Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 839/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

กู้เงินเกิน 50 บาท แม้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือก็ไม่เป็นโมฆะเพียงแต่ฟ้องร้องบังคับคดีไม่ได้เท่านั้น ผู้กู้สลักหลังเช็คชำระหนี้แก่ผู้กู้ จึงมีมูลหนี้ บังคับตามเช็คได้

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน 71,156 บาท ตามเช็คแก่โจทก์กับดอกเบี้ยในต้นเงิน 69,000 บาท

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าไม่มีมูลหนี้ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 ผู้สลักหลังเช็คแก่โจทก์ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาทให้จำเลยที่ 3 โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้สลักหลังแล้วจำเลยที่ 3ได้สลักหลังมอบให้โจทก์คดีคงมีปัญหาว่า การที่จำเลยที่ 3 โอนเช็คพิพาทให้โจทก์นั้น จำเลยที่ 3กับโจทก์มีมูลหนี้ต่อกันหรือไม่ และเป็นการโอนด้วยคบคิดกันฉ้อฉลจำเลยที่ 1หรือไม่ โจทก์นำสืบว่า รู้จักและเป็นเพื่อนกับจำเลยที่ 3 มาตั้งแต่เด็ก ๆ ติดต่อค้าขายกันเรื่อยมา จำเลยที่ 3 ได้สลักหลังเช็คพิพาทมอบให้โจทก์เป็นการชำระหนี้เงินที่จำเลยที่ 3 กู้จากโจทก์ไป

พิเคราะห์แล้วเห็นว่าโจทก์กับจำเลยที่ 3 เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ และค้าขายติดต่อกันเรื่อยมา ความคุ้มเคยและความไว้ใจซึ่งกันและกันย่อมมีมากเป็นธรรมดา กรณีที่ไม่ปรากฏการเบิกเงินจำนวน80,000 บาท ในรายการบัญชีเงินฝากของโจทก์ตามเอกสาร ล.1 หาได้หมายความว่าโจทก์มิได้ให้จำเลยที่ 3 กู้เงินจำนวนดังกล่าวไม่ เพราะโจทก์อาจเบิกเงินจากธนาคารหลายครั้งมาให้แก่จำเลยที่ 3 ซึ่งรวมกันแล้วเป็นจำนวน 80,000 บาทก็ได้ ศาลฎีกาเชื่อว่า มีการกู้ยืมเงินระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 โดยมิได้ทำหลักฐานกันไว้ดังโจทก์นำสืบ แม้การกู้ยืมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 3 จะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ หนี้แห่งการกู้ยืมก็ไม่ตกเป็นโมฆะ เพียงแต่ไม่อาจฟ้องร้องบังคับคดีได้เท่านั้น

ดังนั้นการที่จำเลยที่ 3สลักหลังเช็คพิพาทโอนชำระหนี้เงินกู้ดังกล่าวแก่โจทก์ จึงเป็นการโอนเช็คโดยมีมูลหนี้ ที่จำเลยที่ 1 อ้างว่าโจทก์รับโอนเช็คพิพาทจากจำเลยที่ 3 เป็นการคบคิดกันฉ้อฉลและไม่สุจริตนั้น จำเลยไม่มีพยานมานำสืบพิสูจน์แต่ประการใด เป็นข้อกล่าวอ้างลอย ๆ รับฟังไม่ได้ ฉะนั้น จำเลยที่ 1ในฐานะผู้สังจ่ายเช็คพิพาท จำเลยที่ 2 ที่ 3 ในฐานะผู้สลักหลัง จึงต้องร่วมรับผิดใช้เงินตามเช็คให้โจทก์ตามฟ้อง"

ผลคำพิพากษา

พิพากษากลับ บังคับตามศาลชั้นต้น

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
ยง โรจนสุพจน์ · อุดม จาละ · ภิญโญ ธีรนิติ
แหล่งที่มา
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3622/2568

เนื้อหาที่โจทก์และจำเลยสนทนากันทางแอปพลิเคชันไลน์นั้นไม่มีข้อความใดที่แสดงว่าการโอนเงิน 100,000 บาท เป็นการให้กู้ยืมเงิน แม้การสนทนากันดังกล่าวเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็ก…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 893/2568

แม้หนังสือสัญญากู้เงินไม่ได้ปิดอากรแสตมป์จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 แต่เอกสารหมาย จ.2 แผ่นที่ 2 เป็นตารางจ่ายเงินกู้ระบุยอดเงินกู้ 730,000 บาท ชำระเงินต้นงวดละ 29,200…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6656/2567

การกู้ยืมเงินตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป 2 ฉบับ ทำขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 700,000 บาท และ 300,000 บาท ตามลำดับ โดยจำเลยได้รับเงินแล้วในวันทำสัญญาแล้ว 1,000,000 บาท ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกา…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2162/2567

แม้จำเลยให้การรับว่าได้รับเงินโอนจากโจทก์แล้วทั้งยี่สิบครั้งและพิมพ์คำว่า "ตกลง" ในโปรแกรมไลน์ (LINE) ตามที่โจทก์ให้พิมพ์ แต่การรับของจำเลยเป็นการรับตามที่ปรากฏในฟ้องเท่านั้น จำเลยยังมีข้อต่อสู้ว่าการ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1650/2567

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินกู้จำนวน 200,000 บาท ตามหนังสือสัญญากู้เงิน จำเลยให้การว่า จำเลยกู้เงินจากโจทก์เพียง 50,000 บาท คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน หักดอกเบี้ยล่วงหน้า ได้รับเงินกู้เพียง 45,…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้