Loading...
กฎหมาย กฎหมาย
Secondary Logo Secondary Logo
กฎหมาย กฎหมาย
กฎหมาย กฎหมาย
หน้าแรก
Secondary Logo Secondary Logo
ลืมรหัสผ่าน?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 840/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

ย่อหลักกฎหมาย

โจทก์จำเลยโต้เถียงกันว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อปรากฏว่าทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท คดีโจทก์จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12)พ.ศ. 2534 มาตรา 18 ปัญหาว่า บิดาโจทก์เข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทก่อนใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 ได้แจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1)และครอบครองต่อเนื่องตลอดมา เป็นการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายที่ดินพ.ศ. 2497 ทางราชการหรือประชาชนจะกล่าวอ้างว่าเป็นหนองน้ำสาธารณะใช้ประโยชน์ร่วมกันหาได้ไม่ เป็นฎีกาข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ ทั้งไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน เป็นฎีกาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249

บทกฎหมายที่ศาลวินิจฉัยในคดีนี้

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 27 เป็นของโจทก์ทั้งแปลง มิใช่เป็นที่สาธารณประโยชน์บางส่วนมีเนื้อที่ 3 ไร่ แต่อย่างใด และให้เพิกถอนคำสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจังหวัดสุรินทร์ ที่ 2085/2529ลงวันที่ 16 กรกฎาคม 2529จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เลขที่ 27 เนื้อที่ประมาณ 15 ไร่ 3 งาน66 ตารางวา เพราะโจทก์ได้ขอให้เจ้าพนักงานที่ดินออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวทับที่หนองฮะซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จำนวนเนื้อที่ 3 ไร่ จำเลยทั้งสองได้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวตามอำนาจหน้าที่โดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน และให้คืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินจากจำนวน 200 บาท ทั้งสองศาลให้แก่โจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 27 เป็นของโจทก์ทั้งแปลงมิใช่เป็นที่สาธารณประโยชน์บางส่วนมีเนื้อที่ 3 ไร่แต่อย่างใดและให้เพิกถอนคำสั่งเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจังหวัดสุรินทร์

จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของผู้ครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าวเพราะโจทก์ขอให้เจ้าพนักงานที่ดินออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ทับที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันจำนวนเนื้อที่3 ไร่ คดีนี้โจทก์จำเลยจึงโต้เถียงกันว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์หรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน จึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อปรากฏว่าคดีนี้มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทคดีโจทก์จึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12)พ.ศ. 2534 มาตรา 18 อันเป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะที่โจทก์ยื่นฎีกาที่โจทก์ฎีกาว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ไม่ใช่เป็นหนองน้ำสาธารณประโยชน์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยส่วนที่โจทก์ฎีกาว่านายบุ่น สิทธิจันทร์ บิดาโจทก์ได้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทก่อนประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 บิดาโจทก์ได้แจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ไว้เป็นหลักฐานและเข้าครอบครองต่อเนื่องตลอดมา ต่อมาโจทก์ได้ยื่นเรื่องราวขอรับโอนมรดกและขอรับรองการทำประโยชน์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 ทางราชการหรือประชาชนจะมากล่าวอ้างว่าเป็นหนองน้ำสาธารณใช้ประโยชน์ร่วมกันหาได้ไม่ เห็นว่าฎีกาข้อนี้โจทก์ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ทั้งไม่ใช่ปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน เป็นฎีกาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์ แต่ไม่ต้องคืนค่าขึ้นศาลส่วนที่เกินจาก200 บาท ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้โจทก์

ข้อมูลคดี

องค์คณะผู้พิพากษา
อุดม มั่งมีดี · จเร อำนวยวัฒนา · สุชาติ ถาวรวงษ์
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
สืบค้นที่ศาลฎีกา
มีเรื่องคล้ายคดีนี้?
เล่าเรื่องของคุณให้ระบบประเมินเบื้องต้นฟรี หรือปรึกษาทนายความที่ดูข้อเท็จจริงของคุณโดยตรง

คำพิพากษาที่วินิจฉัยบทกฎหมายเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1106/2541

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินภายในเส้นสีน้ำเงิน จำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ในบริเวณเส้นสีแดงเนื้อที่ 3 ไร่เศษ ราคา 15,000 บาทตามแผนที่ท้ายฟ้อง และตัดฟันต้นไม้ของโจทก์คิดค่าเสียห…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4139/2541

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ครอบครองทำประโยชน์ในที่พิพาทโดยโจทก์ไม่ได้แจ้งการครอบครองไว้ แต่ได้เสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมา ต่อมาโจทก์ได้ยื่นคำขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ต่อจำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจ…

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5423/2537

คดีนี้มีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทจึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคหนึ่ง ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงว่า ส.และ อ.ได้ทำหนังสือเอก…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2533 (เลขอ้างอิง 57623)

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นในคดีมีทุนทรัพย์ไม่เกินห้าหมื่นบาทต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง ส่วนเนื้อหาในฎีกาจะเป็นข้อกฎหมาย ก็ไม่เป็นสาระแก่คดี…

คำพิพากษาศาลฎีกา พ.ศ. 2531 (เลขอ้างอิง 61382)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ในส่วนที่เป็นปัญหาข้อเท็จจริงนั้น ต้องห้ามมิให้ฎีกา ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 2874/2527 ส่วนฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายนั้น ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉ…

ข้อมูลคำพิพากษาเพื่อการค้นคว้า ข้อเท็จจริงของแต่ละคดีแตกต่างกัน ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับเรื่องของคุณ ฉบับที่ใช้อ้างอิงคือฉบับของศาลฎีกา

ติดต่อเรา
เลือกช่องทางที่ต้องการ

ยินดีต้อนรับ 👋
กรอกข้อมูลเพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับได้