูเขาเล่นตรุษกันที่ปากตรอกบ้าน จำเลยทั้งสองและพวกอีก 2 คน ต่างมีไม้ตะพดได้เข้ามาที่ตัวผู้เสียหาย จำเลยที่ 1คว้าแขนผู้เสียหายดึงลากไป

ผู้เสียหายนั่งอยู่เลยถูกไถลากไปกับพื้นดิน พวกจำเลยเข้ากั้นไม่ให้แม่และน้าสาวช่วย แม่ผู้เสียหายเข้ากอดตัวผู้เสียหายไว้ และต่างร้องเอะอะกันขึ้น จำเลยที่ 1 ปล่อยผู้เสียหายแล้วยังกลับมาลากอีก แม่ผู้เสียหายก็เข้ากอดไว้จนจนผู้เสียหายหลุดจากมือจำเลย แล้วผู้เสียหายกับพวกก็เลยพากันหนีเข้าบ้านไปได้ จำเลยฉุดผู้เสียหายไถดินไปสัก 2 วา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานฉุดคร่าสำเร็จแล้ว ดังที่ศาลฎีกาวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐานไว้แล้วในฎีกาที่ 982/2482 ซึ่งได้กล่าวไว้ว่า"กรรมแห่งการฉุดคร่าได้สำเร็จผลแล้ว เพราะจำเลยได้ฉุด น.ส.สรวยไปตั้ง 1 วา น.ส.สรวยจึงสบัดหลุดไปเกาะเอวนางเพียร"ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 เดือน แต่ให้รอการลงโทษศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ไว้ 3 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ แม้จะเป็นการแก้ไขมากก็ตาม ศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกิน 1 ปี ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ศาลฎีกาพิพากษายืน

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ประมูล สุวรรณศร · ชำนาญเนติศาสตร์ · อรรถไพศาลศรุดี
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8261/2561

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นตาม ป.อ. มาตรา 288, 80, 83 กับร่วมกันมีอาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาด โดยไม่มีหมายเลขทะเบียนและมีกระสุนปืนไม่ทราบชนิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 20375/2555

จำเลยที่ 1 ใช้ปืนซึ่งเป็นอาวุธที่มีอานุภาพร้ายแรงยิงผู้เสียหาย ขณะที่ผู้เสียหายกอดรัดอยู่กับจำเลยที่ 2 แม้กระสุนปืนจะเฉี่ยวศีรษะของผู้เสียหายไปเป็นเหตุให้มีเพียงบาดแผลฉีกขาดที่ศีรษะได้รับบาดเจ็บเท่านั…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2925/2554

จำเลยใช้อาวุธมีดแทงผู้เสียหายที่บริเวณซี่โครงซ้ายและไหล่ซ้ายและพยายามใช้อาวุธมีดปาดคอโดยเจตนาฆ่า จำเลยกระทำไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผลให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตาย การที่จำเลยยับยั้งไม่ใช้อาวุธม…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8743/2550

โจทก์ฟ้องจำเลยฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตาม ป.อ. มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 80, 83 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ประกอบมาตรา 80, 83 โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3856/2546

จำเลยเป็นเพียงผู้ขับรถจักรยานยนต์ที่ บ. นั่งซ้อนท้ายตามรถจักรยานยนต์ที่พ. ขับ และผู้เสียหายทั้งสองนั่งซ้อนท้ายไป เมื่อ พ. หยุดรถ บ. เป็นผู้เข้าไปข่มขู่ผู้เสียหายทั้งสองกับ พ. แต่จำเลยไม่ได้ร่วมข่มขู่บ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้